ลมสุริยะและลมระหว่างดวงดาวมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้ามานาน มีการศึกษาว่าสิ่งที่น่าจะไขปริศนานี้ ก็คือส่วนที่เรียกว่า เฮลิโอสเฟียร์ (Heliosphere) ที่ลักษณะคล้ายฟองอากาศอยู่ในอวกาศโดยพองตัวอยู่ในสสารระหว่างดาว ฟองอากาศจะเกิดจากลมสุริยะ ส่วนใหญ่จะเป็นกระแสของโปรตอน อิเล็กตรอน และอนุภาคแอลฟาที่ขยายจากดวงอาทิตย์สู่อวกาศระหว่างดวงดาว ประโยชน์ของมันก็คือปกป้องโลกจากรังสีที่เป็นอันตรายที่อยู่ท่ามกลางดวงดาว

ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอส อลามอส ในสหรัฐอเมริกา เผยว่าวัดและสร้างแผนที่ 3 มิติขอบเขตเฮลิโอสเฟียร์ได้เป็นครั้งแรก หลังทำแบบจำลองทางฟิสิกส์สร้างทฤษฎีขอบเขตเฮลิโอสเฟียร์มานานหลายปี โดยใช้ข้อมูลดาวเทียม Interstellar Boundary Explorer (IBEX) ขององค์การนาซาที่โคจรอยู่รอบโลก ซึ่งสามารถตรวจจับอนุภาคที่มาจากเฮลิโอชีท (Heliosheath) หรือฝักสุริยะ อันเป็นชั้นขอบเขตระหว่างระบบสุริยะและอวกาศท่ามกลางดวงดาว ทีมระบุว่าทำแผนที่ขอบเขตของโซนที่เรียกว่าเฮลิโอพอส (Heliopause) ที่ตรงนี้เองที่ลมสุริยะซึ่งถูกผลักออกสู่อวกาศระหว่างดวงดาว จะชนเข้ากับลมระหว่างดวงดาวที่ผลักเข้าหาดวงอาทิตย์

ทีมเผยว่าในการทำแผนที่นี้ นักวิทยาศาสตร์จะสามารถเห็นขอบเขตของเฮลิโอสเฟียร์ในลักษณะเดียวกับที่ค้างคาวใช้ระบบโซนาร์เพื่อตรวจจับผนังของถ้ำนั่นเอง.

Credit : NASA/IBEX/Adler Planetarium