หนึ่งในวัตถุบนท้องฟ้าที่นักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ด้านดวงดาวให้ความสนใจเสมอมา ก็คือดาวแคระขาว (white dwarf) เกิดจากการยุบตัวของแกนกลางของดาวฤกษ์ที่ไม่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์แล้ว หรือจะเรียกว่าดาวฤกษ์ที่ตายแล้วก็ว่าได้ ล่าสุด นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย หรือแคลเทค ในสหรัฐอเมริกา เผยการค้นพบ ดาวแคระขาวใหม่ที่ระบุว่าเป็นหนึ่งในดาวแคระขาวที่ “สุดโต่งที่สุด” เท่าที่เคยรู้จักมา

ดาวแคระขาวดวงนี้ชื่อว่า ZTF J190132.9+ 145808.7 หรือ ZTF J1901+1458 นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศและภาคพื้นดินหลายตัววิเคราะห์พบว่ามีมวล 1.35 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,140 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่ารัศมีของดวงจันทร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดาวแคระขาวดวงนี้มีอายุประมาณ 100 ล้านปี ทว่ามีสนามแม่เหล็กที่รุนแรงกว่าดวงอาทิตย์ของเราเกือบ 1,000 ล้านเท่า มีระยะเวลาการหมุนรอบตัวเอง 6.94 นาที สั้นกว่าการหมุนรอบโดยปกติของดาวแคระขาวทั่วไปที่จะมีระยะเวลาการหมุนมากกว่าชั่วโมง อยู่ห่างโลกออกไปประมาณ 130 ปีแสง ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila)

การกำเนิดขึ้นของ ZTF J1901+1458 เป็นผลมาจากระบบดาวคู่ ที่มีดาว 2 ดวงโคจรรอบกัน ดาว 2 ดวงนี้แยกจากกันกลายเป็นดาวแคระขาวเมื่อสิ้นสุดวงจรชีวิต จากนั้นหมุนวนเข้าหากันและ ควบรวม ซึ่งการควบรวมจะส่งผลให้เกิดการระเบิดของดาวฤกษ์ขนาดมหึมาที่เรียกว่าซุปเปอร์โนวา โดยอาจจะระเบิดได้ในอนาคต ดวงอาทิตย์ของเราก็จะมีเส้นทางชีวิตเช่นเดียวกัน นั่นคือวิวัฒนาการเป็นดาวยักษ์แดง และก็จะกลายเป็นดาวแคระขาวในเวลาต่อมา.