15 หนังซอมบี้ สนุกๆ ไม่ควรพลาด น่าดูทุกเรื่อง!

ข่าว

    15 หนังซอมบี้ สนุกๆ ไม่ควรพลาด น่าดูทุกเรื่อง!

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 มี.ค. 2564 11:08 น.

    หนังซอมบี้ เป็นประเภทหนังที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เรื่องราวของศพมนุษย์เดินได้ที่กลายร่างเป็นปิศาจกระหายเลือด ใครโดนกัดก็จะติดเชื้อ และเปลี่ยนเป็นซอมบี้ตามไล่ล่ามนุษย์ ไทยรัฐออนไลน์ขอแนะนำหนังซอมบี้น่าดู 15 เรื่อง ที่คุณไม่ควรพลาด ซึ่งหลายๆ เรื่องสามารถหาชมได้ผ่าน Netflix หรือบริการสตรีมมิงต่างๆ

    แนะนำ 15 หนังซอมบี้ สนุกครบทุกรสชาติ คอหนังไม่ควรพลาดชม!

    นับตั้งแต่หนังซอมบี้เรื่องแรก "White Zombie" ถูกสร้างขึ้นในปี 1932 ก็กลายเป็นต้นแบบของหนังซอมบี้ในยุคต่อมา จากซอมบี้ที่เหมือนซากวิญญาณของความเป็นมนุษย์ เดินด้วยท่าทางแปลกๆ เคลื่อนที่ช้า ได้รับการพัฒนาสู่ซอมบี้ยุคใหม่ที่วิ่งเร็ว มีความหวือหวามากขึ้น ในแต่ละเรื่องจะมีจุดเด่นแตกต่างกัน เนื้อเรื่องก็ไม่เน้นอยู่ที่ความน่ากลัวและสยดสยองเพียงอย่างเดียว แต่มีการนำเสนอในหลายมิติ เช่น อิงประวัติศาสตร์, วิทยาศาสตร์และโรคระบาด, ดราม่าครอบครัว ไปจนถึงเรื่องราวความรักโรแมนติก สำหรับหนังซอมบี้สนุกๆ ที่แนะนำว่าต้องหามาดูให้ได้ มีดังนี้

    1. Dawn of the Dead (1978)

    เรื่องราวของ "เอน่า" หญิงสาวที่ต้องหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ซอมบี้บุกบ้าน เธอค้นพบว่าทั้งเมืองกำลังตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย เมื่อมีโรคระบาดร้ายแรงจู่โจม ทำให้มนุษย์ตกอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย คล้ายซากศพที่หิวกระหายเลือดและเนื้อสดๆ เธอจึงรวมกลุ่มกับผู้รอดชีวิต และหลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่นอกจากการหนีตายจากเหล่าซอมบี้แล้ว ปัญหาที่ปวดหัวไม่แพ้กันคือ การเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับกลุ่มคน ซึ่งแต่ละคนก็มีนิสัยและมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ชมได้สำรวจความเป็นมนุษย์ที่ล้วนมีสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด

    2. 28 Days Later... (2002)

    หนังที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอเมื่อโลกเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาด เล่าเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่นอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาล โดย 28 วันหลังเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ เขาฟื้นขึ้นมากลับพบว่าทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้าง ไร้ผู้คน และมีผู้ติดเชื้อที่กลายเป็นซอมบี้พยายามเข้ามาทำร้ายเขา ทั้งนี้ ยังมีหนังเรื่อง 28 Weeks Later (2007) ที่เล่าเรื่องราวในอีก 28 สัปดาห์ถัดมา หลังรัฐบาลประกาศว่าเมืองปลอดเชื้อเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่รู้ว่าเชื้อมรณะกำลังรอคอยที่จะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง

    3. Resident Evil (2002-2016)

    หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นขวัญใจของคอหนังซอมบี้ทั่วโลก เรื่องราวของ "อลิซ" หญิงสาวที่สูญเสียความทรงจำ ที่พยายามสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ รวมถึงความลับที่ดำมืดขององค์กรวิทยาศาสตร์ Umbrella Corporation ซึ่งคิดค้นเชื้อไวรัสขึ้นมาอย่างผิดกฎหมาย นำไปสู่การติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งโลก ความสำเร็จของ Resident Evil ทำให้มีการสร้างแฟรนไชส์ภาคต่อ รวมถึงถูกนำไปสร้างเป็นวิดีโอเกมซีรีส์ต่างๆ เยอะมาก

    4. Shaun of the Dead (2004)

    "ชอว์น" ชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันหมดไปกับการดื่มเหล้า เขามีปัญหากับคนในครอบครัว รวมถึงมีปัญหาระหองระแหงกับแฟนสาวอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เธอทิ้งเขาไป จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนบ้านของเขากลายเป็นซอมบี้ และเริ่มมีซอมบี้หรือซากศพเดินได้โผล่มากขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ ชอว์นก็คิดขึ้นได้ว่า เขาจะต้องทำตัวเป็นฮีโร่และปกป้องผู้หญิงที่เขารัก เพื่อให้อดีตแฟนสาวกลับมาคืนดีอีกครั้งให้ได้ ชอว์นจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์โกลาหลที่เกิดขึ้น

    5. Land of the Dead (2005)

    จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหล่าซอมบี้เป็นฝูงผีดิบที่มีความนึกคิด พวกมันพยายามจะวิวัฒนาการเพื่อคืบคลานเข้ามายังพื้นที่ของมนุษย์ แต่ก็มีกำแพงเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่กั้นระหว่างมนุษย์และซากมนุษย์เดินได้ ใครที่ชอบความโหด สยดสยอง และเนื้อเรื่องสนุกชวนติดตาม Land of the Dead น่าจะตอบโจทย์ได้ดี นอกจากนี้ยังเป็นหนังที่สอดแทรกประเด็นการเสียดสีระหว่างชนชั้นไว้ด้วย คนมีฐานะร่ำรวยสามารถซ่อนตัวอยู่สถานที่ปลอดภัย ส่วนคนยากไร้ก็ต้องใช้ชีวิตอดๆ อยากๆ และเอาชีวิตรอดตามท้องถนนให้ได้ในแต่ละวัน

    6. [REC] (2007)

    หนังซอมบี้พล็อตเรื่องแปลกใหม่ ซึ่งแตกต่างจากหนังซอมบี้ที่ผ่านๆ มา เพราะตัวเอกของเรื่องไม่ได้เป็นฮีโร่ หรือแข็งแกร่งเกินกว่าใคร แต่เธอคือนักข่าวสาวธรรมดาๆ ที่ต้องไปทำข่าวในตึกแห่งหนึ่ง โดยที่ไม่รู้ว่าตึกแห่งนี้เต็มไปด้วย "อมนุษย์กินคน" ซึ่ง [REC] เล่าเรื่องลุ้นระทึก โดยเล่นกับมุมกล้องในพื้นที่แคบๆ แสงสว่างน้อยๆ สร้างความอึดอัดใจจนเกือบลืมหายใจให้ผู้ชมเป็นอย่างดี ทำให้เราได้เห็นเทคนิคการถ่ายภาพที่บีบเค้นอารมณ์ตื่นตระหนกได้อย่างดี ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังซอมบี้ที่ท้าทายทั้งตัวผู้สร้างและตัวนักแสดง 

    7. I Am Legend (2007)

    เชื่อว่าโปสเตอร์หนังเรื่องนี้น่าจะคุ้นตาใครหลายคน ภาพของ "วิลล์ สมิธ" ที่รับบทเป็น "โรเบิร์ต เนวิลล์" กำลังเดินถือปืน โดยมีน้องหมาคู่ใจอยู่เคียงข้าง โรเบิร์ตคือมนุษย์ผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย หลังประชากรในมหานครนิวยอร์กถูกไวรัสมรณะคร่าชีวิต หลังการทดลองผิดพลาด เมื่อเชื้อที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อรักษาโรคมะเร็ง กลายพันธุ์เป็นเชื้อมรณะที่คร่าชีวิตผู้คนแทน แต่โรเบิร์ตก็ไม่สิ้นหวัง เขาออกเดินทางตามหาผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ พร้อมกับการคิดค้นหายารักษาไวรัสชนิดนี้

    8. Zombieland (2009)

    ยังคงเป็นหนังซอมบี้ที่ติดลิสต์เสมอมา แม้ว่า Zombieland จะเป็นหนังแนวคอมเมดี้ก็ตาม แต่นำเสนอเรื่องราวได้อย่างสนุกสนาน น่าติดตาม คลายเครียดให้หลายคนได้ดี โดยเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อคนเกือบทั้งประเทศกลายเป็นซอมบี้ มีผู้รอดชีวิตจำนวนไม่มาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "โคลัมบัส" เด็กหนุ่มขี้กลัวที่ต้องใช้ชีวิตให้รอดไปวันๆ ท่ามกลางฝูงซอมบี้ เขาจึงต้องตั้งกฎสำหรับเอาชีวิตรอดขึ้นมา ซึ่งหลากหลายเรื่องราวในหนังเรื่องนี้ มอบข้อคิดดีๆ คืนกลับให้ผู้ชมได้ดี เพราะบางครั้งคนเราก็มัวแต่โฟกัสกับปัญหาจนมองข้ามความสุขเล็กๆ ในชีวิต

    9. World War Z (2013)

    หนังที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดี ผลงานของ "แบรด พิตต์" ที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับและรับบทนักแสดงนำโดยตนเอง เล่าเรื่องราวของ "เจอร์รี่ เลน" พนักงานองค์การสหประชาชาติ ที่ได้รับมอบหมายภารกิจให้สืบหาต้นตอการระบาดของโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้ที่ติดเชื้อกลายร่างเป็นซอมบี้ เขาต้องออกเดินทางตามหา "ผู้ป่วยหมายเลข 0" เพื่อไขปริศนาทั้งหมดแข่งกับเวลา เพราะหากช้าเพียงไม่กี่นาที ฝูงกองทัพซอมบี้ก็จะมีจำนวนมากจนถล่มโลกได้ นำไปสู่การล่มสลายของมนุษยชาติ

    10. Warm Bodies (2013)

    ซอมบี้หล่อมีอยู่จริง! เมื่อซอมบี้ถูกนำมาตีความใหม่ โยนเรื่องราวสยดสยองทิ้งไปใน Warm Bodies นำแสดงโดย "นิโคลัส ฮอลท์" และ "เทเรซา พาล์มเมอร์" เล่าเรื่องราวโรแมนติก-คอมเมดี้ ผ่านตัวละคร "อาร์" ซอมบี้หนุ่มที่ใช้ชีวิตโดยไม่หลงเหลือความรู้สึกอบอุ่นใดๆ ในชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบกับ "จูลี่" มนุษย์ผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกราวกับหัวใจที่ด้านชา กลับมาเต้นตึกๆ ได้อีกครั้ง แต่เรื่องราวระหว่างซอมบี้กับมนุษย์ก็ดูไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ นี่คือหนังซอมบี้ที่สร้างภาพจำใหม่ แตกต่างจากภาพลักษณ์เดิมของซอมบี้ในโลกภาพยนตร์ที่ผ่านมา

    11. Train to Busan (2016)

    นี่คือหนังซอมบี้ที่สร้างชื่อเสียงให้เกาหลี จนหลายคนอดแซวไม่ได้ว่าคือหนังฮอลลีวูดปลอมตัวมา โดยมี "กงยู" นักแสดงผู้ได้ฉายาว่าสามีแห่งชาติของผู้หญิงเอเชีย รับบทเป็น "ซอกวู" ซึ่งกำลังพาลูกสาวกลับไปหาอดีตภรรยา เดินทางด้วยรถไฟจากกรุงโซลไปยังเมืองปูซาน แต่ระหว่างทางกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อฝูงซอมบี้โจมตีขบวนรถไฟ ซอกวูจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกสาวมีชีวิตรอด นี่คือหนังซอมบี้ที่นอกจากระทึกขวัญแล้ว ยังมีเรื่องราวซึ้งๆ ที่ทำให้ Train to Busan ครองใจคอหนังทั่วเอเชีย

    12. Rampant (2018)

    เรื่องราวของซอมบี้ถูกโยงเข้ากับการเมืองเกาหลี ทำให้ Rampant กลายเป็นหนังแอ็กชั่นฟอร์มยักษ์ที่สะท้อนเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ด้วยฉากต่างๆ ที่จัดเต็ม เพื่อเนรมิตบรรยากาศเกาหลีย้อนยุคให้มีสีสันมากขึ้น เมื่อ "องค์ชายกังลิม" ถูกเรียกกลับวังหลวงเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภายใน หลังเสนาบดีก่อกบฏเพื่อหวังขึ้นครองราชย์เป็นพระราชาองค์ใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์อันตรายที่ฝูงซอมบี้ออกอาละวาดคร่าชีวิตประชาชนไปเรื่อยๆ

    13. Kingdom (2019)

    ซอมบี้เกาหลี ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ทั่วโลกออนไลน์ ผลงานซีรีส์ออริจินอลของ Netflix ที่นำเสนอเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ในยุคโชซอน เมื่อพระราชาทรงประชวรด้วยโรคประหลาดและไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าเฝ้าเลย ขณะที่นอกวังก็มีข่าวลือว่ามีชาวบ้านจำนวนมากกลายร่างเป็นอสูร องค์รัชทายาท "อีชาง" จึงออกเดินทางค้นหาความจริงท่ามกลางเกมการเมืองในพระราชวังที่ร้อนระอุ

    14. Little Monster (2019)

    หนังซอมบี้แนวคอมเมดี้ นำแสดงโดย "ลูพิต้า ยองโก" นักแสดงรางวัลออสการ์ เรื่องราวอลหม่านปนสยองขวัญ เกิดขึ้นเมื่อ "มิสแคโรไลน์" ต้องเป็นครูพี่เลี้ยงในการพาเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลไปทัศนศึกษา แต่ดันเกิดเหตุการณ์ฝูงซอมบี้อาละวาด เธอจึงต้องทำทุกวิธีเพื่อปกป้องเด็กๆ จากซอมบี้กระหายเลือด โดยที่ไม่ทำให้เหล่าเด็กน้อยต้องตื่นตกใจ ทว่าสถานการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ

    15. ALIVE (2020)

    หนังซอมบี้เกาหลี นำแสดงโดย 2 นักแสดงวัยรุ่น "ปาร์คชินฮเย" และ "ยูอาอิน" เน้นการเอาชีวิตรอดภายในพื้นที่แคบๆ จะเกิดอะไรขึ้นหากสถานการณ์ซอมบี้เกิดขึ้นใกล้ตัวกว่าที่คิด หนังเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ขลุกตัวเล่นเกมอยู่ในห้อง จนกระทั่งมีโรคติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งระบาด ทำให้ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ เขาจึงต้องเอาชีวิตรอดภายในห้องแคบๆ ขาดการติดต่อกับครอบครัว ขณะที่อาหารและน้ำที่มีเก็บไว้ก็กำลังจะหมดลง เขาจึงตัดสินใจออกจากห้องพักเพื่อหาอาหารประทังชีวิต

    สังเกตได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ได้เข้ามามีส่วนแบ่งครองตลาดหนังซอมบี้มากขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่ผู้ชม อีกทั้งยังทำให้หนังซอมบี้ถูกตีความใหม่ในเนื้อเรื่องที่หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หนังซอมบี้หนังซอมบี้ น่าดูหนังซอมบี้ แนะนําหนังซอมบี้ น่ากลัวหนังซอมบี้เกาหลีหนังซอมบี้ Netflixบทความน่าอ่าน

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 09:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์