สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน การออมเงินเพื่ออนาคตคือสิ่งสำคัญ ซึ่ง “ประกันสังคม” เป็นการออมเงินภาคบังคับที่รัฐบาลสนับสนุนให้คนไทยทุกคนสามารถมีหลักประกันในการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง โดยครอบคลุมตั้งแต่การเจ็บป่วย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ ว่างงาน พิการ และเสียชีวิต เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาล และมีการทดแทนรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกันตนทั้ง 3 มาตราจะได้รับสิทธิประกันสังคมที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้
ผู้ประกันตน มาตรา 33: ลูกจ้างในสถานประกอบการ
เงื่อนไข
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเดือนละ 5% ของค่าจ้าง
- สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน
สิทธิประกันสังคม
- กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
- กรณีคลอดบุตร
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีเสียชีวิต
- กรณีสงเคราะห์บุตร
- กรณีชราภาพ
- กรณีว่างงาน
ผู้ประกันตน มาตรา 39: ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ
เงื่อนไข
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ 432 บาท/เดือน
สิทธิประกันสังคม
- กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
- กรณีคลอดบุตร
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีเสียชีวิต
- กรณีสงเคราะห์บุตร
- กรณีชราภาพ
ผู้ประกันตน มาตรา 40: ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
ผู้ประกันตนสามารถเลือกสมัครได้ 3 ทางเลือก ดังนี้
ทางเลือกที่ 1
เงื่อนไข
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน
สิทธิประกันสังคม
...
- กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีเสียชีวิต
ทางเลือกที่ 2
เงื่อนไข
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน
สิทธิประกันสังคม
- กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีเสียชีวิต
- กรณีชราภาพ
ทางเลือกที่ 3
เงื่อนไข
- ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน
สิทธิประกันสังคม
- กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีเสียชีวิต
- กรณีชราภาพ
- กรณีสงเคราะห์บุตร
ดังนั้น ประกันสังคมจึงมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตในหลายๆ ด้าน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ทำงานเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ ก็สามารถสมัครเข้าโครงการเพื่อรับสิทธิประกันสังคมในมาตรา 39 และมาตรา 40 ได้ โดยเฉพาะในยุคที่มีการแพร่ระบาดของโควิด สิทธิประกันสังคมก็รองรับการช่วยเหลือแก่ผู้ประกันตนด้วยเช่นกัน