ฟัง ‘เสียง’ ของคนรุ่นใหม่ ที่จะกลายมาเป็นผู้กำหนด ‘เมือง’ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ จะเป็นอย่างไร เมื่อคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาสร้างไอเดียพื้นที่สาธารณะ ผ่านโครงการออกแบบ ‘UNIQUELY THAI’

ปัจจุบันพื้นที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เนื่องจากเมื่อเมืองพัฒนาขึ้น พื้นที่จำนวนมากก็ถูกนำไปพัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์สูงใหญ่เพื่อผลักดันเศรษฐกิจ และในมุมหนึ่งมันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำ พื้นที่สาธารณะจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนโหยหา และเป็นเสมือนรากฐานที่สำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพราะนอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ ทุกรสนิยม สามารถเข้าถึงได้และใช้งานอย่างหลากหลายแล้ว มันยังเป็นภาพสะท้อนของสิ่งที่เมืองให้ความสำคัญควบคู่ไปความเจริญทางวัตถุ นั่นคือ คุณภาพชีวิตที่เท่าเทียมของประชาชนทุกคน

น่าสนใจว่า แล้วพื้นที่สาธารณะในบริบทแบบไทยๆ สำหรับมุมมองของเหล่าสถาปนิกรุ่นใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นผู้ออกแบบเมืองในอนาคตที่พวกเขาและคนอื่นๆ ต้องอยู่ร่วมกัน เป็นอย่างไร มีหน้าตาแบบไหน และตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยอย่างไรบ้าง

จากไอเดียดังกล่าว จึงกลายมาเป็นมาโปรเจ็กต์ประกวดออกแบบพื้นที่สาธารณะ ที่ทางสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) และ ครีเอทีฟ แล็บ (Creative Lab) ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัท ซีพี ฟิวเจอร์ ซิตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (CPFC) ร่วมกันจัด
ในชื่อ ‘Uniquely Thai’ Envisioning the 21st Century Bangkok’s Civic Center Architectural Design Competition 2021 เพื่อร่วมกันค้นหาภาพของ Civic Center หรือ พื้นที่สาธารณะประเภทต่างๆ ที่ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ของประชากรเมือง ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ เพื่อจะสามารถนำไปต่อยอดสู่การสร้างพื้นที่สาธารณะใหม่ๆ ที่แตกต่างแบบไทย และยกคุณภาพชีวิตคนไทยในอนาคต

โปรเจ็กต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 178 ชิ้น และถูกคัดเลือกจนได้
ผู้ชนะ ได้แก่ ประเภทนักศึกษา 3 รางวัล ประเภทบุคคลทั่วไป 3 รางวัล รางวัลชมเชย และรางวัล Popular Vote

รางวัล Gold ประเภทนักศึกษา
Bangkok Civic Center (A031)

สำหรับคอนเซ็ปต์การออกแบบของ มนัสนันท์ เดชะสุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คือการสร้างอาคารให้เป็นจุดเชื่อมต่อทางเดินเท้า เพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจไปที่พ่อค้ารายย่อย สร้างเสริมการท่องเที่ยว และการเรียนรู้ในวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน สร้างการเชื่อมต่อของย่าน โดยสร้างเส้นทางในโครงการ 4 จุด ได้แก่ เส้นทางพัฒนาต่อยอดและสืบสานวัฒนธรรมไทย, เส้นทางพัฒนาทางด้านอาชีพ สร้างเสริมธุรกิจด้าน art and craft, เส้นทางการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน และเส้นทางการพักผ่อนของคนเมือง โดยสร้าง perception of thainess โดยสร้าง authenticity of place ให้กับพื้นที่ จากการรับรู้ sequence ของแสงและพื้นที่ research มาจากในสถาปัตยกรรมไทย และดัดแปลง และออกแบบให้เข้ากับสถาปัตยกรรมแบบใหม่

“พื้นที่สาธารณะที่ดีในบริบทแบบไทยต้องตอบโจทย์กิจกรรม วัฒนธรรมของคนไทย และเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วต้องช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน อาจมีการนำสิ่งที่มีอยู่แต่เดิม เช่น วัฒนธรรม หรือภูมิปัญญาต่างๆ มากลายร่างผสมผสานเข้ากับความใหม่ของยุคปัจจุบัน แต่ยังคงตอบสนองกิจกรรม หรือตอบสนองเซนส์ของพื้นที่ต่างๆ ให้ยังมีความรู้สึกถึงความเป็นไทย หากสามารถผลักดันเอกลักษณ์ตรงนี้ให้อยู่ในยุคปัจจุบันได้ ความเป็นไทยก็อาจจะเด่นชัดขึ้นมาในสากลโลก”

รางวัล Silver ประเภทนักศึกษา
THE DAWN (A178)

คอนเซ็ปต์ของทีม THE DAWN เชื่อว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งสายน้ำ หรือ ‘คลอง’ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นช่องทางหลักในการคมนาคมภายในเมืองเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับประเพณีและความเชื่อของไทยอีกด้วย แต่ปัจจุบันรถยนต์ได้กลายมาเป็นพาหนะสำคัญ ถนนจึงถูกสร้างขึ้น สายน้ำจึงค่อยๆ ถูกลดบทบาทความสำคัญลงไป ทั้งยังถูกทิ้งให้กลายเป็นมลภาวะในเมือง ทีมจึงออกแบบพื้นที่ให้สามารถอยู่ร่วมกับ ‘น้ำ’ ได้ โดยมีลักษณะเป็นพื้นที่ร่มเงา ระบายอากาศตามธรรมชาติ สามารถมีกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม และเปิดโอกาสให้คนทุกรุ่นได้รวมตัวกัน เพื่อแบ่งปันความสนใจที่หลากหลาย รวมถึงการแสดงดนตรี และประเด็นสาธารณะ

รางวัล Bronze ประเภทนักศึกษา
HiMawanta (A079)

ผลงาน HiMawanta แสดงถึงพื้นที่สาธารณะที่ต้องการให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยได้เข้ามาใช้งานเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนในบรรยากาศของป่ามหัศจรรย์ใจกลางเมืองพร้อมกับการได้เรียนรู้และสร้างสรรค์จินตนาการผ่านเรื่องราวของป่าหิมพานต์ไปพร้อมกัน โดยจำลองภูมิศาสตร์และสถานที่ต่างๆ ในผืนป่าให้สอดคล้องไปกับพื้นที่การใช้งานสาธารณะด้านต่างๆ ในโครงการ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้และพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ผืนป่า ธารน้ำ 4 สาย สระอโนดาต หรือยอดเขาทั้ง 5 ในป่าที่มียอดเขาไกรลาสเป็นจุดเด่น

“พื้นที่สาธารณะที่ดูเป็นมิตรที่สุด คือ สวนสาธารณะเพราะมันเป็นหน้าตาที่คนอื่นมองจากข้างนอกเข้าไปแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่สำคัญควรเป็นพื้นที่ที่ทุกคนใช้งาน พักผ่อน ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ซึ่งหากพื้นที่สาธารณะสามารถหยิบภาพลักษณ์ หรือลวดลายการ์ตูนต่างๆ แบบไทยๆ เอามาประยุกต์ทำใหม่ในมุมมองความคิดของคนรุ่นใหม่ได้ก็จะเป็นการพัฒนาสิ่งเดิมที่อาจดูล้าสมัยให้ร่วมสมัยขึ้นมาได้”

รางวัล Gold ประเภทบุคคลทั่วไป
COSMIC | CIVIC CENTER (B078)

ทีมนี้มองว่า ปัจจุบันโลกได้วิวัฒน์และเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างรวดเร็ว เกิดการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด โลกจินตนาการของเทคโนโลยีที่เรียกว่า Metaverse จะกลายเป็น Big Wave
ลูกใหม่ที่จะปฏิวัติชีวิตมนุษย์ให้ก้าวล้ำขึ้นไปอีกขั้น ดังนั้นคนไทยจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปสู่กระแสของโลกใบใหม่นี้ จึงนำแนวคิดในการนำ เขามอ ที่เป็นภูมิทัศน์ตามความเชื่อแบบไทยๆ ที่จำลองจากภูมิจักรวาล และเขาพระสุเมรุที่เปรียบเสมือนสวรรค์ เป็นที่อยู่ของเทวดาที่จะอวตารลงมาปกครองมนุษย์ เช่นเดียวกับแนวคิดในการสร้างเมืองของเรา “กรุงเทพฯ เมืองเทพสร้าง” เราจึงนำแนวคิดนี้มาปรับใช้และต่อยอด ที่ว่ามนุษย์เราเองก็สามารถที่จะอวตารไปสู่สวรรค์ในจินตนาการที่เรียกว่า Metaverse ได้

“เรากำลังทำพื้นที่สาธารณะเพื่อคนไทย จึงควรต้องศึกษาว่าธรรมชาติของคนไทยเป็นอย่างไร แล้วการออกแบบหรือตัวสถาปัตยกรรมจะค่อยๆ ก่อร่างให้ potential มันเกิดขึ้นจากข้อมูลเหล่านั้น เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทย สภาพแวดล้อม และบริบทที่เปลี่ยนไป เช่น เทคโนโลยี รวมถึงตอบโจทย์คนใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่คนขายหมูปิ้งไปจนถึงเจ้าของออฟฟิศ ซึ่งจะทำให้เมืองก้าวไปพร้อมกันได้ แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของความเป็นไทย”

รางวัล Silver ประเภทบุคคลทั่วไป
เดอะ บางกอก ฟอรัม (B102)

บางกอกฟอรัมมองว่า พื้นที่สาธารณะแบบไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจ แต่เกิดจากที่ว่างที่สามารถสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มพื้นที่นั้น ดังนั้นแทนที่จะเริ่มจากการออกแบบพื้นที่สาธารณะ ก็เลือกไปโฟกัสการสร้างพื้นที่ว่างที่สามารถรองรับกิจกรรมทางสังคมในอนาคตได้ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนไทยในประจำวันมา 26 แบบ เพื่อที่จะทำความเข้าใจการใช้พื้นที่ของคนไทย พื้นที่สาธารณะที่แท้จริงจึงเป็นที่ว่างที่ยินยอมให้ประชาชนทั่วไปมีอำนาจที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมและการมีส่วนร่วมภายในสังคมได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“พื้นที่สาธารณะควรเป็นการเข้าถึงได้ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือรวย แต่ในขณะที่เมืองเติบโตไป เราก็ไม่สามารถหลงลืมเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ รวมถึงลักษณะชีวิตประจำวันของคนไทยได้ เพราะการเจริญไปข้างหน้า แต่หลงลืมวัฒนธรรมหรือกิจกรรมที่มีความเป็นไทย ก็ไม่ต่างอะไรกับการขาดรากเหง้า ดังนั้นต้องไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งใหม่ๆ เข้าไปในพื้นที่สาธารณะ แต่ควรยังเก็บอนุรักษ์สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมหรือกิจกรรมในอดีตมารวมอยู่ในชุดเดียวกันได้ด้วย”

รางวัล Bronze ประเภทบุคคลทั่วไป
ลาน-ละ-เล่น (B069)

คำว่า “ลาน-ละ-เล่น” คือ การนำคำว่า “ลาน”+ “การละเล่น” ในอีกความหมายคือการเพิ่มพื้นที่ว่างสาธารณะให้กับเมือง โดยพื้นที่นั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และปรับเปลี่ยนไปตามกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น และเนื่องจากจุดประสงค์การออกแบบอาคารคือการสร้างพื้นที่ว่างสาธารณะให้กับเมือง จึงได้มีการออกแบบให้มีลานกว้างหน้าอาคารสำหรับเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ของคนเมืองซึ่งจะยาวต่อเนื่องไปจนถึงด้านบนอาคาร เหมือนเป็นการนำลานโล่งมาหุ้มทับอาคารเอาไว้ ทำให้เกิดความต่อเนื่องกันระหว่างลานหน้าอาคารและลานบนอาคารทั้งทางสายตา การสัญจร และการใช้งาน “พื้นที่สาธารณะไม่จำเป็นต้องเกิดจากการที่ภาครัฐจัดหาให้ แต่ทุกคนสามารถให้ได้ ทั้งเอกชนและรัฐ พื้นที่สาธารณะที่ดีต้องเป็นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ได้ ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร ในเชิงที่เกิดประโยชน์ ส่วนคำว่าบริบทแบบไทยสามารถมองได้หลายประเด็น ถ้ามองในแง่ภาพลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรม หลายคนอาจมองเรื่องหลังคาทรงจั่วหรือลายไทย แต่ความจริงยังมีอีกหลายมิติมาก เช่น เรื่องของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมหรือในแง่ของการใช้ชีวิต”

รางวัล Popular Vote
THE IDENTITY OF ETERNAL THAI (B074)

คอนเซ็ปต์คือการนำเอาเสน่ห์ในความหลากหลายของอัตลักษณ์ไทยมาสร้างมิติความสัมพันธ์ให้เชื่อมโยงกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวบนตัวแปรกาลเวลา ทั้งประวัติศาสตร์ ความจริงในปัจจุบัน และอนาคตที่คนไทยวาดฝัน มาแสดงในตำแหน่งเดียวกันภายใต้อาคารสาธารณะ ภายใต้แนวคิด “เอกลักษณ์ไทยอนันตกาล” เพื่อให้เกิดอาคารที่มีแนวทางผสมผสานมิติความหลากหลายต่างๆ ของความเป็นไทยสู่อาคารที่มีชีวิต เพื่อเผยแพร่ให้คนรับรู้ถึงสิ่งดีงามของไทยมากขึ้น และพร้อมที่จะนำเอกลักษณ์ไทยเคลื่อนตัวไปในโลกอนาคต

“พื้นที่สาธารณะในเชิงสังคมเป็นสิ่งที่ซับซ้อน จึงอยากร้อยเรียงปัญหาต่างๆ เพื่อแก้ปัญหา ด้วยการนำพื้นที่รูปแบบง่ายๆ มาจับ เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าบางอย่างแก่สังคม พื้นที่สาธารณะ ต้องเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และสามารถสนับสนุนชุมชนหรือบริบทโดยรอบให้ดีขึ้นได้ เหมือนการออกแบบพื้นที่สาธารณะไม่ได้เป็นประโยชน์กับผู้คนอย่างเดียว แต่เข้าไปทำประโยชน์ต่อสิ่งรอบข้างได้ด้วย”

แน่นอนว่า ‘การออกแบบเมือง’ ไม่ได้มีเพียงมิติเดียว หรือมีแค่เรื่องพื้นที่สาธารณะเท่านั้น ยังมีอีกหลายมิติของเมืองที่ควรได้รับการพัฒนา และได้รับการส่งเสริมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกคน

น่าสนใจว่า จากโจทย์ ‘Civic Center’ ในปีนี้จะนำไปสู่การประกวดในปีหน้าและปีถัดไปอย่างไรต่อ แต่ไม่ว่าจะเป็นโจทย์อะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดโอกาสให้ ‘คนรุ่นใหม่’ ได้มาร่วมออกแบบเมืองที่พวกเขาอยากได้และอยากใช้ชีวิตอยู่ เช่นที่ ทางสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) และ ครีเอทีฟ แล็บ (Creative Lab) ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัท ซีพี ฟิวเจอร์ ซิตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (CPFC) และผู้สนับสนุนทุกองค์กรพยายามสนับสนุนและส่งเสริม สิ่งเหล่านี้ผ่านงานประกวดเพื่อให้หนุ่มสาวที่มีฝันอยากพัฒนาเมืองได้มาร่วมต่อยอดความคิดและก่อร่างความฝันไปพร้อมกัน เพราะทุกไอเดียของคนรุ่นใหม่มีค่าเสมอ