ชาคริต แย้มนาม ในวัยหลักสี่ ผ่านบทบาทต่างๆ ในจอมามากมาย หลายคนจดจำเขาได้ในฐานะนักแสดงมากฝีมือ บางคนชื่นชอบชาคริตในมุมของการเป็นพิธีกร การเป็น “นักปรุง” ที่มีลีลาการทำอาหารที่มีลูกเล่นไม่เหมือนใคร… ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาคนนี้ได้เดินทางผ่านบทชีวิตมามากมายเช่นกัน และวันนี้บทบาทหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นบทบาทใหม่อันสำคัญ ก็คือการก้าวสู่การเป็นพ่อ ชาคริตเอ่ยในวันที่ควงแขนภรรยา “แอน ภัททิรา” และหนุ่มน้อยน่ารัก “เด็กชายโพธิ์ แย้มนาม” มาถ่ายภาพยนตร์โฆษณาให้กับ มะเขือเทศเข้มข้นผสมไลโคปีนตรา “โรซ่าไลโคปีน” ว่าการเป็นพ่อในชีวิตจริงต่างจากการเป็นพ่อในบทการแสดงลิบลับ แต่นั่นก็ทำให้เขาได้เห็นความหมายของชีวิตในมุมใหม่ที่ต่างออกไป

รสชาติชีวิตเปลี่ยนในวันที่วัยเปลี่ยน

มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า ‘เมื่อใดก็ตามที่คุณมีลูก คุณจะมองชีวิตเดิมแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง’ เรื่องนี้คงให้คนที่เป็นพ่อคนแล้วเท่านั้น เผยแง่มุมนั้นให้ฟัง

“พอเป็นพ่อคนแล้ว ชีวิตเปลี่ยนในแง่ของจิตใต้สำนึกเลยครับ เมื่อก่อนเราก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป ตื่นขึ้นมาก็ไปทำงาน ต่อให้ทำงานด้านนี้เราก็เป็นมนุษย์รับจ้างคนหนึ่ง ได้เงินมาก็ใช้ไป พอวันที่มีลูกขึ้นมาก็รู้สึกเปลี่ยน ว่าเราคิดถึงตัวเองก่อนไม่ได้แล้วซิ ยังไงก็ต้องคิดถึงลูก ภรรยา ความมั่นคงของครอบครัวมาก่อน เราก็คิดอะไรเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คิดเร็วแต่ทำช้าลง”

แน่นอนว่าความเป็นพ่อในชีวิตจริงก็เป็นคนละเรื่องกับการเป็นพ่อในบทบาทของการแสดง ชาคริตบอกว่าการเรียนรู้ความเป็นพ่อในการแสดงในวันที่ยังไม่มีลูก เกิดจากการถาม สังเกต และศึกษาข้อมูลจากคนอื่น ก่อนจะเติมความรู้สึกเข้าไปในบทบาทนั้น แต่เมื่อบทในชีวิตจริงมาถึงจริง ความรู้สึกของการเป็นพ่อคนจริงๆ ก็ไม่เหมือนกับที่เคยรู้สึกผ่านการแสดง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลให้เขาเอ่ยว่าชีวิตความเป็นพ่อคนเปลี่ยนตั้งแต่จิตใต้สำนึก และนั่นก็ทำให้รูปแบบชีวิตในหลายๆ ส่วนเปลี่ยนไปด้วย

“เรามองชีวิตละเอียดขึ้นเมื่อมีลูก จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยมีความกลัว หรือพะวงอะไรเท่าไหร่ เราคิดแต่ว่า ทำดีได้ดี วันนี้ทำดีแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องทำให้ดีกว่าเดิม แต่ก็คือการคิดในมุมเดียวสำหรับตัวเอง วันนี้เราไม่ได้แค่ทำเพื่อตัวเองแล้ว เราคิดเผื่อภรรยาและลูก สมมุติเราไม่อยู่ เดินทางไปไหน ก็มีแว๊บขึ้นมาว่าเขาจะอยู่ยังไง ถ้าบังเอิญมีอุบัติเหตุไม่คาดคิด เขาจะเป็นอะไรไหม ก็จะเป็นความพะวง ถึงขั้นกลัวว่าลูกจะเสียชีวิต ตอนแรกก็คิดว่าเราเป็นโรคอะไรหรือเปล่านะ ทำไมพะวงเรื่องลูกขนาดนี้ ก็ไปถามผู้ใหญ่ ทุกคนบอกว่านี่คือความรู้สึกปกติของคนที่มีลูก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เกิดจากความรักความห่วงใย และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ต่อให้ลูกโตแล้ว ในความเป็นพ่อเป็นแม่ ความรู้สึกนี้ก็จะไม่หายไป

‘อยากมีชีวิตอยู่กับลูกไปนานๆ’ ก็เป็นวลีหนึ่งที่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจก็ต่อเมื่อเราได้เป็นพ่อเป็นแม่คนจริงๆ การดูแลสุขภาพกายและใจของตัวเองจึงสำคัญ และจำเป็นมากขึ้นกว่าวันก่อนๆ มากขึ้นด้วย

“เรื่องสุขภาพนี่ สมัยเป็นวัยรุ่น ผมก็ถลุงชีวิตมาเยอะมาก เพิ่งเริ่มมาใส่ใจสุขภาพร่างกายจริงจังตอนอายุสามสิบตอนปลายก่อนสี่สิบ จริงๆ ก็ก่อนที่จะมีโพธิ์ เราก็เริ่มเข้ายิม ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร อาจจะหลุดเป็นช่วงๆ บ้าง เพราะเป็นคนชอบกิน แต่ก็พยายามดูแลเรื่องโภชนาการมากขึ้น แล้วก็เริ่มกลับมาดูแลภายในด้วยการนั่งสมาธิ” ก็อย่างที่ชาคริตบอก หน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของเขาวันนี้คือการดูแลครอบครัว และลูก ก่อนที่เราจะดูแลคนอื่นให้แข็งแรงได้ ตัวเองก็ต้องแข็งแรงทั้งภายนอกและภายในก่อนด้วยเช่นกัน

ปรุงชีวิตให้กลมกล่อมในทุกด้านที่สำคัญ

สำหรับชาคริตแล้ว การมีสุขภาพและชีวิตที่ดีส่วนหนึ่งเริ่มต้นมาจากการกิน ด้วยความที่ชื่นชอบทั้งการเป็น “นักปรุง” และ “นักกิน” ในวันที่เป็นคุณพ่อก็เลยควบรวมสิ่งเหล่านี้เอาไว้ด้วยกัน กลายเป็นกิจกรรมในครอบครัวที่เรียกว่าทั้งอิ่มอร่อย สุขภาพดี และมีความสุขไปพร้อมกัน

“พื้นฐานของครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่ชอบทำอาหาร สมัยโพธิ์เด็กๆ ตอนที่จะทำเพจ ‘บักโพธิ์ แย้มนาม’ ใหม่ๆ เราก็มาคิดว่า แทนที่เราจะปรุงอาหารแยกเป็นจานของพ่อ แม่ ลูก แบบเมื่อก่อน ทำไมเราไม่ทำมาหนึ่งอย่าง ให้เป็นของเด็กก่อน แล้วค่อยปรุงแยกเป็นของผู้ใหญ่อีกที ก็เลยเกิดเป็นไอเดียให้พ่อแม่มือใหม่อย่างเรารีแล็กซ์มากขึ้น กลายเป็นเพจบักโพธิ์ขึ้นมาด้วย

ส่วนตัวผม ภรรยา และโพธิ์ จะชอบเมนูง่ายๆ ถ้าเป็นอาหารคาว ผมชอบทานอาหารอิตาเลียน สำหรับภรรยา ถ้าผมทำอะไรมา ภรรยาก็ชอบหมดครับ (หัวเราะ) ส่วนโพธิ์จะชอบอาหารจำพวกเส้น อาหารของครอบครัวเราจึงเป็นพาสต้า (Pasta) พาสต้าทำง่ายสุด ส่วนผสมหลักมีเพียงแค่ 4-5 อย่าง เราก็แค่เติมโปรตีนที่ดี ซอสที่ดี วิตามินต่างๆ ที่มีคุณค่า เติมผักอีกนิดหน่อย หลังๆ มานี้ผมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่ออกกำลังกาย แต่ก็ดูแลเรื่องอาหารมากขึ้น เลยเน้นเมนูที่มีผัก เป็นสลัด หรือซุปที่มีคุณค่าทางอาหารมากหน่อย ส่วนสลัดก็พยายามหาส่วนผสมใหม่ๆ มาทำน้ำสลัดให้ดูมีสีสัน และสนุกขึ้น”

โชคดีว่าวันนี้มีตัวช่วยใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มรสชาติ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพดีอีกด้วย อย่าง มะเขือเทศเข้มข้นผสมไลโคปีนตรา “โรซ่าไลโคปีน” ซึ่งมีอยู่ติดบ้านและเป็นจุดเริ่มต้นของเมนูทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่มแก้วโปรด ของทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก

“จริงๆ ผมมีมะเขือเทศเข้มข้น ผสมไลโคปีนตรา “โรซ่าไลโคปีน” ติดบ้านเลย เพราะเราเอาไว้ทำเป็นส่วนผสมของเมนูต่างๆ ได้ง่ายมาก และโพธิ์เองชอบมาก ส่วนตัวผมและภรรยาก็ชอบ เพราะสามารถเอาไปต่อยอดเป็นเมนูอื่นๆ ได้หลากหลายทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่ม ผมค่อนข้างชอบอาหารตะวันตก ซึ่งเมนูอาหารตะวันตกส่วนใหญ่แทบทุกประเภท จะมีเบสเป็นมะเขือเทศ แต่ส่วนใหญ่ก็จะชอบทำอะไรง่ายๆ บางวันก็เลยเอาน้ำมะเขือเทศเข้มข้นผสมไลโคปีน ตัวนี้ไปทำน้ำสลัด เติมครีมลงไปก็ได้น้ำสลัดที่เบาขึ้น บางทีก็เอาไปทำเป็นดิป (Dip) ได้เลย แต่บางวันก็ชงมิกซ์เป็นเครื่องดื่ม จริงๆ ถ้าพูดถึงประโยชน์ต่อร่างกาย คุณค่าของไลโคปีนจากมะเขือเทศ ก็ดีต่อร่างกายอย่างมากเลยนะครับ”

ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมครอบครัวนี้ถึงได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของมะเขือเทศเข้มข้นผสมไลโคปีนตรา “โรซ่าไลโคปีน” จนมาร่วมงานกันในครั้งนี้ด้วย “จริงๆ ผมได้มีโอกาสรู้จักและเคยร่วมงานกับ โรซ่า มาก่อนหน้านี้ กับเมนูอาหารพร้อมรับประทาน แต่ที่ได้รู้จักมะเขือเทศเข้มข้นผสมไลโคปีนตรา “โรซ่าไลโคปีน” ก็ตอนได้ลองนำมาปรุงเป็นเมนูต่างๆ ลงในเพจ บักโพธิ์ แย้มนาม ตอนนั้นโพธิ์แฮปปี้มาก ทำอะไรมาให้ก็กินหมด ด้วยความที่ “โรซ่าไลโคปีน” เป็นเบสที่ดี พอเราเอาไปต่อยอดทำเมนูต่างๆ จึงต่อไปได้หลากหลาย ทำกับเส้นก็ได้ ทำน้ำสลัดก็ได้ ต่อไปเป็นเครื่องดื่มก็ได้ ส่วนเรื่องโภชนาการและคุณค่าทางอาหาร ไม่ต้องกังวลเลย ไลโคปีนมีคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายมาก”

มะเขือเทศเข้มข้นผสมไลโคปีนตรา “โรซ่าไลโคปีน” จึงได้กลายมาเป็นผู้ช่วยพระเอกในฐานะนักปรุงของชาคริต แย้มนาม ไปแล้ว และเป็นเหตุผลให้ครอบครัวนี้ได้ร่วมงานกับ “โรซ่าไลโคปีน” อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ชาคริตได้ควงแขนภรรยาและน้องโพธิ์ มาทำงานร่วมกันในกองถ่าย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าแตกต่างอย่างมากกับทุกครั้งที่ทำงานคนเดียวที่มีความคล่องตัวสูง แต่เมื่อทำงานกับเจ้าตัวเล็กก็ต้องลุ้นอยู่พอสมควร

“วันนี้ต้องบอกว่าขอบคุณคุณลูกมากครับ คิดว่าเมื่อเช้าน่าจะตื่นมาองศาถูก (หัวเราะ) ทำให้งานราบรื่นและเสร็จไว เมื่อก่อนเราทำงานคนเดียวก็มีแค่เราคนเดียว ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจบงานก็จบ แต่พอวันนี้มีลูกมาด้วย เราก็ต้องลุ้นว่าเขาจะให้ความร่วมมือไหม งอแงหรือเปล่า แล้วทำให้การทำงานของทีมงานล่าช้าไหม แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าวันนี้โชคดี อีกอย่างก็ต้องขอบคุณทีมงานด้วยครับ ทีมงานสบายๆ เข้าใจธรรมชาติของเด็ก บางทีก็เป็นตัวพ่อเองที่กดดันตัวเอง (หัวเราะ)”

ไม่แน่ว่า อนาคตเราอาจจะได้เห็น เด็กชายโพธิ์ แย้มนาม ในเส้นทางเดียวกันกับที่คุณพ่อเดินมาก็เป็นได้ ก็เหมือนที่ชาคริตเอ่ยว่า “โพธิ์คือส่วนผสมของพ่อกับแม่คูณสาม” แต่นั่นก็เป็นเรื่องของวันหน้า สำหรับวันนี้เส้นทางเดินและการใช้ชีวิตในบทบาทของความเป็นพ่อของผู้ชายที่ชื่อ ชาคริต แย้มนาม ในแง่มุมต่างๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ วิธีคิด ไปจนถึงการมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกและคนในครอบครัว ก็ยังช่วยมอบแรงบันดาลใจไปถึงคนอื่นได้อีกมากมายเช่นกัน