โรคหอบหืด หรือโรคหืด หนึ่งในโรคทางเดินหายใจที่ไม่ควรมองข้าม หากปล่อยไว้มีอันตรายถึงชีวิตได้
จากการเสียชีวิตของ ธนัท ตันอนุชิตติกุล หรือพี่นัท การ์ตูนคลับ พิธีกรขวัญใจเด็กๆ ที่เสียชีวิตกะทันหันด้วยอาการหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน (Acute Asthmatic Attack) ทำให้หลายคนอยากรู้ว่าโรคหอบหืดมีอาการอย่างไร และอันตรายมากน้อยแค่ไหน เรารวมข้อมูลมาให้ดังนี้
โรคหอบหืด คืออะไร
โรคหอบหืด เป็นหนึ่งในโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้เยื่อบุและผนังหลอดลมตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นจากภายใน และจากสิ่งแวดล้อมมากกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจไม่สะดวกและมีเสียงหวีด เหนื่อยหอบ ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก โดยเฉพาะตอนกลางคืนและช่วงเช้ามืด โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย หากมีอาการรุนแรงสามารถทำให้เสียชีวิตได้ โรคหอบหืดไม่ใช่โรคติดต่อแต่สามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมได้
อาการโรคหอบหืด
- มีอาการไอ โดยเฉพาะตอนออกกำลังกายและตอนกลางคืน
- หายใจมีเสียงหวีด
- แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หรือมีอาการเหนื่อยหอบที่เป็นซ้ำๆ
- มักมีอาการในตอนกลางคืน อาจทำให้นอนไม่หลับ
- อาการกำเริบในบางฤดู หรือสัมพันธ์กับสารกระตุ้นบางชนิด
- เมื่อใช้ยารักษาโรคหืด เช่น ยาขยายหลอดลม แล้วมีอาการดีขึ้น
- มีอาการหวัดลงปอด หรือการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนล่างซ้ำๆ
- มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดอื่นๆ เช่น โรคบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ภูมิแพ้ผิวหนัง และภูมิแพ้อาหาร
...
ทั้งนี้โรคหอบหืดและโรคหืดเป็นโรคเดียวกัน บางครั้งเรียกหอบหืดในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหอบร่วมด้วย ซึ่งในผู้ป่วยโรคหืดบางรายอาจไม่มีอาการหอบ มีเพียงอาการไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งเกิดจากการอักเสบในหลอดลมและมีหลอดลมตีบแต่ไม่ถึงขั้นหอบ โดยอาการหอบจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่หลอดลมตีบที่รุนแรง และในทางปฏิบัติพบว่าโรคหืดเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่สำคัญ นอกจากกรดไหลย้อน และจมูกอักเสบเรื้อรัง
แนวทางการรักษาโรคหอบหืด
- รักษาโดยการใช้ยา โดยแพทย์จะเลือกใช้ยาคุมความรุนแรงของโรค และควรใช้ต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการไม่ให้โรคกำเริบ ซึ่งแบ่งเป็น ยาพ่นควบคุมอาการ ที่ต้องใช้เป็นประจำทุกวันจนกว่าแพทย์จะสั่งให้หยุดยา และยาบรรเทาอาการ ซึ่งเป็นยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์บรรเทาอาการหลอดลมตีบได้อย่างรวดเร็ว
- พยายามเลี่ยงการก่อภูมิแพ้และสารอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้
- การรักษาโรคร่วมที่พบได้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เช่น โรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคไซนัสอักเสบ เป็นต้น
- การดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น การออกกำลังกายที่เหมาะสม การนอนหลับให้เพียงพอ และกินอาหารที่มีประโยชน์
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมีอาการหอบหืด
- ตั้งสติ และหยุดทำกิจกรรมต่างๆ
- ใช้ยาขยายหลอดลมตามวิธีที่แพทย์แนะนำไว้
- หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 15-20 นาที ให้ใช้ยาซ้ำอีกครั้ง
- หากใช้ยาพ่นขยายหลอดลมไปแล้ว 3 ครั้ง ยังมีอาการหายใจลำบาก ให้รีบไปพบแพทย์
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหอบหืด
- กรรมพันธุ์ คนในครอบครัวป่วยเป็นโรคภูมิแก้
- สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น แมลงสาป ขนแมว ขนสุนัข เกสรดอกหญ้า
- ปัจจัยอื่นๆ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ สิ่งระคายเคืองและมลภาวะ
- การออกกำลังกาย ความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และจิตใจ
สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด เมื่อได้รับยาแล้วต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ อย่าปรับยาหรือหยุดด้วยตนเอง แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม นอกจากนี้ต้องพกยาฉุกเฉินติดตัวไว้ เพื่อบรรเทาอาการเมื่อหอบหืดกำเริบ และคนรอบข้างควรรู้ตำแหน่งที่คนไข้เก็บยาเอาไว้ หากฉุกเฉินคนรอบข้างจะได้ช่วยเหลือทัน
ข้อมูลอ้างอิง: โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี