มะเร็งตา เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้น้อย จึงทำให้มีแพทย์ไม่กี่คนในไทยที่รักษาด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่ง รศ.พญ.ดวงเนตร โรจนาภรณ์ เป็นหนึ่งในหมอมะเร็งตาที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน ได้อุทิศตนเพื่อการรักษาคนไข้โรคนี้

แม้ว่า มะเร็งตา จะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้มีรายได้น้อย ทำให้เข้าถึงการรักษาได้ยาก และมีอุปสรรคในการรักษามากมาย ทั้งเรื่องรายได้ ความสะดวกสบาย ไปจนถึงขาดความรู้ในการดูแลรักษา อีกทั้งในประเทศไทยยังมีแพทย์ที่รักษามะเร็งตาจำนวนน้อยมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ รศ.พญ.ดวงเนตร โรจนาภรณ์ ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ สาขาวิชาน้ำวุ้นตาและจอประสาทตา ภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอรักษามะเร็งตาผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆ ของอาเซียน ได้อุทิศตนในการรักษาคนไข้มะเร็งตาโดยเฉพาะ

แรงบันดาลใจในวัยเด็กสู่การเป็นหมอมะเร็งตาผู้เชี่ยวชาญของอาเซียน

รศ.พญ.ดวงเนตร หรือคุณหมอดวงเนตร เผยกับทีมข่าวไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์ว่าได้แรงบันดาลในการเป็นหมอตาจากคุณแม่ที่เป็นคุณหมอตาเหมือนกัน ซึ่งเป็นต้นแบบของการเป็นแพทย์ที่รักและทุ่มเทให้กับการทำงานในวิชาชีพนี้ ในวัยเด็กคุณหมอมักติดตามคุณแม่ไปงานประชุมตามที่ต่างๆ บ่อย ทำให้รู้จักคนเก่งๆ ด้านนี้หลายคน จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเดินรอยตามคุณแม่

คุณหมอเล่าว่าตอนที่เรียนจบและทำงานเป็นหมอตาในช่วงแรกเป็นหมอด้านจอประสาทตา ต่อมาพบว่าในไทยมีหมอด้านมะเร็งตาโดยเฉพาะน้อยมาก ประกอบกับได้ไปฟังงานประชุมที่สหรัฐอเมริกาแล้วเจอกับหมอที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งตาที่ขึ้นชื่อว่าเก่งที่สุดในโลกมาบรรยาย จึงทำให้ตัดสินใจศึกษาต่อด้านนี้ โดยใช้เวลาเรียนหนึ่งปี และกลับมาเป็นหมอมะเร็งตาที่ไทยเป็นเวลา 15 ปีแล้ว

...

“ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีหมอตาที่เฉพาะทางด้านมะเร็งตาโดยตรง ซึ่งเราเรียนด้านการรักษามะเร็งในตาโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้มะเร็งจอประสาทตาของเด็กของยังให้ยาคีโมรักษาได้ แต่ถ้าเป็นมะเร็งตาของผู้ใหญ่เราต้องตาออกอย่างเดียวเท่านั้น และบังเอิญว่าได้ไปฟังประชุมแล้วเจอโปรเฟซเซอร์ที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งตาที่อเมริกา ซึ่งเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก แล้วพูดถึงการรักษามะเร็งตาในผู้ใหญ่ซึ่งพบมากในคนผิวขาว แต่คนเอเชียพบได้ไม่เยอะมาก ซึ่งเขามีการรักษาด้วยการวางแร่เพื่อให้เนื้องอกยุบลงโดยไม่ต้องเอาตาออก จึงทำให้รู้สึกว่าอยากจะเรียนทางด้านนี้ จึงได้ติดต่อไปเรียนกับเขา เมื่อไปเรียนกลับมาก็มาพัฒนาการรักษามะเร็งที่เมืองไทย และเราเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการรักษามะเร็งตาด้วยการวางแร่เพื่อลดการเอาดวงตาออก” รศ.พญ.ดวงเนตร กล่าว

สำหรับการรักษามะเร็งตาด้วยการวางแร่ตอนนี้มีที่โรงพยารามาธิบดีเพียงที่เดียวเท่านั้น ข้อดีของการรักษามะเร็งตาวิธีนี้คือเป็นการทำครั้งเดียว ผู้ป่วยไม่ต้องมาทำการรักษาซ้ำๆ ทำให้ต้องเสียค่ารักษาจำนวนมากเหมือนการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฉายแสงที่ผู้ป่วยต้องมาทำต่อเนื่อง แล้วยังส่งผลกระทบไปยังอวัยวะบริเวณอื่นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

ข้อดีของการรักษามะเร็งตาด้วยการวางแร่คือเป็นการทำครั้งเดียว ผู้ป่วยไม่ต้องมาทำการรักษาซ้ำๆ ทำให้ต้องเสียค่ารักษาจำนวนมากเหมือนการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ และยังไม่ส่งผลกระทบไปยังอวัยวะบริเวณอื่นที่ใกล้เคียงอีกด้วย
ข้อดีของการรักษามะเร็งตาด้วยการวางแร่คือเป็นการทำครั้งเดียว ผู้ป่วยไม่ต้องมาทำการรักษาซ้ำๆ ทำให้ต้องเสียค่ารักษาจำนวนมากเหมือนการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ และยังไม่ส่งผลกระทบไปยังอวัยวะบริเวณอื่นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

ปัจจุบันที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นโรงพยาบาลเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการรักษามะเร็งตาครบทุกวิธี มีทั้งการวางแร่ การให้ยาเคมีทางเส้นเลือดแดง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ทำเพื่อหายารักษามะเร็งเพิ่ม ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน มีทั้งหมอมะเร็งเด็ก หมอด้านรังสี รวมถึงอาจารย์ที่ทำงานด้านวิจัย ซึ่งทุกคนต่างช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี

ด้วยความเชี่ยวชาญและมีแนวทางการรักษาที่ครบครันจึงทำให้มีผู้ป่วยมะเร็งตาจากประเทศต่างๆ ทั้งในกลุ่มอาเซียนอย่าง กัมพูชา มาเลเซีย เวียดนาม มาทำการรักษาที่นี่ นอกจากนี้ยังมีแพทย์จากประเทศอื่น เช่น แอฟริกา ที่เคยมาดูงานก็ส่งคนไข้มารักษาที่นี่ด้วยเช่นกัน

ข้อจำกัดของการเป็นหมอมะเร็งตา

นอกจากคุณหมอดวงเนตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งตาอันดับต้นๆ ของอาเซียนแล้ว ในประเทศไทยยังมีหมอที่ไปเรียนต่อด้านนี้อีก 3-4 คน แต่มีคนที่ตัดสินใจทำด้านนี้ต่อแค่ 1 คน ซึ่งเป็นหมอที่จังหวัดสงขลา ด้วยเหตุที่คนไข้มะเร็งตามีจำนวนไม่มากนักจึงทำให้มีผู้เรียนต่อด้านนี้จำนวนจำกัด

“นอกจากมะเร็งตาแล้ว เรายังมีโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับตาเยอะและยังขาดแคลนบุคลากรด้านนี้อยู่ อีกทั้งโรคมะเร็งตาจะใช้ระยะเวลารักษาที่ค่อนข้างนานและต่อเนื่อง การรักษาบางครั้งก็ค่อนข้างหดหู่ เพราะบางกรณีที่ไม่หายหรือลุกลามก็ทำให้หมอก็เศร้าใจด้วย ต่างจากโรคตาอื่นๆ ที่เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาแล้วก็หายดี มองเห็นได้ปกติ มีความสุขทั้งผู้ป่วยและหมอ จึงเป็นเหตุผลให้การศึกษาต่อเพื่อเป็นหมอมะเร็งตาไม่ได้รับความนิยมมากนัก”

สำหรับมะเร็งตาที่คุณหมอดวงเนตรเชี่ยวชาญจะเป็นมะเร็งในจอประสาทตาเป็นหลัก แต่ยังมีมะเร็งตาในส่วนอื่นๆ เช่น มะเร็งในเบ้าตา มะเร็งที่เยื่อบุตา มะเร็งที่เปลือกตา ซึ่งก็จะมีคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะดูแลอีก

...

ปัจจุบันการรักษามะเร็งตามีการพัฒนาไปมากว่าในอดีต ที่หมอรักษามะเร็งตาในเด็กก็จะเป็นหมอเด็ก หรือหมอด้านจอประสาทตา ถ้าหากจะต้องผ่าตัดเอาตาออกก็จะต้องส่งไปหมอที่ถนัดด้านเบ้าตาเป็นคนผ่าตัด ไม่ได้มีหมอที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งตาด้านใดด้านหนึ่งเหมือนในตอนนี้

อุปสรรคหมอมะเร็งตาต้องเจอ

เมื่อถามถึงอุปสรรคของการเป็นหมอมะเร็งตาที่คุณหมอดวงเนตรพบเป็นอันดับแรกคือ ผู้ป่วยที่มารับการรักษาส่วนใหญ่มักจะมาด้วยอาการที่รุนแรงจนไม่สามารถรักษาดวงตาไว้ได้แล้ว แนวทางการรักษาจึงต้องผ่าตัดนำดวงตาออกเพื่อรักษาชีวิตไว้ หากคนไข้มารักษาด้วยอาการที่เป็นแรกเริ่มไม่หนักมากก็ยังมีแนวทางการรักษาที่ช่วยรักษาดวงตาไว้ได้อีกหลายวิธี

หากคนไข้มาทำการรักษามะเร็งตาในตอนที่มีอาการแรกเริ่ม เช่น สีดวงตาเปลี่ยน แต่ยังมองเห็นได้ ก็จะสามารรักษาดวงตาไว้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดนำดวงตาออก
หากคนไข้มาทำการรักษามะเร็งตาในตอนที่มีอาการแรกเริ่ม เช่น สีดวงตาเปลี่ยน แต่ยังมองเห็นได้ ก็จะสามารรักษาดวงตาไว้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดนำดวงตาออก

...

อุปสรรคต่อมาคือสิทธิ์การรักษาที่จำกัด เพราะการรักษามะเร็งตาบางอย่าง เช่น การวางแร่ คนที่ทำงานราชการสามารถเบิกได้ แต่คนไข้ทั่วไปไม่ได้รับสิทธิ์ในส่วนนี้ จึงทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงการรักษาได้ยาก หากรัฐบาลมีการให้สิทธิ์รองรับผู้ป่วยในส่วนนี้ก็จะทำให้คนไข้จำนวนมากเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน การรักษาด้วยการวางแร่ในปัจจุบันของไทยตอนนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดแร่ ที่มีแค่ขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่ยังขาดแร่ขนาดใหญ่ ซึ่งการนำเข้าแร่ต้องผ่านการอนุมัติจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติก่อนจึงจะสามารถนำมาใช้รักษาคนไข้ต่อไปได้ แต่ต้องผ่านหลายขั้นตอนตามระบบราชการจึงทำให้การนำเข้าแร่ที่ต้องสั่งจากเยอรมันทำได้ล่าช้า และอาจไม่ทันต่อการรักษาผู้ป่วย

“อีกหนึ่งเรื่องที่อยากให้ความสำคัญคือการให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเรื่องการบูลลี่หรือรังแกผู้ป่วย อยากให้คนทั่วไปในสังคมเข้าใจไม่ไปซ้ำเติม เพราะเคยเจอเคสผู้ป่วยมะเร็งตาต้องผ่าตัดเอาตาออกทำให้ต้องใส่ตาปลอม แล้วโดนเพื่อนแกล้งผลักตกบันไดจนทำให้ตาอีกข้างที่เหลืออยู่ได้รับผลกระทบไปด้วยจนต้องมารักษาเพิ่ม ซึ่งเป็นเคสที่น่าสงสารและสะเทือนใจมาก”

ค่ารักษามะเร็งตาที่คนไข้ต้องเผชิญ

เมื่อถามถึงค่ารักษามะเร็งตานั้น คุณหมอดวงเนตรบอกว่าคนไข้แต่ละคนมีค่ารักษาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาและระยะเวลาในการรักษา ส่วนมากจะอยู่ในหลักแสนถึงหลักล้านบาท หากใช้การรักษาหลายวิธีควบคู่กันก็จะมีค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งมีกองทุนของรัฐบาล เช่น กองทุนประกันสังคม, กองทุน 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงสิทธิ์การรักษาของข้าราชการ ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาผู้ป่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่คนไข้และครอบครัวต้องจ่ายเองด้วยเช่นกัน

...

เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งตาส่วนใหญ่ที่คุณหมอดวงเนตรพบเจอมักจะเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย จึงทำให้คุณหมอจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งตาขึ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อช่วยเหลือคนไข้ให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

คุณหมอดวงเนตรก่อตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งตาเพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการรักษาแก่ผู้ป่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น
คุณหมอดวงเนตรก่อตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งตาเพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการรักษาแก่ผู้ป่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

“ในส่วนของค่ารักษาผู้ป่วยอาจจะใช้สิทธิ์ต่างๆ ของรัฐบาลเบิกได้ แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง กองทุนของเราก็ช่วยคนไข้ในส่วนนี้ เพราะถ้าไม่มีค่าเดินทางหรือทำให้คนไข้รู้สึกไม่สะดวกก็ทำให้ไม่มารักษาต่อ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ช่วยส่วนนี้ แต่กองทุนเราจะช่วยเพื่อให้คนไข้มารักษาได้อย่างต่อเนื่องและทำให้หายได้เร็วขึ้น ซึ่งในมูลนิธิรามาฯ ก็มีหลายกองทุนมาก นี่คือเป็นกองทุนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตาโดยเฉพาะที่หมอตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคนี้ ให้คนไข้หรือญาติๆ มาบริจาคเราก็นำเงินส่วนนี้มาช่วยผู้ป่วยได้”

คุณหมอยอมรับว่าการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตาทำให้สภาพจิตใจของหมอผู้รักษาหดหู่และเศร้าใจด้วยเช่นกัน เพราะเป็นโรคที่รักษาได้ยากและต้องรักษาต่อเนื่อง หากผู้ป่วยอาการแย่ลงหรือพบว่ามะเร็งแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ หรือเป็นจากที่อื่นแล้วแพร่มายังดวงตาก็ทำให้การรักษายากขึ้น

“แต่ด้วยหน้าที่ของหมอก็ต้องทำการรักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุดและต้องให้กำลังใจคนไข้ไปด้วยพร้อมกัน นี่จึงเป็นที่มาที่ทำให้ตั้งกองทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งตาโดยเฉพาะ” คุณหมอดวงเนตร ทิ้งท้าย