"หมอดู" เป็นอาชีพที่อยู่คู่วิถีความเชื่อในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แม้จะเป็นเรื่องความเชื่อและความศรัทธาส่วนบุคคล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ เคยผ่านการดูดวงมาแล้วหลายรูปแบบ เช่น ดูดวงวันเกิด ดูลายมือ ไพ่ยิปซี ไพ่ทาโรต์ และอย่างน้อยก็ต้องเคยอ่านคำทำนายโชคชะตาตามราศี รวมถึงคำทำนายฝันแบบต่างๆ เพื่อหาคำตอบบางอย่างให้กับตัวเอง
ในปัจจุบัน ศาสตร์แห่งการดูดวงมีหลายแบบ หมอดูคนไหนที่มีชื่อเสียงเล่าลือว่าทำนายแม่นยำ ก็มักจะได้รับการบอกต่อ ทั้งผ่านโซเชียลมีเดียและแบบปากต่อปาก โดยเฉพาะหากต้องการให้หมอดูชื่อดังทำนายดวงชะตาให้ บางครั้งมีเงินอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะต้องจองคิวดูดวงล่วงหน้า อาจรอเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหากหมอดูคนนั้นคิวทองมากๆ ก็อาจต้องรอนานร่วมครึ่งปีเลยทีเดียว
หมอดูยุคนี้ไม่จำเป็นต้องมีสำนักให้คนเดินทางไปดูดวงถึงที่อีกต่อไป เพราะหมอดูหลายคนปรับตัวมาดูดวงออนไลน์ ทั้งผ่านทางโทรศัพท์ และแพลตฟอร์มวิดีโอต่างๆ ขณะเดียวกันหมอดูก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีอายุเยอะเท่านั้น เพราะปัจจุบันนี้ มีคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ที่หันมาสนใจอาชีพศาสตร์แห่งการทำนายและดูดวงรูปแบบต่างๆ โดยมีการปรับตัวและวิธีนำเสนอให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น
ไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณพลอย-พลอยไพลิน เกษมสุข เจ้าของเพจ Good Girls From Neptune ซึ่งเรียนจบด้านเทคนิคการแพทย์ แต่มีความสนใจเรื่องการดูดวง จนผันตัวมาทำอาชีพเสริมเป็นหมอดูออนไลน์ ประยุกต์ความรู้ด้านจิตวิทยา ให้เข้ากับโหราศาสตร์ และการดูดวง กลายเป็นอาชีพที่เรียกว่า "นักจิตวิญญาณบำบัด" (Spiritual Counsellor) ที่จะมาแบ่งปันมุมมองด้านต่างๆ ของอาชีพหมอดู
...
จากนักศึกษาสายเทคนิคการแพทย์ สู่อาชีพ "หมอดู"
ความชื่นชอบในการดูดวงของพลอยไพลิน เริ่มตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษา ก่อนจะห่างหายไป เพราะหันมาสนใจวิทยาศาสตร์ และเข้าศึกษาต่อด้านเทคนิคการแพทย์ จนกระทั่งได้ศึกษาสายจิตวิทยาควบคู่ไปด้วย จึงพบความเชื่อมโยงบางอย่างที่สามารถนำความรู้ด้านการดูแลจิตใจ มาประยุกต์ให้เข้ากับศาสตร์แห่งการทำนายผ่านการดูดวงไพ่ทาโรต์
"เรามองว่าการดูดวงอาจเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตคนไทยเลยก็ได้ ทุกคนรู้จักการดูดวง และเราใช้ชีวิตอยู่กับความเชื่อแบบนี้มานาน ซึ่งก็ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เราเรียนจบสายการแพทย์ และเป็นนักให้การปรึกษาและนักจิตบำบัดมาก่อน ทำให้รู้สึกว่าจริงๆ แล้ว การดูแลจิตใจไม่จำเป็นต้องเป็นทางสายการแพทย์ตะวันตกก็ได้ เพราะในอดีตมนุษย์ก็ต้องพึ่งพาความเชื่อด้านต่างๆ มีทั้งเรื่องศาสนา ธรรมชาติ สิ่งลี้ลับ ที่สามารถดูแลจิตใจคนเราได้เหมือนกัน
หลังจากนั้น ก็เริ่มมาศึกษาเรื่องไพ่ทาโรต์ และโหราศาสตร์ตะวันตกประกอบกันไป เพราะมองเห็นความเป็นสถิติ สิ่งเหล่านี้ก็คือสื่อที่ใช้ประกอบในการสะท้อนจิตใจของคนที่มาดูดวง หรือที่เรียกว่า Psychosocial Spiritual ลักษณะเหมือนการเป็นจิตวิญญาณบำบัด" พลอยไพลินกล่าว
เมื่อการแพทย์ โหราศาสตร์ และจิตวิทยาโคจรมาพบกัน
หากนับระยะเวลาที่พลอยไพลินเริ่มศึกษาศาสตร์การดูดวงไพ่ทาโรต์ รวมทั้งความรู้ด้านจิตวิทยา นับเป็นระยะเวลาประมาณ 6-7 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ศึกษาแค่ความรู้เชิงเทคนิคและจิตบำบัดเพื่อนำมาใช้ในการเรียนและประกอบอาชีพนักให้คำปรึกษา แต่หลังจากลองนำมาผสมผสานกับการทำนายไพ่ทาโรต์ โดยเริ่มใช้เทคนิคดังกล่าวดูดวงให้เพื่อนสนิท หรือคนใกล้ตัว กลับมีฟีดแบ็กที่ดี คนที่มาดูดวงด้วยจะรู้สึกเหมือนได้แรงเสริมด้านบวกกลับไปด้วย
พลอยไพลินให้ความเห็นว่า "หลายคนอาจคุ้นเคยกับหมอดูที่ดูดวงแบบวินิจฉัยไปเลย เช่น บอกว่าชาตินี้คุณจะไม่มีคู่นะ หรือเดี๋ยวอีกไม่นานจะป่วยหนัก หรือจะสูญเสียคนในครอบครัว แต่สำหรับเรา จะนำเทคนิคจิตวิทยามาช่วยสร้างพลัง (Empowerment) ให้กับคนที่มาดูดวงด้วย สามารถช่วยสะท้อนตัวตน และความไม่สบายใจของเขาได้ เราก็จะบอกตามคำทำนายว่าตอนนี้คุณกำลังเจออะไร แล้วรู้สึกอะไรบ้าง สะท้อนไปด้วยว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร แต่เดี๋ยวไม่นานมันก็จะผ่านไปนะ ชีวิตมีขึ้นมีลงเป็นเรื่องธรรมดา"
...
คนมาดูดวงส่วนใหญ่มีเรื่องทุกข์ใจ แล้วทักษะจำเป็นที่หมอดูควรมีไว้รับมือ คืออะไร?
พลอยไพลินมองว่าจิตวิทยาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับการดูดวงในยุคนี้ เพราะคนที่มาดูดวงส่วนใหญ่มักจะมีความทุกข์ หรือเรื่องไม่สบายใจ สิ่งสำคัญของคนเป็นหมอดูคือควรรับฟัง และมีศิลปะในการพูดคำทำนายต่างๆ บางครั้งหากเปิดไพ่ขึ้นมาแล้วไพ่มีความหมายที่ไม่ดี ควรจะพูดอย่างไรให้เขาเข้าใจถึงปัญหา และเรียนรู้ที่จะตั้งสติ ไม่ประมาท เพื่อสู้กับปัญหานี้ได้หากเกิดขึ้นจริงในอนาคต ซึ้งถือว่าเป็นทักษะสำคัญที่หมอดูยุคใหม่ควรมี
"เคยมีเหมือนกันนะคะ เวลาที่คนมาดูดวงกับเรา เปิดเจอไพ่ที่ร้ายแรงมากๆ เราก็ต้องบอกเขาว่าแม้ไพ่อาจดูน่ากลัว แต่ลองกลับมามองในชีวิตคนเรา ก็มีทั้งจุดที่ดีและไม่ดีสลับกันไป เราพยายามชี้มุมมองบวกอื่นๆ ให้เขาเห็น มันอาจจะเป็นช่วงที่ไม่ดีในตอนนี้นะ แต่ให้ถือว่าหากผ่านไปได้ ก็จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ จะพยายามชี้ให้เห็นหนทางที่พอเป็นไปได้ ชี้ให้เห็นว่าเป็นภาวะธรรมชาติ มีเกิดมีดับเป็นปกติ ขึ้นอยู่กับวิธีจัดการปัญหาของแต่ละคน เพราะหากเขาเชื่อว่าดวงไม่ดี เขาก็จะยิ่งยึดติดกับคำทำนายนั้นจนลืมจัดการตัวเอง"
เมื่อคำถามของคนมาดูดวง สามารถสะท้อนสภาพสังคมได้
คำถามที่หมอดูพบบ่อยในช่วงเวลานี้ สำหรับพลอยไพลิน เธอเผยว่าคำถามอันดับ 1 ที่ถูกถามมากที่สุดคือ เรื่องการเงินและการงาน ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ เรื่องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ส่วนอันดับ 3 คือ เรื่องความรัก ซึ่งคนที่มาดูดวงกับเธอ มีหลากหลายวัย ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน โดยเฉพาะในช่วงรอบปีที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด-19 และปัญหาภาวะเศรษฐกิจและการงานที่ไม่แน่นอน ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ติดต่อมาให้ดูดวง จะมีความทุกข์และความไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องการเงินและการงานมากที่สุดนั่นเอง
...
เปิดรายได้อาชีพหมอดู และวิธีตั้งราคาดูดวงมาจากไหน?
หมอดูแต่ละคนก็จะตั้งราคาดูดวงที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับลักษณะศาสตร์การดูดวง ความรู้ ประสบการณ์ รวมไปถึงชื่อเสียงของหมอดู ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นว่าหมอดูชื่อดังที่เล่าลือกันว่าดูแม่น จะมีราคาดูดวงที่แพงเสมอไป เนื่องจากการตั้งราคาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
ปัจจุบัน มีหลายคนที่อาจเริ่มต้นหัดดูดวง ก็จะเปิดรับลูกค้าดูดวงฟรีผ่านทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก บางคนก็ราคาไม่แพง อาจลงท้ายด้วยตัวเลขมงคล เช่น 59 บาท, 99 บาท, 199 บาท, 500 บาท, 999 บาท ฯลฯ หรือตัวเลขสวยๆ อื่นๆ เช่น 789 บาท เป็นต้น หรือหมอดูบางคนก็เปิดให้ลูกค้ามอบเงินค่าครูให้ตามจิตศรัทธาก็มีเช่นกัน ซึ่งการดูดวงก็มีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นดูดวงทางโทรศัพท์ รวมถึงการวิดีโอคอล ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคล
แน่นอนว่ารายได้ของหมอดูก็ย่อมแตกต่างเช่นกัน บางคนวันหนึ่งอาจมีลูกค้า 1-2 ราย บางเดือนเยอะ บางเดือนน้อย แล้วแต่ช่วงเวลา หากเป็นช่วงสิ้นปี หรือเริ่มปีใหม่ ก็อาจมีคนมาดูเยอะ เนื่องจากต้องการเปลี่ยนงาน หรืออยากทราบพื้นดวงโชคชะตาต่างๆ ในปีนั้นๆ เพื่อนำไปวางแผนชีวิตควบคู่กันไป
...
พลอยไพลินมองว่า การตั้งราคาของหมอดู ถือเป็นเทคนิคเฉพาะตัว และประสบการณ์ ของแต่ละคน อาจมีตั้งแต่ราคาไม่ถึง 100 บาท ไปจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่ที่ประสบการณ์และต้นทุนต่างๆ ว่าหมอดูคนนั้นวาง Business Model หรือรูปแบบราคาไว้อย่างไร รายได้ของแต่ละหมอดูจึงแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าทำเป็นงานอดิเรก อาชีพเสริม หรืออาชีพหลักนั่นเอง
อย่าด้อยค่าการดูดวง เพราะอาจเป็นศาสตร์ที่ช่วยเยียวยาจิตใจของใครหลายคน
ในฐานะที่พลอยไพลินจบการศึกษาสายการแพทย์ และทำงานด้านการให้คำปรึกษาและจิตบำบัด จนอาจทำให้หลายคนแปลกใจว่า เหตุใดการแพทย์ซึ่งมีความเป็นวิทยาศาสตร์ ถึงมาผสมผสานกับโหราศาสตร์ วิชาที่ว่าด้วยการทำนายและพยากรณ์ได้ ซึ่งเธอได้เผยมุมมองดังนี้
การแพทย์เป็นศาสตร์ยุคใหม่ ที่นำมาใช้รักษาได้ผลจริงๆ เช่น หากเราเกิดอุบัติเหตุ ขาหัก การรักษาทางการแพทย์ปัจจุบันมีความจำเป็นมากๆ ต่อชีวิตของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีโรคบางโรค หรือการรักษาบางอย่างที่ต้องอาศัยแผนระยะยาว หรือต้องไปพบหมอตามนัดเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่น การทำกายภาพ หรือการรักษาโรคเบาหวาน ฯลฯ ซึ่งบางที ยาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ช่วยให้หายขาดได้ เพราะมันเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน พฤติกรรม และความคิดของเรา
"เรามองว่าเรื่องจิตใจก็เหมือนกันค่ะ บางโรค บางอาการบาดเจ็บ เราต้องมาปรับจูนและอาศัยการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของตัวเองควบคู่ไปด้วย ดังนั้น เรามองว่าทางออกในการฟื้นฟูจิตใจ หรือจิตวิญญาณ มันมีหลายทางมาก บางคนไปพบจิตแพทย์แล้วดีขึ้น บางคนไปเข้าวัดก็ดี บางคนดูดวง ก็ดีเหมือนกัน แต่ละศาสตร์ต่างมีคุณค่าในแบบของตัวเอง ซึ่งเรามองเห็นข้อดีของสายการแพทย์ตะวันตก และโหราศาสตร์การทำนายไพ่ทาโรต์ ว่ามันมีเรื่องของสถิติเข้ามาเกี่ยวข้อง สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการสะท้อนจิตใจคนได้เหมือนกัน ดังนั้น เราไม่ควรไปด้อยค่าบางสิ่งบางอย่าง เพียงเพราะเราไม่ชอบ หรือไม่เห็นด้วย เพราะสิ่งนั้นอาจช่วยเยียวยาคนบางคนได้"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการดูดวงเป็นความเชื่อและวิจารณญาณส่วนบุคคล บางคนอาจไม่เชื่อ คิดว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลายคนที่มองว่าการดูดวง สามารถช่วยเยียวยาจิตใจ และหาคำตอบให้กับบางคำถามที่ค้างคาใจได้
สุดท้ายนี้ น่าสนใจว่าทำไมคนไทย ถึงเรียกอาชีพที่มีความรู้ด้านโหราศาสตร์และการทำนายว่า "หมอดู" โดยใช้คำว่า "หมอ" เช่นเดียวกับหมอหรือแพทย์รักษาคนไข้ หรือว่าจริงๆ แล้ว อาชีพหมอดู ก็อาจมีนัยของการบำบัด หรือการรักษาอะไรบางอย่าง รวมถึงการให้คำตอบต่อความทุกข์ใจ และความสงสัยใคร่รู้ถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั่นเอง
กราฟิก : Theerapong.c