สารทเขมร “ขแมร์ลือ” บูชาผีบรรพบุรุษ “แซนโฎนตา”

ข่าว

    สารทเขมร “ขแมร์ลือ” บูชาผีบรรพบุรุษ “แซนโฎนตา”

    รัก-ยม

      6 ธ.ค. 2563 05:03 น.

      ถ้าเปิดปูมประวัติศาสตร์เพื่อนบ้านกัมพูชา “กัมปุเจีย” หรือ “แคมโบเดีย” อาณาจักรยาวนานกว่า 7,000 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาคือถิ่นที่อยู่ของชนเผ่า “ขแมร์” หรือเขมร ที่นักโบราณคดีเชื่อว่า...อพยพมาจากชมพูทวีปเมื่อหลายร้อยพันปี

      กระทั่งเรืองอำนาจเหนือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยในพุทธศตวรรษที่ 16-17 ดั่งปรากฏหลักฐานปราสาทหินสัญลักษณ์เทวสถานฮินดูหลายแห่งทางฝั่งอีสานใต้

      ปี 2324-2325 มีชาวเขมรเคลื่อนย้ายลื่นไหลสู่แผ่นดินไทย ปักหลักถิ่นฐานทำกินถาวรอยู่แถบ จ.สุรินทร์-ศรีสะเกษ-บุรีรัมย์ เรียกตนเองเป็นเขมรสูง หรือ “ขแมร์ลือ” ในภาษาเขมร...เรียกคนเขมรในกัมพูชาว่า “ขแมร์-กรอม” หรือเขมรต่ำ

      ชาวเขมรหรือขแมร์ต่างนับถือศาสนาพุทธและฮินดูปะปน ที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย จนเป็นที่มาของยุคขอม...ผสมผสานความเร้นลับในเรื่องไสยศาสตร์โลกต่างมิติ

      ทุกวันนี้...ยังเป็นที่ยอมรับว่า ชาวเขมรบางกลุ่มได้ชื่อว่าคือพ่อมดหมอผี มีวิชาอาคมเวทมนตร์ขมังล้ำลึก...ยากที่พ่อหมอไทยจะถอนอาคมคลายมนตร์อาถรรพณ์นั้นได้ง่าย!

      แน่นอน...เมื่อขแมร์ลือคนเชื้อสายเขมร ที่แม้จะมีสถานะเป็นคนไทยสมบูรณ์จากรุ่นสู่รุ่น ย่อมเกาะติดวิถีที่สืบทอดกันมาเป็นสายโซ่ดำเนินชีวิตท่ามกลางโลกวิทยาศาสตร์ไซเบอร์เช่นวันนี้

      นั่นคือ...การประกอบพิธีกรรมบูชาผีบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายายซึ่งล่วงลับไปแล้ว ซึ่งไทยเรียก “สารทเขมร” หรืองานบุญประจำปี...แต่ขแมร์ลือคงภาษาถิ่นไว้ที่ “แซนโฎนตา”

      “แซน” เป็นการเซ่นบูชา...“โฎน” คือย่ายายทวด ย่า ยาย...“ตา” ปู่ตาทวด ปู่ ตา

      0 0 0

      ตำนานเล่าขานว่า...เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 จะมีการปล่อยวิญญาณผีเปรตที่เป็นบรรพบุรุษของลูกหลานลงมารับบูชาไปจนถึง
      วันแรม 15 ค่ำ จึงจะคืนกลับ

      ผีเปรตจะมุ่งไปยังวัด...เพื่อรับอาหารเพราะหิวและกระหาย ด้วยเดินทางไกลมาจากเขาตรีกูฏ กับรับบุญกุศลที่เครือญาติอุทิศให้ แต่ถ้าไม่พบ...ผีเปรตจะโคจรต่อไปยังวัดใกล้เคียงเพื่อค้นหา ถ้าไม่พบอีก...ก็จะไปยังบ้านเรือน...หากพบไม่มีพิธีใดๆ ผีเปรตจะร่ำไห้ พร้อมสาปแช่งลูกหลานจง “กะซจ กะเซ็น เฮ็นฮัย (วิบัติ!)” “กะไมยเมียน กะไมยเกิดเล็ย (ตกต่ำ อดอยาก ยากจน)”...ข้อมูลจาก weerasadao.wordpress.com

      แต่...ทุกครัวเรือนจะไม่ยอมให้เกิดเหตุอัปมงคลแก่ตนเอง อีกทั้งปล่อยให้วิญญาณเหล่านั้นรันทด... กลับพร้อมสืบสานแสดงกตัญญูกตเวทิตาแด่วิญญาณบรรพชนคนร่วมสายแต่ละดวง อย่างมีปณิธานศรัทธาเป็นจิตประสงค์ โดยทุกวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 คนในคุ้มบ้านใดที่ไปทำงานต่างถิ่น จะถือเป็นสัญญาณการกลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อพบหมู่ญาติและเข้าสู่พิธีแซนโฎนตาภายในครัวเรือน รำลึกถึงผู้จากไป

      การแซนโฎนตา...จะประกอบพิธีกรรมบนชายคาเรือนสูงๆ ด้วยการปูเสื่อวางเครื่องแซนหันสู่ทิศตะวันออก พร้อมอาหารสุกดิบ ผลไม้ที่ใช้ดำรงชีวิต อีกทั้งของป่ายาสมุนไพรเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อการเกษตร ที่เชื่อว่าโฎนตาได้กินและนำสิ่งเหล่านั้นไปเพาะพันธุ์ในภพที่สถิต

      ที่ขาดไม่ได้คือการจัดหาเครื่องนุ่งห่มใหม่ๆมาใช้ประกอบ จากนั้นจะให้ลูกหลานแต่ละคนกล่าวคำชวนเชิญโฎนตาลงมารับสิ่งของต่างๆที่นำมาอุทิศเป็นการแผ่บุญกุศลให้

      ขแมร์ลือที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศหรือเมืองใหญ่ในไทย ไม่เว้นการประกอบพิธีในทุกวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ด้วยเป็นความเชื่อต่อการดำรงชีวิตที่ผูกติดอยู่กับจิตวิญญาณมาแต่กำเนิด

      0 0 0

      ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดี จ.สุรินทร์ กับ อ.ขุขันธุ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ส่งเสริมให้เป็นอีเวนต์ประเพณีประจำปี ดึงดูดนักท่องเที่ยว ก่อให้เกิดรายได้ท้องถิ่นในแต่ละปี วันทนา พรหมบุตร ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.โพนครก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ วัย 42 ปี เล่าว่า...โพนครกมี 15,087 หลังคาเรือน ประชากร 76,135 คน จำนวนนี้ร้อยละ 10 เป็นขแมร์ลือกระจายอยู่ 5 หมู่บ้านที่ใช้ภาษาถิ่น...วัฒนธรรมเขมรอย่างเหนียวแน่น

      หนึ่งในนั้น...คือพิธีแซนโฎนตาภายในครัวเรือนของวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเหล่าลูกหลานจะพากันกลับมารวมตัวกันอย่างตั้งใจ เพื่อแซนโฎนตา แล้วทำพิธี “เบ็นทม” ทำบุญตักบาตรที่วัด เป็นการอุทิศบุญกุศลแด่ผู้ล่วงลับทุกๆคน...“พิธีแซนแต่ละครัวเรือนขแมร์ลือบ้านโพนครก มักใช้เครื่องแซนกันตามกำลังฐานะ ที่นิยมใช้จะเป็นข้าวต้มมัด อาหารปรุงสำเร็จประเภทไก่ ปลา รวมถึงผลไม้ น้ำหวานและเหล้า เครื่องธูปเทียนบูชา ที่ขาดไม่ได้คือเสื้อผ้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผ้าถุง”

      วันทนา เล่าให้ฟังอีกว่า...พิธีจะเริ่มตั้งแต่เช้า โดยผู้อาวุโสของบ้านหรือพ่อแม่ จะเป็นผู้กล่าวนำในการขอขมา กรณีสร้างสิ่งไม่เหมาะสม จากนั้นเป็นการอัญเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษทุกผู้ทุกนาม ลงมารับเครื่องแซนที่ลูกหลานจัดหามาปีละครั้ง

      ขั้นตอนต่อไป...ลูกหลานทุกคนจะต้องสลับกันกล่าวคำขมาลาโทษ พร้อมอธิษฐานขอพรคุ้มครองการดำเนินชีวิต...เมื่อทุกคนผ่านพิธีการดังกล่าวแล้ว จะรู้สึกเหมือนมีโฎนตาและผีเครือญาติที่ล่วงลับมาแสดงการรับรู้ผ่านมิติต่างๆให้สัมผัส เช่นระหว่างการประกอบพิธี เคยมีลูกหลานวัย 5 ขวบเกิดอุทานขึ้นกลางความเงียบในวงแซน ว่าเห็นผู้เฒ่าเหมือนคนในรูปข้างฝาบ้านมานั่งกินอาหาร ให้แต่ละคนตื่นเต้นขนลุกด้วยความดีใจ

      “พ่อแม่บางคนยืนยัน...เคยฝันเห็นบรรพบุรุษสวมใส่เสื้อผ้าสีสดใสที่พวกตนทำบุญอุทิศไปให้ หรือบางครั้งก็แสดงภาพการกินอาหารอย่างอิ่มหนำ สำราญ ให้ลูกหลานได้อิ่มบุญอิ่มใจ”

      “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

      รัก-ยม

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เหนือฟ้าใต้บาดาลรัก-ยมสารทเขมรสุรินทร์ศรีสะเกษบุรีรัมย์ขแมร์ลือ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 16:06 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์