Gongkan กันตภณ เมธีกุล สร้างชื่อระดับสากลผ่านผลงานศิลปะอีกครั้ง ด้วยการเปิดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้ชื่อ Public but Private โดยได้รับการสนับสนุนจากแกลเลอรีระดับโลกอย่าง Tang Contemporary Art ที่รวบรวมผลงานภาพเขียนทั้ง 26 ชิ้น พร้อมผลงานประติมากรรมชิ้นสำคัญ จัดแสดงเพื่อถ่ายทอดความซับซ้อนของประสบการณ์มนุษย์ที่สวยงามแต่เจ็บปวด
Gongkan ได้กล่าวถึงนิทรรศการครั้งล่าสุดของเขาว่า “นิทรรศการ Public but Private ครั้งนี้ ผมใช้ทั้งประสบการณ์ตรงของตัวผมเองและเรื่องราวของคนรอบตัวมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างผลงาน ผมอยากสื่อสารและถ่ายทอดเรื่องราวที่ยากจะอธิบายออกมาด้วยคำพูดหรือภาษา เรื่องราวที่รู้สึกว่าถ้าพูดออกไปคงไม่มีใครรับฟัง แต่การใช้ศิลปะในการสื่อสารเป็นความสวยงามที่อาจทำให้คนเปิดใจรับฟังมากขึ้น จริงๆ แล้วการเปิดเผยความลับและความเจ็บปวดผ่านผลงานแต่ละชิ้นในครั้งนี้ ทำให้ได้ค้นพบวิธีการรักษาบาดแผลทางจิตใจของผมเองด้วย และไม่มากก็น้อย ผมหวังว่าผลงานในครั้งนี้จะเป็นเหมือนการเปิดพื้นที่แห่งการปลอบโยนและให้แรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ผมขอขอบคุณ Tang Contemporary Art ไปจนถึงแฟนๆ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่คอยติดตามผลงานและสนับสนุนผมมาโดยตลอด ขอบคุณมากจริงๆ ครับ”
สำหรับนิทรรศการในครั้งนี้ Gongkan ได้ร่วมงานกับ Curator ชาวเกาหลีใต้ Hyunmin Kim โดยได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากสื่อมวลชนและผู้เข้าชมงานในวันเปิดนิทรรศการ
เพราะเป็นมนุษย์จึงอ่อนแอและไม่สมบูรณ์
Public but Private พูดถึงแนวคิดที่สังคมมักกีดกันไม่ให้บุคคลแสดงความรู้สึกนึกคิดภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่ถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอหรือเปราะบาง ซึ่งตัวศิลปินมองว่านี่เองอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ภาวะซึมเศร้ามีความรุนแรงต่อคนในยุคสมัยนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย จากรายงาน WHO ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทั่วโลกอยู่สูงถึง 280 ล้านคนและโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุหลักอันดับต้นๆ ของการฆ่าตัวตายในกลุ่มคนวัยหนุ่มสาว
ด้วยยุคสมัยที่โซเชียลมีเดียถูกครอบงำด้วยภาพแห่งความสุขและความสำเร็จ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับแต่ละคนที่จะหาพื้นที่ที่สามารถแสดงความเจ็บปวดและความเศร้าโศกอย่างแท้จริง โดยศิลปินได้เผชิญหน้ากับข้อห้ามทางสังคมและวัฒนธรรมและสร้างผลงานที่มีความจริงใจในการถ่ายทอดเรื่องราวของการต่อสู้ภายในของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลผ่านคอลเลกชันภาพวาดสีอะคริลิกและประติมากรรมนูนต่ำทั้ง 26 ชิ้น รวมถึงผลงานประติมากรรมชิ้นสำคัญที่จัดแสดงเพื่อให้ผู้รับชมงานได้ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและสิ้นหวัง ช่วงเวลาสำคัญที่เราทุกคนอาจล้วนเคยประสบแต่มักเลือกที่จะมองข้ามหรือทำเป็นหลงลืมไป
ภาพวาดของ Gongkan มักจะแสดงภาพคนธรรมดาๆ ดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกลับและสวยงาม และในนิทรรศการครั้งนี้ ศิลปินได้สร้างพื้นที่ให้ผู้ชมงานได้กลับเข้าไปสำรวจความลับและบาดแผลภายใน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมงานสามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตนโดยไม่ต้องกลัวการตัดสินหรือคำวิจารณ์ ซึ่งถือเป็นเครื่องเตือนใจที่ทรงพลังว่าแม้จะมีแรงกดดันทางสังคมที่ต้องรักษาภาพของความสมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่เป็นไรที่จะอ่อนแอและไม่สมบูรณ์
“มีคนบอกว่าคนที่เข้มแข็งคือคนที่ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ตอนเด็กๆ ถ้าเราเสียใจหรือผิดหวัง เราสามารถร้องไห้ออกมาได้โดยไม่มีใครว่า แต่พอโตขึ้นพร้อมกับการเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เรารู้สึกว่าสังคมไม่มีที่ว่างพอสำหรับคนอ่อนแอ เราต้องเก็บความเจ็บช้ำไว้ข้างใน ผมเองเคยเจอประสบการณ์การโดนบูลลี่และเหยียดหยาม แต่สิ่งที่ทำได้คือการไม่ตอบโต้และเงียบเอาไว้ เพราะคิดว่าคนที่โตแล้วเขาทำกัน แต่จริงๆ แล้วความเจ็บปวดจะยังคงอยู่ภายในและเราต่างต้องเยียวยาด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไปด้วยตัวเราเอง” Gongkan กล่าว
สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้ไปเยือน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ สามารถเข้าร่วมรับชมการเดินทางของอารมณ์และค้นพบพลังของการโอบกอดตัวตนที่แท้จริงในนิทรรศการ Public but Private ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2566 ถึง 15 กรกฎาคม 2566
สถานที่ Tang Contemporary Art Seoul, B2, 6, Apgujeong-ro 75-gil, Gangnam-gu, Seoul, Republic of Korea (GoogleMaps link)
สำหรับแฟนๆ ชาวไทยและผู้ที่สนใจแต่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมชมนิทรรศการได้ ยังสามารถเข้าไปสร้าง Private Space ของตัวเองได้ใน https://publicbutprivate.co
และสามารถติดตามผลงานของ Gongkan ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/gongkanstudio
Instagram : @gongkan_
#Gongkan #Gongkanexhibition
#Publicbutprivate #Publicbutprivateexhibition
#tangcontemporaryart #tangcontemporaryartseoul #PRNews