พระนเรศวรฯ กู้ชาติ เข้มขลังพลังรักแผ่นดิน

ข่าว

พระนเรศวรฯ กู้ชาติ เข้มขลังพลังรักแผ่นดิน

รัก-ยม

    2 พ.ค. 2564 05:01 น.

    บันทึก

    “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช”...กษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมพลังจิตให้คนไทยรักและสามัคคีจนเกิดความเข้มแข็ง สามารถกู้ชาติกู้แผ่นดิน ให้อยู่ยั้งยืนยง หากยังพอจะจำกันได้ เมื่อครั้ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วง “คืนความสุขให้กับประชาชน” ได้นำภาพยนตร์ชีวประวัติของพระองค์ฉายให้ชมถ้วนทั่วทุกมุมเมือง กระตุ้นมวลชนให้ตระหนักต่อการรักชาติ ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดี

    พลิกแฟ้มหน้าประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระนเรศวรฯ” พระราชสมภพเมื่อปี 2098 ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก ขณะทรงพระเยาว์ถูกส่งไปเป็นตัวประกันที่เมืองพะโค
    (หงสาวดี) นานถึง 7 ปี เมื่อพระชนม์ 16 พรรษา จึงได้กลับมาบ้านเกิดและสถาปนาเป็นเจ้าเมืองพิษณุโลก

    ก่อน...สืบราชสมบัติเป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา เป็นระยะเวลา 19 ปี

    ช่วงก่อนขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้สร้างวีรกรรมซึ่งต้องจารึกในประวัติศาสตร์ โดยประกาศ “อิสรภาพ” ผลพวงทำให้ประชาชนรักใคร่ปรองดองกันเป็นหนึ่งเดียวไพร่พลยอมเสียสละเพื่อชาติ ร่วมออกศึกทำสงครามอย่างเข้มแข็งกับพม่าและกัมพูชาจนราบคาบและยำเกรงมิกล้าทำศึกกับกรุงศรีฯต่อเนื่องยาวนานนับเป็นเวลาถึง 150 ปี

    พลังอันเข้มแข็ง...ด้วยจิตศรัทธาต่อองค์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” มิใช่แค่ช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น หากแต่มีการสืบสานกันมายาวนานกว่า 4 ศตวรรษ จะเห็นได้ตามชายแดนไม่ว่าจะเป็นด้านทิศใดก็มี

    “อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรฯ” ประดิษฐานให้สักการะเป็นขวัญ และ...กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้รักษาอธิปไตยของชาติ

    หรือแม้แต่ตามศาสนสถานทั่วๆไปก็ยังสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรฯ เพื่อรวมศรัทธาสามัคคีจิตให้เป็นพลังสู่ความสำเร็จ อย่างเช่น อุทยานพระพิฆเนศนครนายก นอกจากองค์พระพิฆเนศเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ตั้งเด่นเป็นประธานอุทยานฯแล้วยังมีอนุสาวรีย์ 3 มหาราช คือ

    สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ (ต้นราชวงศ์จักรี) สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ (กู้เอกราชครั้งที่ 2) และ สมเด็จพระนเรศวรฯ

    O O O

    อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรฯ ที่อุทยานพระพิฆเนศนครนายก บันทึกเหตุการณ์ไว้โดย “ก้อง กังฟู” (17 ส.ค.2557) พระราชพิพัฒน์โกศล หรือ “หลวงพ่อเณร” เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม บางกอกน้อย กทม.

    ผู้สร้างอุทยานฯ ให้จำลองแบบมาจากองค์ประดิษฐาน ณ พระราชวังจันทน์ เหตุที่นำมาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ด้วยเชื่อว่าพิกัดนี้เป็นเส้นทางเดินทัพของพระนเรศวรฯ

    ซึ่งไปทำศึกกับ “กัมพูชา” ตามตำนานดั้งเดิมของ “คลองท่าด่าน”...มีความเชื่อ ศรัทธา เลื่อมใสกันอย่างยิ่งว่า...ศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับความสำเร็จ ลาภยศ ความก้าวหน้า การใช้กำลัง...สามัคคีพลัง จนเป็นที่เลื่องลือ บ่อยครั้งที่มักจะเห็นคนในเครื่องแบบไปกราบไหว้และแก้บน

    กล่าวกันว่า “องค์พระนเรศวรฯ” นั้นมีพลังอันศักดิ์สิทธิ์ในด้านความรักและสามัคคี หากมีไว้กราบไหว้บูชาในแต่ละบ้านจะเป็นการเตือนสติในพลังความรักชาติ ความสามัคคีของคนในชาติเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะไม่ชะงัดนักแต่ก็จะช่วยบรรเทาผ่อนหนักให้เป็นเบาคลี่คลายลงไปได้ไม่มากก็น้อย

    O O O

    พระสถูปเจดีย์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์” ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่อีกแห่งที่สำคัญสะท้อนคลื่นกระแสศรัทธาได้เป็นอย่างดี

    ด้วยว่าศรัทธา...ปาฏิหาริย์นั้นมาจากรูปปั้น “ไก่ชน” ที่นำมาเป็นเครื่องสักการะเรียงรายให้เห็นกันมากล้นที่เป็นผลด้วยทำให้ผู้คนที่เข้ามากราบสักการบูชาสมหวังตั้งใจดั่งใจประสงค์...ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้น “ไก่ชน” น้อยใหญ่ทั้งด้านนอกติดถนนและด้านในใกล้ตัวสถูป เรียงรายเป็นทิวแถวรายรอบพระสถูปทุกทิศทางอยู่ทั่วไป

    สืบสาวได้ความมาจากผู้ศรัทธาเลื่อมใสว่า รูปปั้นไก่ชนที่เห็นนั้นผู้นำมาถวายมีความเชื่อกันว่า “พระองค์ท่าน” รักการ “ชนไก่” ดังนั้นเมื่อขอพรสำเร็จ สมหวังแล้วก็จะต้องกลับมาถวายรูปปั้น “ไก่ชน”

    ว่ากันว่า...ใครจะมาขออะไรนั้น ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากแต่ “ขอได้ทุกอย่าง” เลยทีเดียว แต่จะได้หรือไม่ได้ สำเร็จเห็นผลประการใดนั้น ก็คงสุดแล้วแต่บาปบุญผลกรรมของแต่ละท่าน

    ตัวสถูปพระเจดีย์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์” เมืองงาย เป็นฐาน 8 เหลี่ยม กว้าง 10.30 เมตร สูง 25.12 เมตร คำบูชา “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ตั้งนะโม 3 จบ...นเรศ จิตติ สิทธิ สังโฆ นะโมพุทธายะ ปฐทวี คงคา พระภูมิ มะ เทวา ขมามิหังฯ

    อย่างที่หลายคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ในอดีต “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถ กอบกู้เอกราชชาติไทย ทรงมีบุญบารมี พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลเป็นที่หวาดหวั่น น่าเกรงขามต่อข้าศึกอริราชศัตรูยิ่งนัก พระองค์มีบทบาทในการกรีธาทัพปราบปรามยังจังหวัดต่างๆ...

    ทุกแห่งต่างได้จัดสร้างอนุสาวรีย์หรือไม่ก็เป็นสิ่งอนุสรณ์เพื่อเป็นการยกย่องเทิดทูนพระเกียรติ

    สำหรับชาวเชียงใหม่ ระลึกอยู่เสมอว่า...“การที่พวกเราได้อยู่อย่างเป็นสุขจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงมีเมตตาต่อชาติไทย” นำมาซึ่งความเห็นที่ตรงกันว่าควรจะร่วมแรงร่วมใจกันจัดสร้างอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงพระองค์

    เนื่องด้วยบริเวณ “บ้านเมืองงาย” แห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงตั้งค่าย ด้วยเดชาภินิหาร “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” อีกทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายอันมีพระสยามเทวาธิราชเป็นอาทิ ขอพระวิญญาณของพระองค์ไม่ว่าทิพยวิมานชั้นฟ้าใดๆ ได้โปรดรับรู้ในความยึดมั่นกตัญญู จงรักภักดี ของบรรดาชาวไทยทั้งมวลอันมีต่อพระองค์ไม่เสื่อมคลาย...พวกข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอปฏิญาณต่อดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ว่าพวกเราพร้อมที่จะเจริญรอยตามพระยุคลบาท ในอันที่จะรักษาผืนแผ่นดินไทยทุกกระเบียดนิ้ว

    ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานไว้แก่คนทั้งมวล ให้ยืนยงคงอยู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

    “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

    รัก-ยม

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    แฉตำรวจหญิง อ้างเป็นเมีย ส.ว. ทารุณทหารหญิงรับใช้ จมูกหัก ช้ำทั้งตัว
    05:29

    แฉตำรวจหญิง อ้างเป็นเมีย ส.ว. ทารุณทหารหญิงรับใช้ จมูกหัก ช้ำทั้งตัว

    ApplicationMy Thairath

    วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2565 เวลา 00:00 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์