ECMO (เอคโม่) เครื่องพยุงการทำงานของปอดและหัวใจ อุปกรณ์สำคัญสำหรับการยื้อชีวิตผู้ป่วย มีหลักการทำงานอย่างไร เหมาะกับผู้ป่วยแบบไหน

เครื่อง ECMO (เอคโม่) คืออะไร

ECMO (เอคโม่) มีชื่อเต็มว่า Extracorporeal Membrane Oxygenation เป็นเครื่องมือที่ใช้เพิ่มระดับออกซิเจนและลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือดจากภายนอกร่างกาย สำหรับผู้ป่วยที่ปอดและหัวใจไม่สามารถแลกเปลี่ยนก๊าซในสภาวะปกติได้อย่างพอเพียง ซึ่งในประเทศไทยมีการใช้เครื่อง ECMO ตามโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลศูนย์ใหญ่ๆ ทั่วประเทศ โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เริ่มใช้เครื่อง ECMO ครั้งแรกในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติหลังการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก (CVT ICU) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 และเริ่มมีการใช้ในหออภิบาลผู้ป่วยเด็กวิกฤติ (PICU) ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2554 จากรายงานพบว่าอัตราการรอดชีวิตจากการใช้เครื่องพยุงปอดและหัวใจของเด็กแรกเกิดอยู่ที่ 70% ส่วนในเด็กและผู้ใหญ่จะมีอัตราการรอดชีวิตใกล้เคียงกัน คือ 40-50% แต่หากเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการช่วยชีวิตด้วยเครื่อง ECMO พบว่าผู้ป่วยจะมีอัตราการเสียชีวิตมากถึง 90% เลยทีเดียว

ผู้ป่วยแบบไหนที่ต้องใช้ ECMO (เอคโม่)

ลักษณะผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่อง ECMO (เอคโม่) คือผู้ป่วยวิกฤติที่มีภาวะการทำงานของหัวใจล้มเหลวชนิดรุนแรงและผู้ป่วยที่มีภาวะหายใจล้มเหลวชนิดรุนแรง หรือในบางรายอาจมีอาการทั้งสองอย่างร่วมกัน โดยระบบการทำงานของ ECMO นั้น มีอยู่ 3 ระบบได้แก่

1. Veno-Arterial (VA) สำหรับกรณีที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวรุนแรง หรือ มีทั้งปอดและหัวใจล้มเหลว

เครื่องจะดูดเลือดออกจากเส้นเลือดดำใหญ่ เช่น จากคอในเด็กเล็ก หรือขาในเด็กโตและผู้ใหญ่ และผ่านเครื่องปอดเทียมเพื่อเพิ่มออกซิเจนและช่วยแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กลับเข้าสู่เส้นเลือดแดงใหญ่ส่วนบนหรือส่วนล่าง

...

2. Veno-venous (VV) สำหรับกรณีที่มีภาวะหายใจล้มเหลวชนิดรุนแรง

เครื่องจะดูดเลือดออกจากเส้นเลือดดำใหญ่ผ่านปอดเทียม และเข้าสู่หลอดเลือดดำใหญ่อีกครั้ง

3. Arterial-venous สำหรับกรณีที่มีภาวะหายใจล้มเหลวชนิดรุนแรงปานกลาง

ซึ่งจะใช้แรงดันจากด้านหลอดเลือดแดงโดยไม่ต้องใช้เครื่องดึงผ่านปอดเทียม

อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่อง ECMO (เอคโม่) ก็มีข้อจำกัดสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีปัจจัยร่วมบางประการ เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย, ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจมาเป็นระยะเวลานาน หรือผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด เป็นต้น

นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้เครื่อง ECMO (เอคโม่) ยังก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางประการต่อผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเลือดออกในสมอง, ภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงที่ขา (ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ ระบบ Veno-Arterial ECMO), ภาวะเม็ดเลือดแดงแตก, ภาวะติดเชื้อ, ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น ซึ่งแพทย์และพยาบาล ต้องเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วย อย่างใกล้ชิด ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

ดังนั้น การใช้เครื่อง ECMO เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤติ ต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์และญาติผู้ป่วย โดยประเมินจากระดับความรุนแรงของโรค ข้อบ่งชี้และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อีกทั้ง ECMO เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องเป็นการทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพที่อาศัยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

ข้อมูลอ้างอิง : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย