ไลฟ์สไตล์
100 year

โรค NCDs ฆ่าชีวิตคนไทยวันละกว่า 1 พันคน เสี่ยง เบาหวาน หัวใจ มะเร็ง พุ่ง!

ข้อมูลจากเว็บไซต์ สสส.
5 มี.ค. 2564 06:01 น.
SHARE

เมื่อพูดถึง “โรค NCDs” หรือ “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือสงสัยว่ามันคือโรคอะไรอธิบายง่าย ๆ โรคนี้เปรียบเสมือนภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน กินหวาน มัน เค็ม ไม่ออกกำลังกาย เท่ากับก้าวเข้าไปสู่วงจรโรคเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคปอดเรื้อรัง นี่เป็นแค่ตัวอย่างของโรคที่พบมากที่สุดในคนไทย เป็นภัยร้ายที่ฆ่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมาก ตกวันละไม่ต่ำกว่า 1,000 คน นับเป็นมูลค่ามหาศาลทางเศรษฐกิจที่ประเทศชาติต้องสูญเสียให้กับโรคนี้ ค่าใช้จ่ายที่เห็นชัด ๆ ได้แก่ ค่าบุคลากรทางการแพทย์ท ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่ารักษาพยาบาล และหลายครอบครัวต้องได้รับความสูญเสียครั้งใหญ่ เพราะ คนในบ้านต้องหยุดชีวิต เพราะโรค NCDs

ถึงแม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานที่ออกมารณรงค์ให้ความรู้ ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กับผู้คน แต่ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป จึงทำให้คนไทยเข้าใกล้โรค NCDs มากขึ้น จึงทำให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือกับ สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย (Association of Thai NCD Alliance) และภาคีเครือข่าย ประกาศเจตนารมณ์ ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย ให้รัฐบาลขับเคลื่อนผลักดันให้โรค NCDs เป็น วาระสำคัญของประเทศที่ต้องเร่งทำงาน ใช้มาตรการเชิงรุก เพื่อลดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต

ภายในงานมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรค NCDs มาให้ข้อคิดเห็น และชี้ถึงความเร่งด่วนของปัญหา นำโดย ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย ได้ชี้ให้เห็นว่าจริงๆ แล้ว โรค NCDs นั้นร้ายแรงกว่าโควิด-19 หลายเท่า เพราะมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่าวันละพันคน เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวมาก เนื่องจากวิถีชีวิตคนในปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการกินอาหารรสจัด ความเครียด มีกิจกรรมทางกายน้อยลง นั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ นั่งดูจอสมาร์ทโฟน ที่ร้ายแรงที่สุดเมื่อเกิดโรคพบว่าคนไทยที่ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องมีสถานะทุพลภาพ หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทั้งที่ควรมีอายุยืนยาวกว่านี้

ด้าน ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 สสส. และรองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เน้นให้ทุกคนเห็นถึงความจำเป็นของนโยบายสาธารณะในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม ในปี 2564 นี้ ทาง สสส. และ ภาคีเครือข่ายจึงมีข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ด้านต่อรัฐบาล เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจนร่วมกัน ได้แก่ 1) การจัดบริการให้กับผู้ป่วย ให้ลดความแออัด เน้นการนำเสนอข้อมูลให้ผู้ป่วยติดตามพฤติกรรมได้ด้วยตนเอง 2) การควบคุมสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ ยาเส้น อาหารหวาน มัน เค็ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3) ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น ขนส่งมวลชน สวนสาธารณะ 4) ส่งเสริมให้หน่วยงานดูแลสุขภาพบุคลากร เพื่อให้ห่างไกลโรค NCDs

นอกจากอันตรายจากบุหรี่ และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ความเสี่ยงจากการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน โดย รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็มและนายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ได้ย้ำว่าคนไทยนั้นไม่ควรบริโภคโซเดียมเกินกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา) แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าคนไทยบริโภคโซเดียมเกินมาตรฐานกว่า 3 เท่า โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีโซเดียมสูง รวมไปถึงขนมขบเคี้ยวต่างๆ ส่งผลให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง และนำไปสู่โรคไต

เป็นเรื่องน่ายินดี ที่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ทำพิธีลงนาม MOU เพื่อสานพลังความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่าย “สมาคมโรคไม่ติดต่อไทย” เพื่อแสดงเจตนาอันแน่วแน่ในการขับเคลื่อนให้เกิดนโยบาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ การจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐในการร่วมกันแก้ปัญหาอันเร่งด่วนนี้ รวมถึงการสร้างความตระหนัก และความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจเป็นพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ดังเช่นผลงานการป้องกันโควิด-19 ที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนต่างร่วมมือกันจนเห็นผลอย่างชัดเจน

#เปลี่ยนนิดพิชิตโรค #NCDsป้องกันได้ #หยุดโรคNCDs

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรค NCDsโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโรคหัวใจโรคหลอดเลือดหัวใจสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเปลี่ยนนิดพิชิตโรคNCDsป้องกันได้หยุดโรคNCDsสสส

ข่าวแนะนำ

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 07:58 น.