เมื่อเร็วๆนี้ ทีมวิจัยนานาชาติ นำโดย แมทธิว วูลเลอร์ จากมหาวิทยาลัยอลาสกา แฟร์แบงก์ส ในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลการวิจัยย้อนรอยการเดินทางตลอดอายุขัยของแมมมอธขนยาวอาร์กติก ที่เคยอาศัยครอบคลุมพื้นที่แถบอลาสกาในอดีต จากการรวบรวมรายละเอียดอย่างไม่เคยมีมาก่อนผ่านการวิเคราะห์ซากดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิลแมมมอธอายุ 17,000 ปี ที่เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์นอร์ธ แห่งมหาวิทยาลัยอลาสกา

ทีมได้สร้างข้อมูลไอโซโทปจากงาของแมมมอธที่ยาวประมาณ 1.8 เมตร จากนั้นก็สร้างจุดข้อมูลขนาดเล็กประมาณ 400,000 จุด ด้วยเลเซอร์และเทคนิคอื่นๆ และการวิเคราะห์ไอโซโทปจากธาตุสตรอนเชียมและออกซิเจนโดยละเอียด ที่ต้องทำเช่นนั้นก็เนื่องจากวิธีที่งาแมมมอธเติบโตขึ้น โดยงาจะเพิ่มชั้นใหม่ๆอย่างต่อเนื่องทุกวันตลอดชีวิต แถมการเจริญเติบโตเหล่านี้ดูเหมือนโคนไอศกรีมที่เรียงซ้อนกัน ซึ่งก็คือบันทึกตามลำดับเวลาของชีวิตแมมมอธทั้งหมดนั่นเอง

...

นักวิจัยสามารถจับคู่การเคลื่อนไหวและอาหารของแมมมอธ รวมถึงทำนายความแปรผันของไอโซโทปในพื้นที่อลาสกา พวกเขาได้สร้างแบบจำลองเชิงพื้นที่ครั้งใหม่เพื่อทำแผนภูมิเส้นทางที่มีแนวโน้มว่าแมมมอธจะใช้เดินทางในช่วงชีวิตของมัน อีกทั้งดีเอ็นเอโบราณในซากแมมมอธก็ทำให้ทีมระบุได้ว่าซากนี้เป็นเพศผู้ และเกี่ยวข้องกับกลุ่มสุดท้ายของสายพันธุ์แมมมอธที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินใหญ่อลาสกา อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่ชัดเจนนักว่าแมมมอธมีการอพยพตามฤดูกาล แต่ก็ได้รู้แล้วว่าพวกมันมาเยือนหลายพื้นที่ของอลาสกาในช่วงชีวิตของมัน.