ไลฟ์สไตล์
100 year

ช่วยหมอเบาแรง! วิธีเตรียมพร้อมเข้า “รักษาโควิด” ตั้งแต่เก็บกระเป๋า

ไทยรัฐออนไลน์
20 เม.ย. 2564 10:38 น.
SHARE

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในช่วงหลังสงกรานต์ 2564 พบจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งประเทศเพิ่มขึ้นเกิน 1,000 คนต่อวัน นับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรใส่ใจประเมินเช็กอาการของตัวเอง เตรียมความพร้อมเข้ารักษาโควิด โดยเฉพาะบุคคลที่พบว่าตนเองตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อรับมือกับโรคได้ทันเวลา

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยคำแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงระดับต่างๆ โดยแบ่งการประเมินความเสี่ยงออกเป็น 4 ระดับ เพื่อให้ประชาชนที่ติดเชื้อเป็นผู้ป่วยยืนยัน และผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ ได้เข้าใจ และเตรียมความพร้อมดูแลตัวเองในสถานการณ์การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 เป็นวงกว้าง โดยแบ่งความเสี่ยงของประชาชนเป็น 4 ระดับ ได้แก่

1. ผู้ติดเชื้อ หมายถึง ผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ทั้งแสดงอาการ และไม่แสดงอาการ

2. ผู้มีความเสี่ยงสูง หมายถึง ผู้ที่สัมผัสผู้ติดเชื้อ โดยได้พบปะกันในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท, อยู่ห่างผู้ติดเชื้อไม่เกิน 1 เมตร นานกว่า 15 นาที โดยไม่มีการป้องกัน, พูดคุยกันในระยะ 1 เมตร นานกว่า 5 นาที, ผู้ที่ไอ จาม ใส่กันโดยไม่มีการป้องกัน

3. ผู้มีความเสี่ยงต่ำ หมายถึง ผู้ที่สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

4. ผู้มีความเสี่ยงต่ำมาก หรือไม่มีความเสี่ยง หมายถึง ผู้ที่สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ

วิธีปฏิบัติตัวตามความเสี่ยงโควิด-19

วิธีการดูแลตัวเองของผู้ติดเชื้อ คือ ต้องแยกกักตัว เข้ารับการรักษาโควิดโดยแพทย์จะแยกกักรักษาในสถานพยาบาล หรือสถานที่ที่กำหนด เช่น รักษาตัวในโรงพยาบาล, ฮอสพิเทล (Hospitel) หรือ โรงพยาบาลสนาม

วิธีการดูแลตัวเองของผู้มีความเสี่ยงสูง คือ ต้องกักตัว 14 วัน และเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ระหว่างรอผลการตรวจหรือตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ยังต้องกักตัวครบ 14 วัน

วิธีการดูแลตัวเองของผู้มีความเสี่ยงต่ำ แม้ว่ายังไม่มีอาการ แต่ก็ต้องคุมไว้สังเกตอาการ 14 วันอย่างใกล้ชิด โดยหลีกเลี่ยงชุมชน แยกรับประทานอาหาร สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ

วิธีการดูแลตัวเองของผู้มีความเสี่ยงต่ำมาก หรือ ไม่มีความเสี่ยงเลย แม้ไม่ต้องกักตัว แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวัง เน้นปฏิบัติตามมาตรการสำคัญ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ ใช้แอปพลิเคชันติดตามตัวเพื่อติดตามการระบาดของโรค 

วิธีหาเตียงเข้ารับการรักษาโควิด-19 เมื่อเป็นผู้ติดเชื้อ

เมื่อคุณเป็นผู้ติดเชื้อหลังจากได้รับการยืนยันจากสถานพยาบาล หากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล มีวิธีขอเข้ารับการรักษา 3 วิธี ได้แก่

1. เข้ารับการรักษากับสถานพยาบาลที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19
2. เพิ่มเพื่อนใน LINE @sabaideebot เพื่อลงทะเบียนเข้ารับการรักษาเมื่อได้รับการยืนยัน หรือมีอาการขณะกักตัวในที่พัก
3. โทรหาสายด่วนเพื่อเรียกรถพยาบาลมารับ เมื่อได้รับการยืนยันมีอาการขณะกักตัวในที่พัก ด้วยหมายเลขต่อไปนี้

  • 1669 โทรได้ 24 ชั่วโมง
  • 1668 โทรได้ตั้งแต่ 08.00 - 22.00 น.
  • 1330 โทรได้ 24 ชั่วโมง

เมื่อพบว่าตนเองเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ต้องกักตัว 14 วัน สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

รู้สิทธิ์ตรวจโควิดฟรีก่อนเข้ารับการรักษา

ผู้ประกันตนตรวจโควิดฟรี ด้วยสิทธิ์ สปสช.

ผู้ป่วยที่เป็นผู้ประกันตนประกันสังคัม และบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตามสิทธิ์ สปสช. เข้ารับการตรวจโควิด-19 ฟรี ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจังหวัดอื่นๆ โทรสอบถามได้ที่ 1422

เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะส่งตัวผู้ป่วยเข้ารักษาโควิดตามกระบวนการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ประชาชนตรวจโควิดฟรีเมื่อเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย

ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ตรวจฟรีที่โรงพยาบาลทั่วประเทศ จะต้องเป็นผู้ที่เข้าเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข (ดูเงื่อนไขตรวจโควิดฟรี)

ค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้ารับการรักษาโควิด-19

ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อยู่ในความดูแลของกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2564 โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามประกาศตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ค่าใช้จ่ายที่ยกเว้นจากประกาศที่ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง คือ ผู้ป่วยหรือญาติประสงค์จะไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอื่น

เมื่อไหร่ที่ต้องไปโรงพยาบาลสนาม และ ฮอสพิเทล (Hospitel)

เมื่อผู้ป่วยติดต่อกับโรงพยาบาลเพื่อตรวจโควิด-19 แล้วได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส-2019 ทางโรงพยาบาลจะรับผู้ป่วยเข้ารักษาที่โรงพยาบาล และอาจส่งตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาลสนาม หรือฮอสพิเทล (Hospitel) ในเครือข่าย ผู้ป่วยไม่สามารถระบุว่าจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนาม หรือฮอสพิเทลเองได้

กรณีที่ผู้ป่วยส่งตรวจโควิด-19 กับห้องปฏิบัติการเอกชน โดยเสียค่าใช้จ่ายเอง
หากคุณอยู่ระหว่างกักตัว 14 วัน แล้วพบว่าติดเชื้อจากการเลือกเข้าตรวจกับห้องปฏิบัติการเอกชนเอง มี 2 ทางเลือกเพื่อเข้ารับการรักษาโควิด-19

ทางเลือกที่ 1 เข้ารับการรักษาโควิดฟรี

  • เดินทางไปยังโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชนที่รองรับสิทธิ์
  • โทร 1669 หรือโทรเรียกรถพยาบาลโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านให้มารับ
  • แจ้งประวัติให้ชัดเจน แจ้งสิทธิประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, ประกันวินาศภัย (ถ้ามี)
  • ได้รับการรักษาตามสิทธิ์ค่าใช้จ่ายตามประกาศกระทรวง
  • ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง อาจได้รับการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม หรือ ฮอลพิเทล ในกรณีที่เตียงในสถานพยาบาลมีจำกัด

ทางเลือกที่ 2 เข้ารับการรักษาโควิดกับโรงพยาบาลเอกชน

  • โทรศัพท์แจ้งไปยังโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน ให้ส่งรถพยาบาลมารับ หรือเดินทางไปยังโรงพยาบาล โดยแจ้งประวัติอย่างชัดเจน แจ้งให้ชัดว่ามารักษาโควิดก่อนเดินทางไป
  • แจ้งสิทธิ์ประกันวินาศภัย, ประกันสุขภาพ ที่มี
  • ได้รับการรักษาตามวงเงินในประกันวินาศภัยหรือประกันสุขภาพที่มี หรือใช้สิทธิ์จ่ายเอง
  • ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล หรือส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสนาม หรือฮอลพิเทลในเครือข่าย กรณีที่สถานพยาบาลมีเตียงจำกัด

9 สิ่งของจำเป็นเมื่อต้องจัดกระเป๋าเดินทางไปรักษาโควิด-19

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดนั้นส่งผลให้พื้นที่รักษามีจำกัด ผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปเข้ารับการรักษาโควิด-19 ไม่ควรพกสิ่งของติดตัวไปเกินความจำเป็น โดยสิ่งที่ควรพกติดตัวไป ได้แก่

  1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ราชการออกให้เพื่อยืนยันตัวตน
  2. บัตรประกัน (ถ้ามี)
  3. โทรศัพท์มือถือส่วนตัว พร้อมที่ชาร์จ รวมถึงเบอร์ติดต่อบุคคลสำคัญ
  4. ยารักษาโรคประจำตัว (ถ้ามี) รวมถึงบัตรนัดที่มีชื่อแพทย์โรงพยาบาลที่รักษาเป็นประจำ
  5. ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าอนามัย (สำหรับผู้หญิง), ขวดนม และผ้าอ้อม (สำหรับเด็ก), กระดาษชำระ, ไฟฉายหรือแบตเตอรี่สำรอง
  6. เสื้อผ้าสำหรับใส่เปลี่ยนในวันกลับ 1 ชุด
  7. เงินสดเล็กน้อย, บัตรเอทีเอ็ม, บัตรเดบิต, บัตรเครดิต
  8. หน้ากากอนามัย, เจลล้างมือ
  9. ถุงผ้าอเนกประสงค์ หรือถุงพลาสติก เพื่อใส่ของที่จำเป็น

สิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว คือ “บัตรนัดที่ระบุชื่อแพทย์ในโรงพยาบาลที่รักษาเป็นประจำ” เนื่องจากหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เกิดภาวะแทรกซ้อนเมื่อเข้ารับการรักษา แพทย์เจ้าของไข้จะได้ปรึกษาเพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ต้องไป "รักษาโควิด" ถ้ายังไม่ได้เป็น

กลุ่มเสี่ยงสูงผ่านการสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19

เมื่อพบว่าเพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว หรือเพื่อนที่เพิ่งพบปะกันเป็นผู้ป่วยยืนยันแล้ว ถือว่าคุณเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ต้องกักตัว ต้องปฏิบัติดังนี้

1. แจ้งหยุดงาน หยุดเรียน ไม่เดินทางไปพื้นที่สาธารณะ 14 วัน
2. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดบุคคลอื่นในห้องแอร์ สวมหน้ากากอนามัย อยู่ห่างจากผู้อื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร ไม่คลุกคลีกับผู้สูงอายุและเด็ก
3. สังเกตอาการตัวเอง วัดไข้ตัวเองทุกวัน หากมีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียสร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ต้องรีบพบแพทย์
4. ใส่น้ำยาฟอกขาว 2 ฝา ในถุงขยะก่อนมัดปากถุงทิ้ง ปิดปากถุงให้สนิท
5. พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารปรุงสุก
6. ทำกิจกรรมผ่อนคลาย ลดความเครียด

  • กรณีพักร่วมกับผู้อื่นในบ้าน หอพัก หรืออื่นๆ

หากคุณต้องกักตัวอยู่ในที่พัก ร่วมกับบุคคลอื่นในครอบครัว หรือหอพัก แจ้งให้กับบุคคลอื่นทราบ เพื่อจะได้รับความช่วยเหลือเมื่อต้องจัดส่งอาหาร และของใช้ รวมถึงเตรียมน้ำยาฟอกขาว หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค* เพื่อใส่ในถุงขยะก่อนส่งกำจัด เพื่อลดการแพร่เชื้อ

- เตรียมอุปกรณ์ ของใช้ในชีวิตประจำวันให้เพียงพอต่อการกักตัว 14 วัน
- แยกใช้ห้องนอน ห้องน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ รวมถึงเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศระบาย
- แยกของใช้ให้ชัดเจน ทั้งจานชาม แก้วน้ำ ฯลฯ และอุปกรณ์ทำความสะอาด
- เตรียมอุปกรณ์ชำระร่างกาย แยกเพื่อใช้เฉพาะผู้กักตัว
- แยกการซักผ้า ไม่ซักร่วมกับผู้อื่น
- หากต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อื่น ทำความสะอาดห้องน้ำเมื่อใช้เสร็จ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
- หอพัก คอนโด และสถานที่พักอาศัย ต้องทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มลิฟต์ ด้วยวิธีการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยผู้ทำความสะอาดต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองทุกครั้ง

  • กลุ่มเสี่ยงต่ำ

หากสัมผัสผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในหมู่บ้าน ชุมชน โรงเรียน ก็สามารถกักตัวหรือเฝ้าระวัง 14 วัน หลีกเลี่ยงการเดินทางสู่ชุมชน โดยไม่ต้องหยุดเรียน หรือหยุดงาน ให้สังเกตอาการระบบทางเดินหายใจ และวัดไข้ทุกวัน นับตั้งแต่วันที่สัมผัสผู้มีความเสี่ยงสูง หากมีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส รีบไปพบแพทย์

  • กลุ่มเสี่ยงต่ำมาก หรือไม่มีความเสี่ยง

เมื่อเดินทางไปยังสถานที่ชุมชน ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ และใช้แอปพลิเคชันติดตามตัวที่เหมาะสม โดยไม่ต้องกักตัว และปฏิบัติตามมาตรการของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

*น้ำยาฆ่าเชื้อที่กรมอนามัยแนะนำ

- น้ำยาฟอกขาวความเข้มข้น 0.1%
- แอลกอฮอล์ 70%
- ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5%


ที่มา : แรงงานรู้สู้โควิด, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:09 น.