อยู่บ้านอย่างไรให้ทุกคนในบ้านปลอดภัยจากเชื้อโรค

ข่าว

    อยู่บ้านอย่างไรให้ทุกคนในบ้านปลอดภัยจากเชื้อโรค

    Advertorial

    25 พ.ค. 2564 10:32 น.

    คงไม่ดีแน่...ถ้าการอยู่บ้านยังเสี่ยงติดเชื้อโรคหรือแพร่เชื้อไปสู่คนใกล้ชิดในครอบครัว หากเป็นคนวัยหนุ่มสาว การติดเชื้อโรคต่างๆ อาจไม่แสดงอาการ อาจเป็นเพราะภูมิคุ้มกันยังแข็งแรงดี แต่อย่าลืมว่า ไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่แพร่เชื้อให้คนในบ้าน

    ในทางกลับกัน คนที่ได้รับเชื้อแล้วมักมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงจะเป็นคนในครอบครัวที่ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่กับบ้าน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ป่วยโรคประจำตัวหรือป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หรือโรคอ้วน หากได้รับเชื้อโรคก็อาจเกิดการอักเสบรุนแรงที่อวัยวะสำคัญๆ ได้ เช่น ภาวะปอดอักเสบในผู้สูงอายุ หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันในคนที่ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด

    มาถึงเวลานี้ แม้ว่าการได้รับวัคซีนดูจะเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันการได้รับเชื้อหรือแพร่สู่กัน แต่ในระหว่างที่รอรับวัคซีน เพื่อเป็นการลดความรุนแรงและความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยรุนแรงของคนในครอบครัว วันนี้ เรามีคำแนะนำในการใช้ชีวิตในบ้านให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อหากัน มาฝาก

    อยู่บ้านอย่างไรลดความเสี่ยงติดเชื้อหรือแพร่เชื้อ

    การดูแลป้องกันและลดความเสี่ยงภายในบ้าน จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ การป้องกันเชื้อไม่ให้เข้าบ้านเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อสู่คนในบ้าน และการเสริมให้ร่างกายแข็งแรงเสมอเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถทำหน้าที่จัดการเชื้อโรคได้ตามปกติ มาดูกันว่าจะมีคำแนะนำอะไรบ้าง

    ป้องกันการนำเชื้อเข้ามาในบ้านและแพร่สู่คนในบ้าน ด้วยการ...

    1. ตัดวงจรการแพร่เชื้อเข้าบ้าน

    ก่อนอื่นต้องคัดแยกกลุ่มคนในบ้านออกเป็น 2 กลุ่มก่อน กลุ่มแรก คือ ผู้สูงอายุ ที่อยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงหากเกิดการอักเสบขึ้นภายในร่างกาย กับกลุ่มที่สองที่มีความจำเป็นออกนอกบ้านเพื่อทำงาน หาซื้ออาหารการกินข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งมักจะเป็นวัยทำงาน แต่เป็นกลุ่มที่มีโอกาสนำเชื้อกลับเข้าบ้านมากที่สุด

    ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่เชื้อโรคในบ้าน จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลของกลุ่มที่เสี่ยงจะนำเชื้อเข้ามาบ้านใหม่ เช่น อาบน้ำสระผม เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีที่กลับถึงบ้าน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกัน หรือหากบ้านพอมีพื้นที่มากพออาจมีการเว้นระยะห่างระหว่างกัน หรือแบ่งพื้นที่สำหรับกลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง ในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว แยกรับประทานอาหาร แยกอุปกรณ์จานชาม ของใช้ส่วนตัว เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อระหว่างที่ถอดหน้ากากอนามัยเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันได้อีกทางหนึ่ง

    2. เคลียร์แหล่งสะสมเชื้อภายในบ้าน

    ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือห้องที่เป็นพื้นที่รวมตัวกันของคนในบ้านหรือใช้งานร่วมกัน ควรหมั่นทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน พื้นที่ต่างๆ ที่มีการสัมผัสในการใช้งาน เช่น สวิตช์ไฟ ลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ ราวจับบันได รีโมททีวีหรือเครื่องปรับอากาศ หรือของใช้ส่วนตัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น มือถือ โน้ตบุ๊ก หูฟัง กุญแจบ้าน กุญแจรถ รวมไปถึงอุปกรณ์ภายในห้องน้ำ เช่น โถชักโครก อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ มือจับส่วนต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อโรคที่สะสมอยู่ตามจุดต่างๆ

    3.ใช้ห้องน้ำให้ปลอดภัย

    โดยปกติแล้ว ห้องน้ำเป็นห้องที่มีโอกาสมีการสะสมของเชื้อโรคสูงกว่าห้องอื่นๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่มีการใช้งาน มีการเปียกชื้นอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ ของเสียต่างๆ ที่เราขับถ่ายออกมาอาจมีเชื้อโรคปะปนออกมาด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคฟุ้งกระจายในอากาศในตอนที่กดชักโครก ควรปิดฝาชักโครกทุกครั้งก่อนกดชักโครก เพื่อลดการแพร่กระจายตัวของเชื้อโรค

    4. อากาศต้องถ่ายเท สะดวก

    เชื้อโรคเกือบทุกชนิดชอบบรรยากาศอับชื้น ห้องที่มืดแสงเข้าถึงได้ยาก ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อโรคสามารถอยู่รอดได้ ดังนั้นการทำบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น ด้วยการหมั่นเปิดหน้าต่างในช่วงเช้า 2-3 ชม. เพื่อให้อากาศใหม่ได้ไหลเข้าไปแทนที่อากาศเก่าที่ไหลออก และมีแสงสว่างเข้ามาถึง จะช่วยจัดการเชื้อโรคต่างๆ ที่อยู่ในบ้านได้

    เตรียมร่างกายให้พร้อม ระหว่างรอรับวัคซีน

    วิธีที่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ตามปกติได้ นั่นคือการดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่ายๆ และทำได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชม. ต่อวัน ซึ่งในช่วงที่เรานอนหลับ ร่างกายจะทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ระบบภูมิคุ้มกันก็จะได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาทำงานได้ตามปกติ ออกกำลังกายให้ได้วันละ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนของเลือด ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่จัดการกับเชื้อโรคได้ดีขึ้น

    รวมไปถึงการดูแลเรื่องอาหารการกิน ดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 1.5 ลิตร และเลือกรัประทานอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการครบทุกหมู่ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ อาจเสริมด้วยสารอาหารสำคัญต่อการเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ตามปกติ ในกรณีที่การรับประทานอาหารไม่เพียงพอ เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ได้จากน้ำมันปลาทะเลน้ำลึก ที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบเมื่อติดเชื้อและเสริมสร้างสมดุลให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ตามปกติ ลดความเสี่ยงภาวะปอดอักเสบและลิ่มเลือดอุดตัน

    โอเมก้า-3 กับประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน

    จากงานวิจัยที่เผยแพร่ วารสาร Cancer and Metastasis Reviews ( https://bit.ly/3wsdsAz) ระบุว่า กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลา มีกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า-3 ที่สำคัญ 2 ตัว คือ Eicosapentaenoic acid (EPA) และ Docoxahexaenoic acid (DHA) กรดไขมันทั้งสองตัวนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็น สาร Resolvins ซึ่งมีความสามารถในการยับยั้งการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงปอดอักเสบหรือคนที่ป่วยเรื้อรัง ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและสมอง ความดันโลหิตสูง ที่ระบบภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนที่อายุน้อยกว่าหรือคนที่ไม่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังเป็นผลให้เกิดการติดเชื้อจนร่างกายเกิดการอักเสบรุนแรงง่ายแม้จะอยู่บ้านตลอดเวลาก็ตาม

    หลายคนจึงมองหากรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลามาเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเป็นไปตามปกติ และยังมีส่วนช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเกิดความสมดุลและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเจ้าระบบภูมิคุ้มกันนี้เปรียบเหมือนเกราะป้องกันร่างกายนั่นเอง ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้หาได้จากปลาทะเลน้ำลึกที่ร่างกายจะได้รับผ่านอาหารหรือเลือกเสริมด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

    สำหรับปริมาณที่แนะนำของกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ร่างกายจะนำไปใช้เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้เต็มที่ คือ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนคนที่ร่างกายสุขภาพปกติแข็งแรงดี แนะนำว่าควรได้รับที่ 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

    หนึ่งในทางเลือกดูแลสุขภาพ เตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เป็นปกติ นั่นคือ MEGA WE CARE FISH OIL น้ำมันปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 คุณภาพสูง 1,000 มิลลิกรัมใน 1 แคปซูล จากปลาแองโชวี่จากทะเลน้ำลึกในแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไอซ์แลนด์ ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน เช่น สารปรอท สารหนู หรือสารตกค้างจากอาหารเลี้ยง มาตรฐานการผลิต GMP ระดับสากล จากประเทศเยอรมนีและประเทศออสเตรเลีย พร้อมบรรจุภัณฑ์พลาสติกทึบแสงที่คงคุณภาพกรดไขมันโอเมก้า-3 ไว้จนถึงมือผู้บริโภค

    ในระหว่างรอวัคซีน จะดีกว่าไหมถ้าเราได้เตรียมความพร้อม เสริมเกาะป้องกันให้กับร่างกาย เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถทำงานได้ตามปกติ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อและลงปอดอย่างรุนแรง รวมไปถึงลดภาวะเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดในคนที่มีปัญหาไขมันเลือดสูงหรือโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ นอกจากนี้ การทำให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำหน้าที่ได้เต็มความสามารถตั้งแต่เนิ่นๆ ยังเป็นโอกาสดีที่ระบบภูมิคุ้มกันจะกลับมาทำงานได้เต็มที่เมื่อถึงเวลาได้รับวัคซีนอีกด้วย

    Vitamin Xpress: https://bit.ly/3fvDJae 

    สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมันปลา เมก้า วี แคร์ ฟิชออย (MEGA WE CARE FISH OIL)
    Facebook : www.facebook.com/MEGAWecare 
    Website : www.megawecare.co.th 

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    MEGA WE CARE FISH OILน้ำมันปลาโอเมก้า-3กรดไขมันโอเมก้า-3เมก้า วี แคร์ ฟิชออยภูมิคุ้มกันระบบภูมิคุ้มกัน
    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 19:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์