Highlight :
- "นิว-จิ๋ว" (นิว-นภัสสร ภูธรใจ และ จิ๋ว-ปิยนุช เสือจงพรู) เริ่มต้นเดินทางการเป็นศิลปินจากการประกวดร้องเพลงในรายการ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 1 โดยนิวได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับสาม และจิ๋วได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง
- เพลงที่ประสบความสำเร็จและทำให้ทั้งคู่โด่งดังเป็นที่จดจำอย่างมาก คือ "คนเจ้าน้ำตา" จากผลงานอัลบั้มชุดแรกที่ชื่อว่า NJ Together ในปี พ.ศ. 2548
- จากวันนั้นตลอดระยะเวลา 15 ปีที่เธอทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นของทางการร้องเพลง เรื่องราวระหว่างทางล้วนทำให้พวกเธอเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการฝึกฝน และพัฒนา จนถึงวันนี้การเกิดขึ้นของอัลบั้มที่ 6 NJ SQUARED (เอ็น-เจ-สแควร์)
หากเราเอ่ยถึงนักร้อง Diva ดูโอ้หญิงของเมืองไทย "นิว-จิ๋ว" (นิว-นภัสสร ภูธรใจ และ จิ๋ว-ปิยนุช เสือจงพรู) คงเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูกลิสต์ไว้ในใจของทุกคนอย่างแน่นอน ซึ่งเธอทั้งคู่ได้เดินทางโลดแล่นอยู่ในวงการเพลงมาแล้วถึง 15 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาล้วนเกิดเรื่องราวและบทเรียนมากมาย แต่อะไรคือแนวคิด และการดำเนินชีวิตของทั้งคู่ ในวงการเพลงมาได้ยาวนานขนาดนี้ ทั้งหมดในบทความคือการเดินทางผ่านเสียงเพลงของ "นิว-จิ๋ว"
...
15 ปีที่ไม่หยุดการพัฒนาและปรับตัว
จิ๋ว : เราปรับตัวกันเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะจากก้าวแรกเราเป็นเพียงแค่คนที่ชอบร้องเพลง พอมามีอัลบั้มแรกเป็นของตัวเอง มันคืองานชิ้นแรกของคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ ทุกครั้งที่เราทำงานเราจึงต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา อย่างทุกวันนี้ก็คือการปรับตัวให้รู้สึกไม่เขินกับแฟนเพลงเรา ซึ่งจิ๋วคิดเสมอว่าเวลาที่เราได้รับโอกาสมาแล้วมันเป็นเรื่องที่ควรจะต้องทุ่มแบบสุดตัว เพราะมันเหมือนเป็นสิ่งหนึ่งที่คนจะตัดสินเราไปเลย ว่าชอบหรือไม่ชอบ
นิว : อยู่วงการมานานทำไงถึงอยู่ได้ อันดับแรกคือต้องฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด โชคดีที่เราทั้งสองคนเป็นเด็กประกวดร้องเพลงมาก่อน เราฝึกร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก จนวันนี้เราสามารถนำความชอบของตัวเองมาเป็นอาชีพได้ เราก็ยังฝึกอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการมอง การฟัง และอัปเดตยุคสมัยของเพลงที่มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราก็ต้องพร้อมปรับ เพราะการที่เราได้พัฒนาหรือปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง นั่นคือการบ้านของเรา ซึ่งเปลี่ยนแล้วคนจะรับหรือไม่รับมันคือฟีดแบ็กที่เราต้องเก็บไปพัฒนาต่อ และโชคดีที่เรายังมีโอกาส โอกาสในการทำงาน โอกาสในการทำเพลงใหม่ ได้ไปร้องเพลงกับศิลปินคนอื่นๆ สุดท้ายคือเราทั้งคู่สนุกกับมันอยู่
สะท้อนเป็น "นิว-จิ๋ว" ด้วยเมโลดี้และเสียงประสาน
จิ๋ว : การประสานเสียงของเราทั้งสองคน แค่มองตาก็รู้ใจ บางครั้งไปร้องเพลงสดๆ ไม่ได้ซ้อมกันมาก่อน แต่พอใครคนหนึ่งพูดว่าเราจะร้องเวอร์ชันนี้กันนะ เราก็จะรู้กันเองโดยปริยาย
นิว : ถ้าพูดถึงนักร้องดูโอ้ในประเทศไทย ก็มีอยู่เยอะพอสมควรใช่มั้ยคะ แต่ถ้าพูดถึงนิว-จิ๋ว เรากล้าพูดอย่างภาคภูมิใจในตัวเองเลยว่า เราแสดงสด เราประสานเสียงร้องกันแบบสดๆ ให้ฟังได้ด้วยความรู้สึกไม่เขิน และภูมิใจมากในเสียงร้องของกันและกัน
...
ทุกเพลงคือบทเรียนในการทำงาน
จิ๋ว : ทุกเพลงล้วนให้บทเรียนในการทำงานกับเราหมดเลย อย่างอัลบั้มแรกก็บอกว่าเราได้ประสบความสำเร็จก้าวแรกด้วยกันแล้วค่ะ และในทุกๆ เพลงต่อมาถึงแม้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับมุมมองของความรัก ก็มักจะซ่อนความเป็นเราอยู่ในนั้นด้วยเสมอ
นิว : เราทำงานด้วยกันมามีคนชอบถามว่า เราอยู่ด้วยกันมีทะเลาะกันบ้างมั้ย จริงๆ เราไม่อยากตอบคำถามนี้เลย แต่ทุกครั้งที่เราทะเลาะและมาคืนดีกันมันจะมีคำคำหนึ่งดังอยู่ในใจนิวมาตลอดนั่นคือคำว่า "Together" ถ้าเราไม่หันหน้ามาคุยกัน งอนกัน ไม่มีคำว่าขอโทษ มันจะไม่มีคำว่า NJ Together เกิดขึ้น และก็จะไม่มีคำว่า NEXT STEP เกิดขึ้น ความรู้สึก การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน การเดินหน้าไปด้วยกัน มันจึงเปรียบเสมือนบทเรียนของเรา
หลักการทำงานในเวอร์ชัน "นิว-จิ๋ว"
จิ๋ว : เราจริงใจและซื่อสัตย์ต่อการทำงาน เพราะเรารู้สึกว่าทุกๆ ความรู้สึกที่ใส่ลงไปในงาน ถ้ามันจริงและเรียลแฟนคลับจะรับรู้ได้ว่าเราให้ทั้งใจกับพวกเขาจริงๆ มันเป็นความรู้สึกที่หลอกกันไม่ได้
...
นิว : เราเชื่อในกันและกัน แต่ไม่ใช่แค่เราสองคนนะ แต่เป็นทั้งทีม ไม่ว่าจะเป็น ทีมแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และอื่นๆ เมื่อเราพร้อมเขาก็พร้อมที่ทำงานไปกับเรา นิวจึงต้องทำตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอและเชื่อในทุกๆ คนเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางที่ดี
โอกาสเหมือนกล่องของขวัญที่ต้องรีบคว้า
นิว : โอกาสเหมือนกล่องของขวัญที่มีคนยื่นมาให้แล้วเราจะรับไหม ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าเปิดกล่องไปเราจะต้องเจอกับอะไร แต่เราก็ควรลองรับมาก่อนและพิจารณาดู เพราะมันอาจจะพาเราไปเจอกับอะไรอีกหลายๆ อย่าง การที่เรามีโอกาสก็เหมือนกับการมีพื้นที่ ไม่ว่าจะสำหรับการทำงาน หรือทำให้ครอบครัวได้ภูมิใจ ซึ่งเราไม่ได้ลงทุนอะไรเลยนอกจากใจ และความเชื่อว่าเราทำได้ตั้งแต่วันที่เรารับมันมา
จิ๋ว : ในชีวิตจริงทุกคนคงอาจจะไม่ได้มีโอกาสเท่ากัน ดังนั้นเราเลยรู้สึกว่ามันสำคัญเสมอ บางครั้งอาจจะเป็นโอกาสเล็กๆ แต่เมื่อเรากระโดดเข้าไปทำ ก็คือเราได้ทำแล้ว จิ๋วมองว่าถ้ามัวแต่รอบางทีมันก็ไม่มีมาอีกแล้ว สุดท้ายเราก็จะพลาดโอกาสนั้น เราเลยรู้สึกว่าไม่ควรปล่อยมันไป และจะรีบคว้ามันเอาไว้เสมอ
...
สิ่งสำคัญของการเป็นนักร้องคือ การเปิดรับ และเป็นตัวเอง
นิว : การเปิดรับดนตรีแนวใหม่ๆ เข้ามาให้เราได้ลองท้าทายกับมันดูคือสิ่งสำคัญสำหรับนิว ถ้าเราเป็นแฟนคลับของศิลปินคนไหนสักคน เรารู้อยู่แล้วว่าคุณภาพเสียงเขาเป็นอย่างไร แต่เราจะมองว่าเพลงต่อไปเขาจะปรากฏตัวรูปแบบไหนเสมอ ซึ่งมันคือความท้าทายของศิลปินนะ ในฐานะที่เราเป็นศิลปินเราก็คิดไม่ต่างจากคนอื่นๆ นั่นคือเราต้องใหม่ แปลก และอยู่ในใจของพวกเขาให้ได้ แต่ทุกๆ เพลงของนิว-จิ๋วก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่มีเพลงไหนอีกเหมือนกันที่เราไม่รู้สึกภูมิใจในเพลงของตัวเอง
จิ๋ว : แน่นอนว่าเราใช้เสียงในการสื่อสารกัน แนวเพลงก็อาจจะแตกต่างกันไป แต่ความเป็นตัวเองที่ไม่เหมือนใคร มันจะสะท้อนออกมาเองในเนื้องาน บวกกับความมั่นใจที่เรามี มันคงเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่คนยังไม่รู้จัก และยังมีอีกเป็นร้อยๆ หน้าที่ทุกคนยังอ่านไม่ถึง และเราก็ยังอยากให้ทุกคนเปิดอ่านอีกเรื่อยๆ เราพูดไม่ได้หรอกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีของหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้ทุกคนอยากซื้อคืออะไร แต่เพราะความเป็นเรานั่นแหละ คนชอบถึงซื้อไปเพื่อเปิดอ่านมัน
ช่วยซัพพอร์ตกันในวันที่รู้สึกท้อ
จิ๋ว : การทำงานมันก็มีช่วงเวลาที่รู้สึกเคว้งคว้างบ้าง แต่เราทั้งคู่ดีตรงที่ว่า เราจะคอยช่วยซัพพอร์ตความรู้สึกของกันและกัน หากคนหนึ่งท้อ อีกคนจะยื่นมือเข้ามาช่วยดึงขึ้น เราเลยผ่านความรู้สึกนั้นมาได้
นิว : ถ้าท้อมันก็จะพังกันไปหมด สิ่งที่เราฝันไว้ หรืออุตส่าห์ทำมันมาก็จะจบ ซึ่งการบอกปฏิเสธเป็นเรื่องที่ง่ายนะคะ เช่น เราแค่พูดไปว่าไม่ทำ ทุกอย่างก็จบ แต่หลังจากนั้นมันจะเดินทางไปต่ออย่างไร มันเกิดเป็นคำถามไปเรื่อยๆ เราเลยรู้สึกว่าเราจะหยุดไม่ได้ เพราะเรามีเพื่อน มีทีมงานเบื้องหลัง และมีค่ายที่เขารอทำงานเพลงอยู่
15 ปี ของการเป็นนักร้องให้ชีวิต และพลัง
นิว : เราไม่เคยคิดว่าเราจะได้เดินทางมาไกลถึง 15 ปี มันคืองาน บ้าน รถ เงิน มันคือทุกอย่าง และมันก็คือโอกาสที่ทำให้เราได้ออกมาเป็นตัวของตัวเอง ตอนทำอัลบั้มแรกเรายังไม่รู้ตัวเองหรอกว่าทั้งหมดนี้มันคือฉัน แต่เวลาทำให้เราเรียนรู้ตัวเราเอง และทำให้เรารู้ว่าเราคือใคร เราเป็นอย่างไร และเพราะอะไรแฟนคลับถึงชอบเรา
จิ๋ว : จิ๋วยังรู้สึกชอบและยังอยากทำสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งในแต่ละปีก็มีข้อพิสูจน์ที่แตกต่างกันออกไป เรามองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปแล้ว ถ้าถามว่า 15 ปีเราได้อะไรจากการเป็นนักร้อง เรื่องราวที่ดี กำลังใจดีๆ มันคือพลังที่ดีมากๆ สำหรับเรา และมันคือการเดินทางที่เรารู้สึกว่าเรายังไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
ช่างเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา ไม่มีใครรู้แน่ชัดหรอกว่าการเดินทางของพวกเธอจะสิ้นสุดที่ตรงไหน เวลาใด แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนในตอนนี้คือ "นิว-จิ๋ว" ยังคงสนุก และมีความสุขกับการเดินทางในเส้นทางนี้เหมือนวันแรกที่เริ่มเดิน