"ประสิทธิ์–สุวรรณา ศิริมงคลเกษม" ร่วมช่วยโควิดโดยสมทบทุนผ่านมูลนิธิรามาธิบดี

ข่าว

    "ประสิทธิ์–สุวรรณา ศิริมงคลเกษม" ร่วมช่วยโควิดโดยสมทบทุนผ่านมูลนิธิรามาธิบดี

    ธนูเทพ

      19 ก.ย. 2564 05:01 น.

      ให้มูลนิธิ ประสิทธิ์–สุวรรณา ศิริมงคลเกษม มอบเงินจำนวน 5,500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา เป็นผู้รับมอบ ที่สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี วันก่อน.

      การเมืองเรื่องชิงอำนาจต้องพิสูจน์กันยาวๆ......หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564

      ประชุม เตช บุนนาค, ศ.นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์, รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง, รศ.ดร.ประคิณ สุจฉายา, ศ.ดร.สมจิต หนุเจริญกุล และ รศ.ดร.สุปาณี เสนาดิสัย มาร่วมประชุมตัดสินผู้ได้รับรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำปี 2564 ที่ รร.แมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
      ประชุม เตช บุนนาค, ศ.นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์, รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง, รศ.ดร.ประคิณ สุจฉายา, ศ.ดร.สมจิต หนุเจริญกุล และ รศ.ดร.สุปาณี เสนาดิสัย มาร่วมประชุมตัดสินผู้ได้รับรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำปี 2564 ที่ รร.แมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

      “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน...ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองเกี่ยวกับปัญหา ความไม่เป็นเอกภาพ ภายใน พรรคพลังประชารัฐ จากแผนโหวตคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในห้วงลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา จนนำมาสู่การปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี...ทำให้คาดการณ์กันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเข้ามากระชับอำนาจภายใน พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นฐานสนับสนุน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยขึ้นมาอีก

      แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังแนบแน่น ไม่มีแตกคอ แถมเดินประคอง พล.อ.ประวิตร ส่งขึ้นรถที่ทำเนียบฯ โชว์สื่อดับกระแสข่าวกินแหนงแคลงใจในระหว่าง พี่น้อง 3 ป. นัยว่าปัญหาทุกอย่าง เคลียร์จบไปแล้ว

      และปรากฏการณ์ที่ตามมาในการประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นัดส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภา เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมพรรค เปิดตัว พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐคนใหม่ พร้อมทั้งยืนยันให้ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค และ นฤมล ยังคงเป็นเหรัญญิกพรรคต่อไป ก่อนกำชับเสียงเข้มให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน ช่วยทำให้พรรคมั่นคงก่อนออกประกาศิต ห้ามตั้งก๊วน สลายมุ้งต่างๆ เพราะจะมีแต่กลุ่มหัวหน้าพรรคเท่านั้น และพร้อมที่จะดูแลทุกคนเอง โดยตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้ไม่น้อยกว่า 150 เสียง...แสดงถึงบารมีสยบแรง กระเพื่อมในพรรคให้เห็นกันชัดๆ

      ให้มูลนิธิ ประสิทธิ์–สุวรรณา ศิริมงคลเกษม มอบเงินจำนวน 5,500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา เป็นผู้รับมอบ ที่สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี วันก่อน.
      ให้มูลนิธิ ประสิทธิ์–สุวรรณา ศิริมงคลเกษม มอบเงินจำนวน 5,500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา เป็นผู้รับมอบ ที่สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี วันก่อน.

      ถึงขั้นที่ ร.อ.ธรรมนัส ต้องกลับลำ ประกาศกลางที่ประชุม ส.ส.พรรค ว่าจะไม่ออกจากพรรคพลังประชารัฐ จะอยู่ช่วย พล.อ.ประวิตร และอยู่ทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐต่อไป เป็นบ้านหลังสุดท้าย...ขณะที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะกรรมการบริหารพรรค ที่มีข่าวว่าก่อนหน้านี้ว่า พล.อ.ประวิตร จะมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ก็ได้ลุกขึ้นยืนยันในที่ประชุมบอก ไม่น้อยใจ ที่ไม่ได้เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ เพราะความสำคัญของตนเองเทียบไม่ได้กับ ความมั่นคงของพรรค น้อมรับการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค และพร้อมทำงานเคียงข้าง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ถือเป็นการแสดงสปิริตการเมือง จนได้รับเสียงปรบมือลั่นห้องประชุม และหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประวิตร ยังเข้ามาสวมกอดขอบใจที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่น และล่าสุดเตรียมแต่งตั้ง รมต.สมศักดิ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค...งานนี้ ก็คงต้องพิสูจน์บารมีกันยาวๆว่า พล.อ.ประวิตร จะสามารถควบคุม พรรคพลังประชารัฐ ให้มีเอกภาพเป็นปึกแผ่นได้แค่ไหน...ที่สำคัญ คือแนวทางยุทธศาสตร์พรรค ที่มี พล.อ.วิชญ์ เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค จะยังคงสนับสนุน นายกฯประยุทธ์ อย่างเต็มที่ต่อไปหรือไม่ ...ตรงนี้ก็คือจุดที่จะพิสูจน์ความสัมพันธ์บั้นปลาย ระหว่าง พี่ใหญ่ กับ น้องเล็ก ...เวลาอันใกล้จะเป็นผู้ให้คำตอบ

      แต่ที่แน่ๆ บรรดาขาประจำที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาล 3 ป. อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิเคราะห์ปรากฏการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ พล.อ.ประวิตร ยังยืนยันให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคต่อไป ถือเป็นอาฟเตอร์ช็อกของฝั่ง นายกฯประยุทธ์ เพราะดาบสังหารที่เคยใช้ปลด ร.อ.ธรรมนัส และ นฤมล ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่สามารถขับ ร.อ.ธรรมนัส พ้นตำแหน่ง เลขาธิการพรรค ได้ พร้อมยกภาษิตโบราณ ประเมินสถานการณ์ว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เดินหมากผิดตาเดียว พ่ายทั้งกระดาน”...เช่นเดียวกับ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุถึงสถานการณ์ในพรรคพลังประชารัฐ ที่ พล.อ.ประวิตร ยังให้ ร.อ.ธรรมนัส นั่งในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ว่าเป็นความพยายามของพล.อ.ประวิตร ที่แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพรรคที่แท้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่าย นายกฯประยุทธ์ เข้ามาก้าวก่ายแทรกแซง หรือยึดครองพรรค ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อาจคิดว่า ปลดเลขาธิการพรรค ปลดเหรัญญิกพรรค ออกจากความเป็น รัฐมนตรี แล้วทุกอย่างจะจบ แต่คดีพลิกเมื่อหัวหน้าและเจ้าของพรรคตัวจริงไม่ยอมปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคใหม่ แต่เลือกแต่งตั้ง พล.อ.วิชญ์ มาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค เชื่อว่าควันหลงจาก
      ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่จบ และจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา ส่งผลต่อการเกิด อุบัติเหตุทางการเมืองในอนาคต ได้ง่ายขึ้น และมองว่า รัฐบาล นี้จะไม่มีทางอยู่จนครบเทอมได้แน่นอน

      มั่นใจ ศุภจี สุธรรมพันธุ์, วัลยา จิราธิวัฒน์ และ ละเอียด โควาวิสารัช ลงนามในสัญญากับ ดร.ธีรเดช ทังสุบุตร เพื่อแต่งตั้งให้บริษัทฤทธาเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างหลัก โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ด้านวิศวกรรมก่อสร้างรวมถึงกำกับดูแลงานอาคารสูงทั้งหมด ที่โครงการ วันก่อน.
      มั่นใจ ศุภจี สุธรรมพันธุ์, วัลยา จิราธิวัฒน์ และ ละเอียด โควาวิสารัช ลงนามในสัญญากับ ดร.ธีรเดช ทังสุบุตร เพื่อแต่งตั้งให้บริษัทฤทธาเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างหลัก โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ด้านวิศวกรรมก่อสร้างรวมถึงกำกับดูแลงานอาคารสูงทั้งหมด ที่โครงการ วันก่อน.

      ประสา “ธนูเทพ” มองว่า ถ้าตัดความคิดเรื่อง ต้องการเสี้ยมออกไป การวิเคราะห์แนวนี้ ก็ถือว่ามี เหตุผลในตัวเองพอสมควร เพราะเนื้อแท้เบื้องลึกของการเมือง ก็คือ เรื่องของการชิงอำนาจ และผลประโยชน์ งานนี้จึงต้องรอดูกันต่อไป ถ้ามีการ
      แชร์อำนาจและผลประโยชน์ลงตัว ทั้งภายใน พรรคพลังประชารัฐ และใน รัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหาร แนวทางที่วิเคราะห์กันว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ และรัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอม จะพลิกกลับเป็นตรงกันข้ามหรือไม่ ...โปรดติดตามห้ามกะพริบตา 

      ผ่างๆ...วันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ฤกษ์ ปิดสมัยประชุมรัฐสภา เป็นจังหวะที่ ส.ส. และ ส.ว.จะได้ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชน โดยจะเปิดสมัยประชุมรัฐสภาอีกครั้งช่วงกลาง เดือน พ.ย. นี้...สำหรับควันหลง กรณีบรรดา พรรคเล็ก พยายามรวบรวมรายชื่อ ส.ส.1 ใน 10 ของ สภาผู้แทนราษฎร หรือประมาณ 48 เสียง เพื่อยื่นเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตีความ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เปลี่ยนกลับมาใช้ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ที่ผ่านความเห็นวาระ 3 จาก รัฐสภา ไปแล้วนั้น มาถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะรวบรวมเสียงได้ไม่ครบ แม้จะเปลี่ยนแผนที่จะใช้เสียง 1 ใน 3 ของ สมาชิกรัฐสภา หรือประมาณ 73 เสียง โดยหวังว่าจะดึง ส.ว.บางส่วนมาร่วมลงชื่อด้วย แต่ก็ปรากฏว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย โดยโยนให้เป็นเรื่องของ สภาผู้แทนราษฎร ไม่เกี่ยวกับ วุฒิสภา ดังนั้น เมื่ออ่านทางกันแล้วโอกาสที่จะล่ารายชื่อ ส.ส. และ ส.ว. เพื่อส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงไม่สำเร็จแน่ เพราะจะครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 25 ก.ย. นี้ ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบวาระ 3 จากที่ประชุมรัฐสภาแล้ว ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศบังคับใช้ต่อไป

      มอบทุน จีรานุช ภิรมย์ภักดี และ จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี มอบทุนการศึกษาของมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ให้นักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยมี ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ เป็นผู้รับมอบ ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล วันก่อน.
      มอบทุน จีรานุช ภิรมย์ภักดี และ จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี มอบทุนการศึกษาของมูลนิธิจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ให้นักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยมี ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ เป็นผู้รับมอบ ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล วันก่อน.

      แม้ล่าสุด นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นหนังสือถึง นายกฯประยุทธ์ ขอให้ใช้อำนาจผ่าน คณะ รัฐมนตรี ส่ง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตีความให้เกิดความชัดเจนว่า ขั้นตอนการพิจารณาที่ผ่านมา ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจาก รัฐธรรมนูญ เป็น กฎหมายสูงสุด และด้วยหลักการที่ว่าเสนอแก้มาตราไหน ต้องแก้มาตรานั้น ถ้ายอมปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ดำเนินการให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้เกิดความชัดเจน อาจจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตเกิดมาตรฐานใหม่ ที่สำคัญเนื่องจากกระบวนการแก้ไขที่ไม่ตรงไปตรงมา หาก นายกรัฐมนตรี ไม่ทำให้ชัดเจนถูกต้องเสียก่อน แต่ไปนำขึ้นสู่กระบวนการทูลเกล้าฯถวาย ถ้ามีการตีกลับ เพราะกระบวนการไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะยิ่งเกิดความเสียหาย...ถือเป็นเหลี่ยมของ พรรคเล็ก ที่ต้องการสกัดการใช้ กติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะทำให้เสียเปรียบในการเลือกตั้ง...นายกฯประยุทธ์ จะรับลูกหรือไม่ ต้องคิดให้ดี ระวังจะเข้าตัว

      หนังสือวางแผง...ต่วย’ตูน พิเศษ เมื่อชาวไอยคุปต์วิวาห์และหย่าร้าง...ต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีน นักเขียนซีไรต์กัมพูชา โดย สัจภูมิ ละออ...สนุกกับศัพท์จีนในชีวิตประจำวัน แปลโดย ปวีณภา

      ช่วยผู้ป่วย เทวัญ ติวารี และ ลลิสา จงบารมี มอบยาฟาวิพิราเวียร์จำนวน 5,000 เม็ด ให้ ศ.นพ. สิน อนุราษฎร์ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด โดยมี นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช, ผศ.นพ. มนต์เดช สุขปราณี และ ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก มาร่วมในพิธีด้วย ที่ รพ.เมดพาร์ค วันก่อน.
      ช่วยผู้ป่วย เทวัญ ติวารี และ ลลิสา จงบารมี มอบยาฟาวิพิราเวียร์จำนวน 5,000 เม็ด ให้ ศ.นพ. สิน อนุราษฎร์ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด โดยมี นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช, ผศ.นพ. มนต์เดช สุขปราณี และ ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก มาร่วมในพิธีด้วย ที่ รพ.เมดพาร์ค วันก่อน.

      “ธนูเทพ”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิด3ป.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพลังประชารัฐช่วยโควิดธนูเทพบุคคลในข่าว

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 19:16 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์