จับตาไอร์แลนด์..ฉีดวัคซีนมากสุดใน EU ติดเชื้อ “พุ่ง” ในรอบ 7 เดือน

ข่าว

    จับตาไอร์แลนด์..ฉีดวัคซีนมากสุดใน EU ติดเชื้อ “พุ่ง” ในรอบ 7 เดือน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      6 พ.ย. 2564 04:40 น.

      ขณะที่ทั่วโลกกำลังทั้งระดมและปูพรมฉีดวัคซีน ท่ามกลางความสับสน ไม่แน่นอน และไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป และเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 มากที่สุดในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ EU คือ ราว 91% ของประชากร และ 70% ของ ประชากรมีภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Heard Immunity แล้ว

      แต่ล่าสุด The Irish Times รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยระบุว่า แม้จะมีการฉีดวัคซีนไปมากกว่า 90% ของประชากร แต่ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อในไอร์แลนด์ได้เพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจอีกครั้ง โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง วันละ 2,119 คนต่อวัน เฉลี่ยราว 13% โดย 513 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในจำนวนนี้มากถึง 101 คน ต้องรักษาตัวในห้องผู้ป่วยวิกฤติ หรือ ICU

      ก่อนหน้านี้ ทางการไอร์แลนด์ได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์ประเทศเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ประกาศใช้มาตรการคุมเข้มระดับสูงสุด (ระดับที่ 5) อีกครั้งในช่วงเวลานี้

      ล่าสุด ทางการไอร์แลนด์ แนะนำให้หลายองค์กร Work from Home เลี่ยงการออกไปยังพื้นที่สาธารณะหากไม่มีเหตุจำเป็น ห้ามรวมกลุ่มกันทั้งภายในบ้านและสวนสาธารณะต่างๆ โดยชาวไอร์แลนด์จะได้รับอนุญาตให้ออกมาออกกำลังกายได้ในละแวกรอบๆที่พักอาศัยเท่านั้น โรงเรียน สถานเลี้ยงดูเด็กเล็ก และร้านค้าปลีกที่สำคัญยังคงเปิดให้บริการภายใต้ข้อบังคับของทางการไอร์แลนด์ ขณะที่บาร์และร้านอาหารยังคงเปิดได้ตามปกติ โดยจะเปิดให้บริการเฉพาะการซื้อกลับบ้านและดีลิเวอรีเท่านั้น ห้ามนั่งรับประทานที่ร้าน

      ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา ไอร์แลนด์มีผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนามากกว่าจีน เมื่อเทียบสัดส่วนจำนวนประชากร 4.9 ล้านคน กับ 1,400 ล้านคน

      มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์จัดอันดับให้ไอร์แลนด์เป็นลำดับที่ 40 ของโลกในรายชื่อผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 โดยมีสัดส่วนต่อประชากรตามประเทศ : ที่ 98 ต่อ 100,000 คน หรือมีอัตราการเสียชีวิต 2% เปรียบเทียบกับจีนอยู่ในอันดับที่ 160 โดยมีผู้เสียชีวิต 0.35 ต่อ 100,000 คน และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย 4.7%

      สถานการณ์เช่นนี้ไม่แตกต่างกันมากนักกับในสหราชอาณาจักร ที่เริ่มมีผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ยอดผู้ติดเชื้อต่อวันพุ่งสูงถึง 50,000 คน ทั้งๆที่มีการปูพรมฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็วไปก่อนหน้าประเทศอื่นๆ

      ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สาเหตุที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหราช อาณาจักรเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องมาจากการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ อย่างเช่น การไม่บังคับสวมแมสก์ในที่สาธารณะ รวมทั้งไม่มีมาตรการเว้นระยะห่าง ซึ่งได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน ทำให้มีอัตราการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเริ่มโครงการฉีดวัคซีนในประชากรกลุ่มเด็กที่ล่าช้า โดย เฉพาะช่วงที่เด็กนักเรียน กลับไปเรียนที่โรงเรียนช่วงเปิดเทอมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมทั้งการที่สหราชอาณาจักร ได้เริ่มฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็ว กลับทำให้ภูมิ คุ้มกันสำหรับคนที่ฉีดวัคซีนลดลงแล้ว

      เช่นเดียวกับรัสเซีย ที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงเลวร้ายต่อเนื่อง ตัวเลขผู้เสียชีวิตและติดเชื้อในรัสเซียยังพุ่งสูงต่อเนื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2021 ผู้เสียชีวิตรายใหม่พุ่งสูงถึง 1,178 ราย ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นวันละเกือบ 40,000 ราย ทำให้รัฐบาลต้องหันกลับมาใช้มาตรการจำกัดพื้นที่บางส่วนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงมอสโก มีการบังคับใช้มาตรการจำกัดพื้นที่ที่เข้มข้นที่สุดในรอบมากกว่า 1 ปี โดยร้านค้าที่จำเป็นเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เปิดได้ เช่น ร้านขายยา และซุปเปอร์มาร์เกต ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ยกระดับคำเเนะนำต่อชาวอเมริกันเรื่องการเดินทางมารัสเซีย ให้เป็นประเทศเสี่ยงสูงมาก ต่อการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ CDC ยังให้ไทยอยู่ในระดับคำเตือนสูงสุดไม่เปลี่ยนแปลง.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19วัคซีนโควิดไอร์แลนด์ผู้ติดเชื้อโควิดผู้ป่วยโควิดอียูสมาร์ทไลฟ์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 07:06 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์