“คนท้องติดโควิด” เป็นประสบการณ์ที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองและคนใกล้ตัว เพราะนอกจากต้องดูแลถึง 2 ชีวิตแล้ว หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงจะเกิดภาวะโคม่ามากกว่าคนปกติ ไทยรัฐออนไลน์ได้สัมภาษณ์ว่าที่คุณแม่ผู้ผ่านช่วงเวลาติดโควิด-19 ขณะตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน

ติดโควิดได้อย่างไร

ติดมาจากสามีค่ะ สามีทราบว่าลูกค้าที่เพิ่งไปพบมาเป็นโควิด คาดว่ามาจากการยืนสูบบุหรี่ใกล้กัน หรือไม่ก็ตอนช่วยเขาเข็นรถ อาจไปสัมผัสจุดที่สัมผัสร่วมกัน วันนั้นวันที่ 12 กรกฎาคม 2564

หลังจากทราบว่าใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด สามีก็กักตัว และวันที่ 15 กรกฎาคม สามีเริ่มมีอาการบ้างแล้ว ได้ตรวจโควิดด้วยตัวเองผ่านชุดตรวจ Antigen Test Kit พบว่าติดเชื้อ พอสามีโทรมาบอกเรา ตอนนั้นเราอยู่ที่ออฟฟิศ เราก็รีบเก็บของแล้วมากักตัวที่บ้าน

วันที่ 16 กรกฎาคม ย้ายของออกจากบ้านไปอยู่บ้านอีกหลัง เพราะอาศัยร่วมกับญาติที่อายุ 70 ปี วันนั้นไปตรวจ RT-PCR กันทั้งคู่ วันที่ 19 กรกฎาคม ผลออกมาว่าสามีติด แต่เรายังไม่ติด

ระหว่างที่กักตัว ก็แยกห้องนอน แยกข้าวของเครื่องใช้ แต่ยังคงใช้ห้องน้ำด้วยกัน มีจังหวะที่ถอดหน้ากากอนามัยรับประทานอาหาร วันที่ 18 กรกฎาคม แฟนจามขณะกินข้าว นั่งห่างกัน 2-3 เมตร คิดว่าเราคงติดมาจากช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงเดียวที่ถอดหน้ากากอนามัยเพื่อกินข้าว

เข้ารักษาโควิดอย่างไร

...

แฟนใช้วิธี Home Isolation ในช่วงตลอดระยะเวลาที่รักษาโควิด เราก็พยายามโทรหาสายด่วน 1330 เพื่อขอคำปรึกษา และมีเพื่อนๆ ส่งยาที่จำเป็นมา แต่ตัวเราแยกไปอยู่กับพ่อแม่ของเราอีกบ้านตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม

ระหว่างนั้นเราก็มีอาการเจ็บคอ หาโรงพยาบาลที่รับตรวจ RT-PCR ไปตรวจมาแล้วทราบผลว่าตัวเองติดเชื้อในวันที่ 24 กรกฎาคม แต่โรงพยาบาลนั้นไม่ได้รับตัวเข้ารักษา เมื่อพูดคุยกับคนรู้จักกัน เขาแนะนำให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง

ขั้นตอนการรักษาตัวโควิด

วันที่ 28 กรกฎาคม ผล RT-PCR ที่โรงพยาบาลอีกแห่งก็ยืนยันว่าติดเชื้อ และวันรุ่งขึ้นโรงพยาบาลนี้ส่งรถมารับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม ที่อยู่ภายในโรงพยาบาลนั้น

ในห้องมี 16 เตียง จะมีผู้ป่วยสีเหลือง และสีแดงรวมกันอยู่ คนท้องมีโอกาสโคม่ากว่าคนปกติ ทางโรงพยาบาลจึงให้แอดมิต

ค่า CT จากผล RT-PCR รอบนี้อยู่ที่ 18-19 วันที่ 29-30 กรกฎาคม คุณหมอให้ยาโฟลิกกับวิตามินมากิน ไม่ได้กินยาฟ้าทะลายโจร เพราะมีผลข้างเคียงกับคนท้อง วันที่ 31 กรกฎาคม ทราบผลว่าเชื้อลงปอดนิดหน่อย คุณหมอจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์มา 50 เม็ด กินวันแรก เช้าเย็น มื้อละ 9 เม็ด

คุณหมอให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน ได้ยาฟาวิพิราเวียร์มากินต่อ หลังจากนั้นก็กักตัว 14 วัน

โควิดมีผลกระทบกับลูกในท้องไหม

มีค่ะ ไปฝากครรภ์ครั้งล่าสุด น้ำหนักลูกตกเกณฑ์ ควรจะอยู่ที่ 1,600 กรัม แต่อยู่ที่ 1,300 กรัม คิดว่าเกิดจากตอนป่วย เรากินได้ไม่เยอะ และกำลังวางแผนการคลอดอยู่ค่ะ ว่าจะต้องผ่าคลอด หรือคลอดเอง

ค่ารักษาโควิดในโรงพยาบาลจ่ายเท่าไร

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โรงพยาบาลไม่ได้เรียกเก็บเพิ่ม แต่ที่ได้เข้าไปอยู่แค่ 3 วัน เพราะเราไม่ได้มีอาการหนัก ปรึกษากับคุณหมอว่าเรากลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้หรือไม่ จะได้มีเตียงว่างไว้รักษาคนที่อาการหนักกว่าค่ะ

ระหว่างนั้นก็รักษาตัวที่บ้าน และยื่นเรื่องเบิกประกัน ได้ทำประกันเจอจ่ายจบกับบริษัทแห่งหนึ่งไว้วงเงินคุ้มครอง 100,000 บาท ใช้ผล RT-PCR ตั้งแต่ตรวจพบเชื้อครั้งแรก รวมกับเอกสารใบรับรองแพทย์ เอกสารเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ทะเบียนบ้าน ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 14 วัน เงินจึงโอนเข้าบัญชี

อยากบอกอะไรกับคนท้องคนอื่นๆ ในช่วงโควิด

การฉีดวัคซีนสำคัญมาก รู้สึกโชคดีที่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกก่อนติดเชื้อโควิด วัคซีนช่วยได้ ไม่อาการหนัก ถ้าไม่ได้รับวัคซีนก็ไม่รู้จะเป็นยังไง และอยากขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยส่งของใช้จำเป็นมาให้ ช่วยประสานหาเตียง สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือทำเรื่องขอเก็บสิทธิ์วัคซีนเข็ม 2 ไว้ เพราะเมื่อติดโควิดแล้ว จะต้องเว้นช่วงฉีดวัคซีนก่อน.