เป็นทายาทรุ่นสามของอัมพุช หลังจาก อาแอ๊ว-ศุภลักษณ์ อัมพุช ให้หลานสาวคนสวย พลอยชมพู อัมพุช ดูแลแผนก Business Development-Creative Retail Development เดอะมอลล์กรุ๊ป จนรู้ฝีมือและความอึดว่าพอๆกับ คุณอาแอ๊ว งานต่อไปก็มอบหมายให้รับผิดชอบ The Escape ต่อ ซึ่งเป็นไลน์ Food and Beverage ร้านแรกของเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป จากนั้น คุณชมพู ก็ถูกวางตัวให้อยู่กับกูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ท

เทศกาลตรุษจีนปีนี้ คุณชมพู จึงจัดเต็ม ด้วยงานเดอะ เกรทเทสต์ ไชนีส นิวเยียร์ 2021 ให้ลูกค้าช็อปปิ้งชุดไหว้มงคล ซึ่งมาพร้อมความหมายดีๆ ที่ศึกษามาอย่างดี เพื่อเสริมเฮงรับปีวัวทอง กันแบบสะดวกสบาย ครบจบในที่เดียว โดยจัดเป็นชุดๆ ให้เลือก อาทิ เสริมความมั่งคั่ง การงานรุ่งเรือง ด้วยชุดไหว้ซาแซมหามงคลเสริมทรัพย์ S-Pure เสริมความมงคลให้คนในครอบครัวรักสามัคคี ทุกเรื่องราบรื่น ด้วยชุดไหว้แก ฮั้ว บ่วง สื่อ เฮง และยังมีชุดส้มมงคล หลากหลายรูปแบบให้เลือกไปเคารพผู้ใหญ่ เพื่อรับซองอั่งเปาปังๆอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีชุดไหว้เทพเจ้า และชุดกระดาษไหว้ที่คัดมาอย่างดี มีเอกลักษณ์ เหมือนไปเลือกซื้อที่เยาวราช และเพราะตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ จึงไม่ลืมมือใหม่เริ่มไหว้ ซึ่งมักจะกังวลว่าจะจัดไม่ครบ ในงานจึงมีบริการให้ความรู้เรื่องการไหว้ที่ถูกต้องตามประเพณี และยังมีดีลิเวอรีส่งถึงบ้าน ผ่านแอป MCard Shop, Pandamart และ Happy Fresh จนถึง 10 ก.พ.

...

เป็นสมาชิกวงแชร์ของ คุณสู้-ธนภูมิ พิริยะพันธุ์ ซึ่งนัดเจอกันเดือนละครั้งมาหลายปีแล้ว แต่ช่วงโควิดต้องเว้นไปนาน เพิ่งกลับมานัดกันอีกครั้งอาทิตย์ก่อน โดยจองห้องหรูในโรงแรม มีโต๊ะยาวนั่งได้ 24 คน เพื่อนั่งห่างกัน 2 เมตร

พอ กมล ฉัตรเสน ไปถึง นันทวัน แสงธรรมกิจกุล สมศักดิ์ ชลาชล สนิทพิมพ์ เอกชัย เรณุมาศ อิศรภักดี มาร์ค ธาวิน ก็ตะลึง เพราะ คุณมน เปลี่ยนไป หน้าสวยหวานสดใส (ต่างกับก่อนนี้ ที่ทุกคนเกรงใจไม่กล้าทักให้ใจเสีย ว่าไปทำหน้าเกาหลีมาแล้ว ทำไมไม่สวยขึ้น) เปียแชร์เสร็จ จึงคุยกันเรื่องเดียว ฟัง คุณมน บรรยายถึงความสวยใหม่อย่างตื่นเต้นปนสยอง เริ่มจาก คุณมน เห็นใครๆก็ไปทำสวยที่เกาหลี ปีก่อนจึงบินไปทำ ซึ่งต้องอดข้าวอดน้ำจากบนเครื่องบินไปเลย ไปถึงก็ไม่ได้พัก เพราะหมอนัดไปที่ รพ.ตอน 11 โมง จ่ายเงินก่อนถึงจะได้ผ่าตัดตอน 4 โมงเย็น ผ่าเสร็จเกือบห้าทุ่มเหนื่อยมาก พอฟื้นจากยาสลบ ก็เกิดเจ็บคอมาก เวียนหัว ความดันขึ้น จนกลัวจะตาย เป็นอยู่ 4 ชั่วโมง นางพยาบาลพูดอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เดาว่าคงให้เดิน ก็เดินทั้งสายน้ำเกลือทั้งที่ตามองไม่เห็น เพราะมีผ้าพันและมีเหมือนยาทาที่ตา น้ำตาไหลตลอด เดินจนเรอและตด ให้แก๊สออกมาจากร่างกาย ตีสองถึงเริ่มดีขึ้น อีกวันหมอให้กลับไปพักที่โรงแรม โดยต้องเช็ดแผลที่หลังหูและใต้ตาที่ผ่าตาเอง ก็พักฟื้นอยู่โรงแรม 2 อาทิตย์ เพื่อรอพบหมอ แต่ได้พบหมอวันสุดท้าย ซึ่งหน้ายังช้ำอยู่ แต่ต้องกลับเพราะ รพ.จองโรงแรมไว้ให้ 2 อาทิตย์

พอมาถึงเมืองไทยก็งานเข้า เพราะเกิดอาการเลือดคั่งที่ข้างหู พอส่งรูปไปให้หมอที่เกาหลีดู หมอบอกว่าแพ้ไหม ให้รีบบินกลับไป เพื่อจะผ่าตัดใหม่ แต่ต้องเสียเงินเพิ่ม คุณมน จึงไม่โอเค และทนอยู่แปดเดือน ดูกระจกทีไรก็กลุ้มใจ เลยตัดสินใจทำหน้าใหม่กับหมอไทย ตัดใจว่าที่เสียเงินที่เกาหลีไปคิดว่าฟาดเคราะห์ ซึ่งฟาดแรงมาก ตอนตกลงที่กรุงเทพฯ ดึงหน้า ดึงหน้าผาก ดึงหน้าข้างแก้ม ดูดไขมันข้างแก้ม 700,000 บาท (ลดแล้ว) แต่พอไปที่เกาหลีหมอบอกต้องทำเพิ่ม เสียอีก 100,000 แต่โชคไม่ดี เจอหมอไม่เก่ง รพ.ก็สกปรก นางพยาบาลก็มือหนัก เสียเงินก็แพง

คุณมน จึงได้ประสบการณ์และบทเรียนสำคัญมาเตือนคนอยากสวยว่า การผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า สำหรับคนมีอายุ 50 ขึ้นไปถึง 60 แนะนำให้ทำที่เมืองไทย เพราะต้องดมยาสลบ ซึ่งอันตราย ถ้าไปทำที่เกาหลีซึ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง ถ้ามีผลข้างเคียงก็น่ากลัวมาก แต่ คุณมน ยังคิดจะไปเกาหลีอีก (ถ้าโลกปราบโควิดได้) เพราะชอบอากาศหน้าหนาว และอยากไป เพื่ออวดหน้าสวย ถ้าใครถามจะได้บอกว่าฝีมือหมอไทย ซึ่งสวยกว่า ถูกกว่า และปลอดภัย.

โสมชบา