ไลฟ์สไตล์
100 year

"กิฟฟารีน" ตอบแทนคุณแผ่นดิน สร้างองค์กรต้นแบบ ชวนคนไทยร่วมอนุรักษ์ช้างไทย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 ม.ค. 2564 05:15 น.
SHARE

ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด “หมอต้อย-พญ.นลินี ไพบูลย์” ก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าวันใดที่บริษัทฯเติบโตมีผลกำไรและมีความมั่นคง “กิฟฟารีน” จะคืนกำไรตอบแทนกลับสู่สังคมอย่างเต็มพิกัด

นอกเหนือจากการก่อตั้ง “กองทุนมงคลปิยะสุพรรณกัลยา” มอบทุนการศึกษาแบบให้เปล่าแก่เด็กหญิงกำพร้า ให้ได้เล่าเรียนสูงสุดตามความสามารถ จนถึงปัจจุบันรวมเป็นเงินกว่า 35.5 ล้านบาท, การสนับสนุนโครงการ “พ่อ-แม่ อุปถัมภ์” ช่วยเหลือเด็กผู้ประสบภัยธรณีพิบัติสึนามิ จัดโดยสภาสตรีแห่งชาติ, ร่วมรณรงค์ให้ผู้ใหญ่ที่มีรายได้บริจาครายได้ 1 ชั่วโมง ใน 1 ปี เข้ากองทุนเพื่อพัฒนาเด็ก โดยสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ฯ ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของหน่วยงานต่างๆ ผู้บริหารหญิงวิสัยทัศน์ไกลยังเล็งเห็นความสำคัญของ “การอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทย” ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน โดยปัจจุบันจำนวนช้างลดลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ก็มีต้นทุนการเลี้ยงดูค่อนข้างสูง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ช้างไทย โดยกิฟฟารีนมอบทุนค่าอาหารช้างให้แก่ “สถาบันคชบาลแห่งชาติ จังหวัดลำปาง” อย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวน 80,000 บาทต่อเดือน จนถึงปัจจุบันได้มอบเงินไปแล้ว 24 ปี 24 ล้านบาท นับเป็นแบบอย่างขององค์กรเอกชน ที่เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ก็ไม่ลืมตอบแทนสังคม

“กิฟฟารีนเป็นบริษัทสัญชาติไทย และธุรกิจขายตรงที่เกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก มีคนไทยหลายแสนคนที่เข้ามาร่วมเป็นนักธุรกิจ และรวมถึงพนักงานอีกหลายพันคน การดูแลคนและสร้างทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิตจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยธรรมชาติคนไทยเป็นคนโอบอ้อมอารีอยู่แล้ว เกิดอะไรขึ้นในสังคมก็จะช่วยกัน และอยากตอบแทนสังคมกันอยู่แล้ว เมื่อเรามีกำลังมีรายได้ที่ดี ต้องมีหัวใจที่รู้จักให้ด้วย เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญและอยากปลูกฝังให้คนของกิฟฟารีนเป็นแบบนั้น ส่วนหนึ่งที่ช่วยเด็กกำพร้าเรียนหนังสือ หรือมาช่วยศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย คิดว่าในมุมกลับเป็นการสอนให้นักธุรกิจกิฟฟารีนรู้ว่า เมื่อเรามีรายได้ที่ดี มีความแข็งแรงแล้ว เราควรตอบแทนคืนสังคมด้วย

...ตอนนั้นเปิดกิฟฟารีนไม่ถึงปี มีโอกาสพาลูกมาเที่ยวเชียงใหม่และลำปาง ได้ดูการแสดงช้าง ก็มีช้างแสดงอะไรน่ารักๆเยอะเลย มีช้างอยู่ 38 เชือก พอดีได้มีโอกาสเจอกับเจ้าหน้าที่ดูแลสถาบันคชบาลแห่งชาติในช่วงนั้น ชื่อคุณสวัสดิ์ ประโยคที่มันรู้สึกในใจคือทำไมช้างผอมจัง เลยถามคุณสวัสดิ์ว่า ช้างเล่นเก่งแสดงเก่ง ทำไมช้างถึงผอม คุณสวัสดิ์บอกว่างบเรามีจำกัด แล้วช้างแต่ละเชือกกินเยอะมากเลยนะครับคุณหมอ เราก็อาจจะมีเงินไม่ค่อยพอ ต้องไปซื้อหญ้าซื้ออ้อยจากชาวบ้านมาแบ่งกัน เลยถามเค้าว่าแล้วงบเท่าไหร่คุณสวัสดิ์ถึงคิดว่าจะพอ คุณสวัสดิ์บอกว่าถ้าได้เดือนละ 80,000 บาท คิดว่าช้างคงจะอิ่ม ตอนนั้นเปิดกิฟฟารีนไม่ถึงปี แต่เรามีผลกำไรตั้งแต่เดือนแรกๆ เลยมีความรู้สึกว่าอยากจะช่วย ไม่ได้คิดถึง CSR ยังไม่รู้ด้วยว่า CSR คืออะไร แบรนด์ก็เพิ่งสร้าง แต่มีความรู้สึกว่าสงสารช้าง แล้วอยากช่วยช้าง ดังนั้นมันมาจากความรู้สึกส่วนตัวและมาจากใจจริงๆ”...หมอต้อยเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ช่วยช้างมาตลอด 24 ปี

“น้องรุ่งเรือง” และ “น้องก้านกล้วย” คือหนึ่งในช้างเชือกดังที่ได้รับเมตตาจากหมอต้อย... “น้องรุ่งเรืองไปขอทาน แล้วไปเจอผักบุ้งไฟแดงไฟลุกขึ้นมา รุ่งเรืองเค้ากลัวมาก เค้าตกใจตื่น ก็วิ่งผ่านรถไปนะคะ วิ่งปุเล็งๆหายลับตาไป มาได้ข่าวตอนเช้าจากไทยรัฐว่าเค้าไปอยู่ที่อุรุพงษ์ แล้วคุณหมอสัตวแพทย์ต้องฉีดยาสลบให้เค้าสลบ ก็เลยได้รู้ว่าเจ้าของเค้าอยู่สุรินทร์ และเอาช้างมาขอทาน เพราะเค้าไม่มีสตางค์ เค้าประกาศในไทยรัฐว่าใครอยากซื้อก็มาซื้อ เพราะเค้าเลี้ยงไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่ให้เอามาในกรุงเทพฯ เค้าก็เลี้ยงไม่ได้ เลยเป็นที่มาที่เราเดินทางไปสุรินทร์ขอซื้อมา 180,000 บาท”

“ส่วนน้องก้านกล้วยมีสตอรีน่าสนใจมากกว่า น่าสงสารมากๆ น้องก้านกล้วยยังเป็นลูกช้างเล็กๆ หลังจากมาเยี่ยมศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยปีละหนสองหน วันหนึ่งคุณกิฟท์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ เข้ามากอดแล้วร้องไห้บอกว่าคุณหมอมาพอดีเลย ช่วยด้วยได้มั้ย มีน้องเชือกนึงอายุ 5-6 ขวบ กำลังนอนป่วย คือตำรวจจับได้ว่าเป็นช้างที่ลักลอบขน แล้วก็นอนป่วยอยู่ในรถสิบล้อ ช้างล้มแล้ว ถ้าล้มแปลว่านอนสี่ขาแล้ว และอาการแย่มาก คือช้างติดเชื้อในกระแสเลือด เพราะว่าที่ก้นมีแผลเป็นพันๆแผลมีหนองเต็มก้นเลย โดนเจ้าของหรือควาญเอาเหล็กแหลมแทงก้นให้เค้าเดินไปข้างหน้า เมื่อช้างหมดสติอยู่ตำรวจเลยพามาที่นี่ มารักษาที่โรงพยาบาลช้างที่นี่ รักษาหลายเดือน กระทั่งจากที่ปางตายช้างหายดี พอช้างหายดีปรากฏว่าเจ้าของจะขอรับกลับ ที่ประเทศไทยในช่วงนั้นไม่มีกฎหมายเรื่องทารุณสัตว์ชัดเจน คนเป็นเจ้าของก็เป็นเจ้าของ ต่อให้เกือบทำช้างตายเค้าก็เป็นเจ้าของอยู่ดี เจ้าของท้าว่าถ้าอยากได้ก็ซื้อสิ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยไม่มีสตางค์ ตอนนั้นมีพนักงานโตโยต้ากลุ่มหนึ่งมาเที่ยว 20 กว่าคน ช่วยกันเรี่ยไรเงินแต่ก็ได้ไม่พอ จะขาย 180,000 บาทเหมือนกัน จำได้ว่าเป็นเดือนมกราคม กำลังอยากซื้อของขวัญให้ตัวเองเป็นแหวนสักวง เลยคิดว่าไม่เป็นไรไม่เอาแหวนก็ได้ ช่วยช้างเชือกหนึ่งดีกว่า เลยได้ซื้อน้องมา เชื่อไหมเค้าร้องไห้ทุกครั้งที่มาหา พอเห็นเค้าร้องไห้ถามพี่ควาญว่าอันนี้ตาแฉะหรือเค้าร้องไห้ พี่ควาญบอกว่าไม่ได้ตาแฉะ นี่ช้างร้องไห้ เค้าร้องไห้จริงๆที่ได้เจอเราเค้าดีใจ ก็ต้องขอบคุณสถาบันคชบาลแห่งชาติช่วยดูแลน้องทั้งสองเชือกที่ได้ฝากไว้เป็นอย่างดี และหวังว่าช้างทุกเชือกที่อยู่ที่นี่จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีด้วย”

24 ปี 24 ล้านบาท ของการช่วยช้าง สร้างประโยชน์ ให้สถาบันคชบาลแห่งชาติ และการอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทยอย่างอเนกอนันต์ โดยคุณหมอบอกว่า วันนั้นน้องเค้าบวกมาให้ทางบัญชีเดือนละ 80,000 บาท ก็ไม่ได้เพิ่มและไม่ได้ลดมาตลอด 20 กว่าปีนี้ รวมเป็นเงิน 24 ล้านบาท แต่เค้าจะขออนุญาตว่าเงินที่คุณหมอให้จะไปทำอะไรบ้าง ก็แล้วแต่ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติในช่วงนั้นๆ บางท่านก็ไปทำเป็นสวนไร่อ้อย ปลูกอ้อยปลูกหญ้าเอาไว้ให้ช้าง บางผู้อำนวยการก็ไม่ได้ทำ แต่ขอไปช่วยตรงนั้นตรงนี้ ตอนนี้ยังมีเงินในกองทุนของกิฟฟารีน 6 ล้านบาท เลยบอกผู้อำนวยการท่านปัจจุบันว่าก็เอาไปใช้เถอะ เอาไปช่วยโรงพยาบาลช้างก็ได้ หรือเอาไปซื้อยาซื้อนมซื้อแคลเซียมให้ลูกช้าง

นอกจากจะอิ่มบุญและสุขใจแล้ว อานิสงส์จากการช่วยช้างที่ยิ่งใหญ่กว่าคือ การสร้างองค์กรต้นแบบคุณธรรมให้กับสังคมไทย คุณหมอย้ำว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดคือเราทำธุรกิจขายตรง หมายความ ว่าเราต้องสอนให้นักขายเข้ามาแล้วขายแบบมีจรรยาบรรณ ซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค การทำให้คนมีตังค์กับการทำให้คนเป็นคนดี บางครั้งมีบางอย่างย้อนแย้งและมันค้านกัน คนที่อยากรวยกับคนที่อยากเป็นคนดี บางครั้งยากมากๆที่จะตีคู่กันไป อันนี้พูดเรื่องจริงและเรื่องตรง เพราะถ้าบอกว่าคุณจะรวยๆ ขณะเดียวกัน คุณต้องเป็นคนดีและเสียสละด้วย มันเป็นเรื่องที่เราต้องสอน และมันเป็นเรื่องที่คนยอมรับได้ยาก ฉะนั้นส่วนหนึ่งที่ช่วยเด็กกำพร้าเรียนหนังสือ หรือมาช่วยศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย คิดว่าในมุมกลับเป็นอะไรสักอย่างที่สอนให้นักขายรู้ว่าเมื่อเรามีเงินแล้วแข็งแรงแล้ว เราควรตอบแทนคืนกลับสู่สังคมและให้ผู้ด้อยโอกาสด้วย

สำหรับผู้มีใจบุญที่อยากช่วยช้างและร่วมอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทย คุณหมอฝากว่า สถาบันคชบาลแห่งชาติเป็นหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งได้งบประมาณจำกัด ผู้ใจบุญที่อยากช่วยง่ายๆไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากคือ มาเที่ยวที่นี่เท่ากับช่วยสร้างรายได้ แล้วก็มีของที่ระลึกน่ารักๆให้ซื้อกลับไป ส่วนท่านที่ซื้อช้างถูกทารุณ แล้วมาฝากที่นี่เลี้ยงไว้ ก็ไม่อยากให้ฝากแล้วจากไป ถ้ามีกำลังอยากให้เอาเงินมาช่วยส่งเสียเลี้ยงดูเค้าบ้าง ถ้าจะช่วยใครอยากให้ช่วยอย่างถึงที่สุด การให้ทานจะทอนความโลภ และทอนความเห็นแก่ตัวลงไป.


ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กิฟฟารีนอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทยอนุรักษ์ช้างไทยสถาบันคชบาลแห่งชาติช้างไทยช่วยช้างนลินี ไพบูลย์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 22:29 น.