แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังออกอาละวาดจนเป็นข่าวใหญ่ในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว เมื่อมีการกวาดล้างครั้งใหญ่ก็หายเงียบไปแล้วกลับมาใหม่ในรูปแบบการหลอกลวงที่ต่างไปจากเดิมเล็กน้อยและเพิ่มเติมคือมีกลเม็ดวิธีที่ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น จนทำให้หลายคนต้องเสียทรัพย์สินไปกับการถูกหลอกลวง และเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเรามีวิธีป้องกันตัวอย่างไรบ้าง

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เรามีวิธีสังเกตเบื้องต้นเพื่อให้รู้ว่าปลายสายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ ดังนี้

1. ส่วนใหญ่เป็นเบอร์จากต่างประเทศ ซึ่งมักจะขึ้นต้นด้วย +830, +870 หรือเป็นเบอร์มือถือหรือเบอร์จากต่างจังหวัดที่ไม่คุ้นเคย

2. มักเป็นระบบอัตโนมัติที่แอบอ้างว่ามาจากบริษัทขนส่งหรือธนาคารชื่อดังรายใหญ่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมด้วยข้ออ้างต่างๆ ที่ทำให้เราตื่นตกใจ เช่น

- ส่งพัสดุผิดกฎหมายไปยังต่างประเทศและกำลังจะถูกดำเนินคดี

- บัญชีธนาคารพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมาย

- อ้างว่าเราเป็นหนี้กับหน่วยงานรัฐต้องชำระโดยด่วน

- บัญชีธนาคารกำลังมีปัญหา ต้องให้ข้อมูลส่วนตัวรวมถึงรหัสผ่านเพื่อรักษาเงินในบัญชี

- ได้รับเงินรางวัลแต่ต้องจ่ายเงินส่วนหนึ่งก่อนเพื่อรับเงินรางวัลนั้น

3. หลังจากรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จก็จะมีการโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ปลอม)

4. ปลายสายพูดจาข่มขู่ให้เรามีการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวเพื่อปิดคดีหรือลดโทษ

วิธีรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

...

สำหรับคนที่ยังไม่เคยเจอแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับตนเองโดยตรง หรือเคยพลาดมาแล้ว เรามีวิธีรับมือเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อดังนี้

1. ตั้งสติก่อนรับสาย หากรู้สึกว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยหรือมีจำนวนตัวเลขเยอะกว่าเบอร์ทั่วไป สามารถเลี่ยงได้โดยไม่รับสายนั้น

2. หากรับสายแล้วลองสังเกตวิธีพูดหรือการดำเนินเรื่องว่าตรงกับที่เอ่ยมาข้างต้นหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่แล้วแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักมีรูปแบบการหลอกลวงที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก แล้วตั้งสติฟังอย่างรอบคอบและใจเย็น พร้อมดำเนินการต่อไปนี้

- ข้อมูลที่ปลายสายแอบอ้างมีส่วนตรงกับความจริงหรือไม่ เช่น มีบัญชี/บัตรเครดิตธนาคาร หรือได้มีการทำธุรกรรมตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่

- มิจฉาชีพจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดส่งพัสดุ เช่น ชื่อผู้รับ ผู้ส่ง ต้นทาง ปลายทาง หมายเลขติดตามพัสดุ สถานะการจัดส่ง

- ในกรณีที่แอบอ้างชื่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน ขอให้มั่นใจว่าโดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ธนาคารจะไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า รวมทั้งไม่มีการขอให้ลูกค้าทำธุรกรรมทางโทรศัพท์

- ไม่บอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงิน รวมถึงรหัสต่างๆ ในทุกๆ ช่องทาง

- ขอหมายเลขติดต่อกลับ ขอชื่อผู้รับสายรวมถึงรหัสพนักงานเพื่อตรวจสอบกับบริษัทหรือสถาบันการเงินที่ถูกแอบอ้าง

3. เมื่อมั่นใจว่าเจอกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าแล้วจริงๆ ควรรีบบอกคนรอบข้างให้ระวังเพื่อป้องกันและรับมือไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หรือคนที่มีแนวโน้มจะถูกหลอกลวงได้ง่าย

4. หากใช้บริการแจ้งเตือนสายที่โทรเข้า ควรระบุชื่อว่าเบอร์ที่โทรเข้าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือมิจฉาชีพ เพื่อให้คนอื่นระวังตัว

5. โทรแจ้งบริษัทหรือสถาบันการเงินที่ถูกแอบอ้างให้หาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้ตนเองเสียชื่อเสียง

ทั้งหมดนี้คือวิธีป้องกันตัวและรับมือเบื้องต้นเมื่อต้องเจอกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ไม่แน่ว่าวันดีคืนดีอาจเจอสุ่มโทรหาก็เป็นได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” อย่าตื่นตระหนกตกใจไปกับคำขู่ หากมั่นใจว่าปลายสายคือมิจฉาชีพแน่นอนก็ตัดสายทิ้งแล้วแจ้งคนรอบข้างให้ระวังตัว แต่ถ้าหากว่าพลาดท่าโดนหลอกแล้วก็ให้ตั้งสติรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เช่น เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัญชี ชื่อบัญชีที่โอนเงิน เพื่อเป็นหลักฐานมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.