เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า “ถุงยางอนามัย” คืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วยป้องกันโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมได้ แต่ก็มีผู้ชายและผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยชื่นชอบรสนิยมทางเพศด้วยการไม่ใส่ถุงยางอนามัย และมักใช้ข้ออ้างว่า “แพ้ถุงยาง” เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์นี้
ซึ่งความจริงแล้วการแพ้ถุงยางมีจริงหรือไม่ สาเหตุเกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร และป้องกันได้หรือไม่ เรามีคำตอบมาให้แล้ว
สาเหตุของการแพ้ถุงยาง
ผู้ที่แพ้ถุงยางส่วนมากมีสาเหตุมาจากการแพ้ยางพารา (Latex Allergy) และบางส่วนเกิดจากการแพ้สารฆ่าเชื้ออสุจิ (Spermicide) ซึ่งถุงยางอนามัยที่จำหน่ายทั่วไปในท้องตลาดส่วนมากผลิตจากยางธรรมชาติหรือน้ำยางพารา จึงทำให้มีโอกาสที่จะมีคนแพ้ถุงยางได้มากถึง 1 - 3% สามารถพบคนที่มีอาการนี้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
อาการแพ้ถุงยางเป็นอย่างไร
อาการแพ้ถุงยางจะมีลักษณะเป็นผื่นขึ้นคล้ายลมพิษ แสบร้อน และคันบริเวณอวัยวะเพศ หรือบริเวณที่สัมผัสกับถุงยางอนามัย ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายใน 24 - 48 ชั่วโมง หลังมีเพศสัมพันธ์ สามารถแก้ไขได้โดยการทานยาแก้แพ้ แต่ถ้าหากมีอาการหายใจไม่ออก ความดันโลหิตต่ำ คลื่นไส้ อาเจียน เป็นลม หน้ามืด หรือชัก แสดงถึงอาการแพ้ถุงยางอย่างรุนแรงควรรีบพบแพทย์ทันที
สามารถป้องกันการแพ้ถุงยางได้อย่างไร
...
เปลี่ยนเป็นรุ่นที่ไม่ใช้สารฆ่าเชื้ออสุจิ: ถ้าหากการแพ้ถุงยางมีสาเหตุมาจากแพ้สารฆ่าอสุจิ ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ถุงยางอนามัยรุ่นอื่นที่ไม่มีการเคลือบสารดังกล่าวไว้ แม้จะเป็นถุงยางธรรมชาติเหมือนเดิม ก็จะไม่เกิดการแพ้ซ้ำอีก
เปลี่ยนมาใช้ถุงยางพลาสติก: สำหรับผู้ที่แพ้ยางพารา ต้องหาซื้อถุงยางที่ทำจากวัสดุอื่นมาใช้แทน นั่นคือถุงยางที่ผลิตจากโพลียูรีเธน (Polyurethane) และถุงยางที่ผลิตจากโพลีไอโซพรีน (Polyisoprene) หรือที่เราเรียกกันว่าถุงยางพลาสติกนั่นเอง คุณสมบัติเด่นคือมีความเหนียวและทนทานต่อการฉีกขาดได้ดีกว่าถุงยางทั่วไป นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ยางพาราอีกด้วย สามารถใช้สารหล่อลื่นที่ผลิตจากน้ำมันปิโตรเลียม หรือน้ำมันหล่อลื่นผิวหนัง จำพวก Mineral oil ได้ และสามารถทำให้บางได้ถึง 0.1 มิลลิเมตร จึงทำให้รู้สึกเสมือนไม่ได้ใส่อะไรเลย แต่ข้อเสียคือมีราคาสูงและหาซื้อได้ยากกว่าถุงยางที่ผลิตจากยางธรรมชาติ
ใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่น: ในกรณีที่ไม่สามารถหาซื้อถุงยางพลาสติกได้ และไม่อยากเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ก็สามารถป้องกันด้วยการให้ฝ่ายหญิงทานยาคุมกำเนิด หรือใช้ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิงซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และป้องกันการตั้งครรภ์ได้ใกล้เคียงกับถุงยางอนามัยของผู้ชาย ที่สำคัญคือเป็นถุงยางพลาสติกจึงป้องกันการแพ้ยางพาราได้ แต่ข้อเสียคือหาซื้อตามร้านค้าทั่วไปได้ยากและมีราคาสูงกว่าถุงยางอนามัยของผู้ชาย
สรุปแล้วก็คือ การแพ้ถุงยางมีจริง และสามารถเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ก็มีวิธีป้องกันอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพได้ดีไม่ต่างกันและสามารถแก้ไขไม่ยากเย็นมากนักด้วย ดังนั้นหากใครจะขอมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ข้ออ้างว่าแพ้ถุงยาง ก็แก้ไขด้วยการซื้อถุงยางพลาสติกให้ใช้แทน อย่าไปยินยอมพร้อมใจรับความเสี่ยงด้วยอารมณ์พาไปหรือด้วยความสงสาร เพราะผลลัพธ์ที่ได้ไม่คุ้มอย่างแน่นอน