เหตุการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย - ยูเครน ที่เกิดขึ้นในเวลานี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนภาวะความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีจากทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่ก้าวข้ามอาชีพจากนักแสดงตลกมารับบทบาทผู้นำประเทศในชีวิตจริง พร้อมกับภาระหน้าที่อันแสนหนักหน่วงและท้าทาย แต่ได้ใจประชาชนชาวยูเครน รวมถึงประชาชนชาวโลกในหลายๆ ประเทศด้วย
นอกจากหน้าที่ความรับผิดชอบที่ถูกจับตาจากคนทั้งโลกแล้ว สิ่งที่ทำให้ผู้นำชาวยูเครนคนนี้ได้ใจหลายคนทั่วโลกคือการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว และวาทะที่แสดงความเข้มแข็งพร้อมปลุกใจประชาชนให้ลุกขึ้นสู้ได้อย่างไม่เกรงกลัว
24 กุมภาพันธ์ 2565
“ผมจะอยู่ในเมืองหลวง ผมจะอยู่กับประชาชน ครอบครัวและลูกๆ ของผมก็อยู่ในยูเครน พวกเขาไม่ใช่คนทรยศ เพราะพวกเขาเป็นพลเมืองยูเครนเช่นกัน”
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประกาศในงานแถลงข่าวหลังจากกรุงเคียฟถูกโจมตีโดยรัสเซีย แม้จะทราบดีว่าตนเองคือเป้าหมายอันดับหนึ่ง และเป้าหมายรองลงมาก็คือครอบครัวของเขาก็ตาม
26 กุมภาพันธ์ 2565
“การต่อสู้อยู่ที่นี่ และเราต้องการอาวุธต่อต้านรถถัง ไม่ใช่รถสำหรับการหลบหนี”
เขากล่าวปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ให้อพยพออกจากกรุงเคียฟ หลังจากรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนได้ 2 วัน
27 กุมภาพันธ์ 2565
“เราทุกคนอยู่ที่นี่ กองทัพของเราอยู่ที่นี่ ประชาชนและสังคมอยู่ที่นี่ เราทุกคนอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องเอกราช ประเทศของเรา และมันจะเป็นอย่างนี้”
เขากล่าวสาบานขณะสวมเครื่องแบบทหารแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดีย หลังจากสื่อรัสเซียรายงานว่าเขาหนีออกนอกประเทศในคืนวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
...
28 กุมภาพันธ์ 2565
“เรารู้สึกขอบคุณพันธมิตรที่อยู่เคียงข้างเรา แต่เป้าหมายของพวกเราคือการอยู่ร่วมกับสหภาพยุโรปทั้งหมด และที่สำคัญที่สุด คืออยู่ในสถานะเท่าเทียมกัน ผมเชื่อมั่นว่านี่เป็นสิ่งที่ยุติธรรม ผมเชื่อมั่นว่าเราสมควรได้รับมัน ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างเป็นไปได้”
วลีสำคัญที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวในวิดีโอเพื่อขอให้สหภาพยุโรปรับยูเครนเป็นสมาชิกโดยเร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะลงนามเอกสารขอสมัครเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ
1 มีนาคม 2565
“ไม่มีใครที่จะทำลายเราได้ เรากำลังต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เพื่อชีวิต และตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของเรา พิสูจน์ว่าพวกคุณอยู่ข้างเรา แล้วจากนั้นชีวิตจะได้รับชัยชนะเหนือความตาย”
เขากล่าวตอกย้ำความต้องการของตนเองลงในวิดีโออีกครั้ง ในการประชุมฉุกเฉินของรัฐสภาสหภาพยุโรป ที่กรุงบรัสเซลส์
8 มีนาคม 2565
“เราไม่ต้องการที่จะสูญเสียสิ่งที่เรามี สิ่งที่เป็นของเรา เช่นเดียวกับในอดีตที่คุณไม่อยากสูญเสียประเทศของคุณให้กับพวกนาซีที่เริ่มต่อสู้กับประเทศของคุณ และคุณต้องต่อสู้เพื่อสหราชอาณาจักร”
ประธานาธิบดียูเครนกล่าวผ่านวิดีโอเพื่อขอบคุณสหราชอาณาจักรในการสนับสนุนนับตั้งแต่ถูกรัสเซียรุกราน
15 มีนาคม 2565
“พวกเราได้ยินกันมานานหลายปีว่ามีประตูหลายบานเปิดอยู่ และพวกเราก็ได้ยินกันมานานเช่นกันว่าพวกเราไม่ควรเข้าร่วม มันเป็นความจริงและต้องยอมรับในเรื่องนี้”
ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวผ่านการประชุมทางออนไลน์กับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของยูเครน เพื่อให้ประชาชนยอมรับว่ายูเครนจะไม่เป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
16 มีนาคม 2565
“การเป็นผู้นำของโลกหมายถึงการเป็นผู้นำสันติภาพ”
ประธานาธิบดียูเครน เอ่ยถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้แสดงถึงจุดยืนของการเป็นผู้นำโลก ไม่ใช่แค่เพียงเป็นผู้นำของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
นี่เป็นเพียงตัวอย่างประโยคปลุกใจของโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่เอ่ยต่อผู้คนทั่วโลก ซึ่งแฝงไปด้วยพลังแห่งความจงรักภักดีในประเทศชาติและพร้อมยืนหยัดต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปพร้อมกับประชาชน จึงทำให้ผู้นำจากหลายๆ ชาติยกย่องในความกล้าหาญและการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของเขา
ด้วยถ้อยคำอันทรงพลังที่มาพร้อมการกระทำอันกล้าหาญของผู้นำยูเครน จึงทำให้ผู้คนจากหลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างส่งกำลังใจ และพยายามให้การช่วยเหลือชาวยูเครนให้ผ่านพ้นเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้ไปด้วยดี และหวังว่าสงครามอันโหดร้ายนี้จะสิ้นสุดในเร็ววัน
ที่มา: BBC, Business Insider, The Hill, CNBC