คุยเล่น X โปรเจกต์พิเศษ นิว-จิ๋ว ที่ได้หวายและมิลลิมาช่วยระเบิดความปัง

ข่าว

    คุยเล่น X โปรเจกต์พิเศษ นิว-จิ๋ว ที่ได้หวายและมิลลิมาช่วยระเบิดความปัง

    ไทยรัฐออนไลน์

    2 พ.ย. 2563 19:30 น.

    คุยเล่นในครั้งนี้ถือว่าพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะทีมงานได้มีโอกาศพูดคุยกับศิลปินหญิงแนวหน้าของเมืองไทยแห่งวงการเพลงถึง 4 คนด้วยกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง Diva ดูโอ้หญิงพี่ใหญ่ของเพลงนี้ อย่าง นิว-จิ๋ว หวาย นักร้องสาวเสียงเป็นเอกลักษณ์ อดีตสมาชิกค่าย Kamikaze ที่เปรียบเสมือนเป็นพี่รอง และแร็ปเปอร์หญิงดาวรุ่งแห่งยุค มิลลิ น้องเล็กแต่แสบสุดๆ ซึ่งการรวมตัวของพวกเธอในอัลบั้มที่ 6 NJ SQUARED ครั้งนี้ คาแรกเตอร์ที่แสนจะชัดเจนแต่แตกต่างของทุกคนในเพลงโนสน โนแคร์นี้จะผสมผสามกันลงตัวได้อย่างไร เบื้องหลังการทำงานจะยาก-ง่าย สนุกหรือมีอรรถรสกันมาก-น้อยแค่ไหน รวมไปถึงสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กันและกันด้วยวิธีใด พวกเธอพร้อมมาเล่าให้ทุกคนฟังในบทความนี้แล้ว

    การรวมตัวเฉพาะกิจเพื่อเพลงนี้

    จิ๋ว : เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่อยู่ในอัลบั้มที่ 6 ของนิว-จิ๋วค่ะ ด้วยคอนเซ็ปต์ และการอยากทำอะไรที่แตกต่างในปีนี้ เราจึงอยากจะชวนผู้หญิงที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน และเหมาะกับเพลงของเรา มาทำงานร่วมกัน ก็เลยจีบน้องๆ มา

    นิว : จีบติดด้วย (หัวเราะ) เราคิดว่าคงไม่มีใครจะสามารถมาขยายความเป็นโนสน โนแคร์ ที่มีความเข้มข้นของทั้งเนื้อหาเพลง ซาวด์ดนตรีและก็มีท่าเต้นในครั้งนี้ได้นอกจากน้องทั้งสองคน ความที่นิว-จิ๋วกลับมาในครั้งนี้มีความพร้อมมากๆ เหมือนนักรบที่มีอาวุธเต็มมือ เราก็เรียกนักรบหญิงอีก 2 ท่านมาเสริมกองทัพด้วย

    นิว-จิ๋ว นิวเวอร์ชั่น

    นิว-นภัสสร ภูธรใจ และ จิ๋ว-ปิยนุช เสือจงพรู

    จิ๋ว : งานชิ้นนี้เป็นความรู้สึกที่คาแรกเตอร์ของทุกคนชัดหมดเลย และก็เป็นบรรยากาศใหม่ๆ คือคนค่อนข้างจดจำได้อยู่แล้วว่าเพลงของเราเป็นแบบไหน เราพูดถึงเนื้อหาประมาณไหน เราเป็นผู้หญิงแบบไหน แต่ในครั้งนี้เราดึงเอาทั้งความทันสมัยในปัจจุบัน และสิ่งที่ผู้หญิงอยากจะบอก มาบอกกล่าวทุกคนผ่านเราสองคน นักแสดง และศิลปินที่เราเชิญมาร่วมงาน

    นิว : เพลงกับตัวเรามันก็เหมือนกับการโตมาด้วยกันค่ะ มันก็จะมีหลากหลายอารมณ์ ตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงตอนนี้เข้าสู่อัลบั้มที่ 6 ก็เหมือนเราผ่านการเรียนรู้อะไรมาเยอะแล้ว แล้วเราพร้อมที่จะกล้าพูดในสิ่งที่เราไม่เคยพูด แต่ถ้าเราจะมาพูดคำว่าโนสน โนแคร์กันสองคน คนอื่นๆ อาจจะรู้สึกไม่มันและไม่เชื่อ อีกอย่างยุคนี้มันเป็นยุคของการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก และการรวมตัว ร่วมมือกัน เราก็เลยไปร่วมงานกับน้องๆ มันเลยทำให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

    ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเพลงนี้

    จิ๋ว : ตอนที่ประชุม หรือเลือกโปรดิวเซอร์ที่แต่งเพลง (นีโน่-เกริก ชาญกว้าง) หรือแม้กระทั่งพอเนื้อเพลงมา เราก็มีออกไอเดียว่าอยากได้เนื้อเพลงแบบไหน เพราะว่ามันจะเป็นการบอกคาแรกเตอร์และตัวตนของเราได้ง่ายกว่า อย่างจิ๋วก็คือรอแล้วได้อะไร หรือหวาย เสียใจแต่ไม่แคร์

    มิลลิ : รู้สึกเป็นเกียรติ และดีใจมากๆ เลยค่ะ เราฟังเพลงทั้งของพี่นิว-จิ๋ว และพี่หวายมาตลอด การได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ ได้มาทำตรงนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ อย่างหนู หนูได้รับผิดชอบในส่วนของเนื้อเพลงของหนูและเนื้อเพลงของพี่หวายบางส่วน ส่วนของพี่หวายอยากให้เขาเป็นตัวเองมากที่สุด ตอนส่งเดโม่ไปให้ก็พยายามแอ๊บแบ๊วเสียงให้เป็นพี่หวายที่สุด (หัวเราะ) เพราะหนูก็อยากทำให้ออกมาดีที่สุด ส่วนพาร์ทของหนูก็จะพูดในมุมมองของคนที่เด็กกว่า มีความเอาแต่ใจกว่า ซึ่งมันก็จะบ่งบอกความเป็นตัวเองที่จะมีความพุ่ง และก็มีความเป็นเด็ก แรงแต่ก็ยังอ่อนต่อโลก

    หวาย-ปัญญ์ธิษา เธียรประสิทธิ์

    หวาย : อยากให้ทุกคนฟังเดโม่มาก คือตอนแรกที่ได้ฟังอ่าค่ะ พูดเป็นเสียงเดียวกันหมดเลยว่ามิลลิพยายามที่จะเป็นเหมือนหนูให้ได้ ก็คือถ้าน้องร้องเป็นตัวเองก็คือเป็นตัวเองถูกมั้ย แต่นี่คือทำไกด์มาให้ด้วยอ่ะ น่ารักมาก อย่างเนื้อร้องในส่วนของหวายจะซอฟต์กว่า แต่ว่าตอนที่น้องแต่งมาให้ครั้งแรกก็มีความแอบแรงอยู่เหมือนกัน ก็ช่วยกับปรับไปจนสุดท้ายก็กลายมาเป็นโนสน โนแคร์ในเวอร์ชั่นนี้ 

    บอกเลยว่าเนื้อหาของเพลงนี้ ทั้ง 4 สาว สื่อสารความรู้สึก "โนสน โนแคร์" ออกมาในเวอร์ชั่นที่แตกต่างกัน ซึ่งเนื้อหาเหล่านั้นพวกเธอเห็นตรงกันว่ามันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ อย่างในส่วนของนิว-จิ๋วก็คือพาร์ทพี่คนโตที่ผ่านประสบการณ์เยอะ หวาย เปรียบเสมือนพี่สาวคนรอง และปิดท้ายด้วยน้องเล็กแบบ มิลลิ

    "อย่างในเนื้อเพลงที่บอกว่า รอแล้วได้อะไร เมื่อก่อนเราอาจจะรอ รู้สึกว่าคนเราควรรอโอกาศ รอสิ่งที่ดีงาม แต่บางทียุคนี้มันคือยุคที่ต้องวิ่งเข้าหาโอกาส หรือเปิดความรู้สึกบางอย่าง เรากำลังจะบอกว่าบางครั้งผู้หญิงยุคนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ คุณถึงจะได้มาในสิ่งที่คุณอยากได้ เพราะบางทีถ้าคุณเป็นแบบเดิม คุณก็คงจะยืนอยู่ที่เดิม เพราะยุคนี้ทุกคนวิ่งแซงคุณไปหมดแล้ว" จิ๋ว พูดเสริม

    แลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานซึ่งกันและกัน

    นิว : เราได้แลกเปลี่ยนเอ็นเนอร์จี้ และมุมมองใหม่ๆ ของงานเพลงค่ะ และก็ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำมานาน คือเรารู้แหละว่าเราทำอะไรได้อีก แต่ว่าถ้าเราทำกันเองสองคนมันไม่มันอ่ะ มันต้องหาแนวร่วม ซึ่งการได้ประสบการณ์ของน้องๆ มาแลกเปลี่ยน มันมีความสุขมากๆ เลย

    จิ๋ว : จะบอกว่าประทับใจทั้งคู่ จิ๋วชอบความเป็นตัวของเขาเอง แล้วมันดีต่องาน ดีต่อสิ่งที่เราเลือกทำ เรารู้สึกว่าเมื่อก่อนมันเป็นการโยนเพลงมาและเราร้อง แต่ทุกวันนี้มันคือการอ่านแล้วเรารู้สึกอย่างนั้นหรือเปล่า หรือว่ามิลลิเขามาถึงขั้นที่เขียนเอง มันเหมือนคนคุยภาษาเดียวกันแล้วเข้าใจกัน มันไปต่อได้ขนาดนี้แล้ว 

    มิลลิ หรือมินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล

    มิลลิ : ผู้จัดการหนูที่ค่ายเขาบอกว่า มีโปรเจกต์ติดต่อมานะ เป็นโปรเจกต์ของนิว-จิ๋ว และก็พี่หวายด้วย "โอเค" หนูไม่คิดเยอะเลย เพราะว่าแค่ฟังชื่อมันก็ส่งผลต่อใจกับเราแล้ว นั่นคือเราไม่ควรพลาดโอกาสนี้ นี่คือโอกาสที่มันเข้ามาแล้วถ้าไม่จับไว้มันต้องหายไปแน่นอน เพราะฉะนั้นคว้าไว้เลยดีกว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก แต่ว่าหนูสูบค่ะ

    หวาย : สำหรับหนู หนูแฮปปี้มาก ถ้าให้เล่าตั้งแต่แรกพี่ทีมงานโทรมาหาคุณแม่ค่ะ แล้วคุณแม่ก็รีบวิ่งมาบอกหนู เราถามกลับไปทันทีว่าจริงหรือเปล่า มีใครโทรมาแกล้งไหม แล้วแม่ก็บอกว่าจริงด้วยน้ำเสียงที่ซีเรียสมาก แม่บอกว่าต้องการแค่หวายตกลง ซึ่งหนูก็ตอบตกลงเหมือนมิลลิเลยค่ะ อย่างที่ทุกคนรู้คือใครจะอยากพลาดโอกาสที่จะได้มาร้องกับสองสาว Diva กับแร็ปเปอร์ประเทศไทยถูกมั้ยคะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนแรกหนูก็ยังไม่มั่นใจตัวเอง และเชื่อมั่นว่าเขาอยากได้เรามาทำด้วยจริงๆ แต่พอได้มาประชุมกัน หนูเขินมาก ไม่รู้จะทำตัวยังไงเลยค่ะ และมันเป็นความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ เอาจริงๆ พูดไม่ค่อยออก เพราะความรู้สึกตอนนั้นคือมันพีคกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

    เพลงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก

    ซึ่งการทำงานร่วมกันของทั้ง 4 สาวในครั้งนี้ ทุกคนล้วนบอกไปในทิศทางเดียวกันเลยค่ะ ว่ามันไม่ได้มีความยากอย่างที่คิดไว้เลย

    นิว : ยากไหม ไม่ยากนะคะ เพราะเราเปิดใจในการที่จะเปลี่ยนแปลงมัน เราเปิดใจที่จะร้องมันออกมา แล้วก็อยากให้ทุกคนเปิดโอกาสฟังเราในอีกเวอร์ชั่นหนึ่งด้วย

    จิ๋ว : มันก็เป็นเหมือนกันงานที่เราจะต้องพัฒนา เพราะการอยู่เท่าเดิม จิ๋วก็รู้สึกว่าเอาเปรียบคนดูไปหน่อย บางทีการที่เรามาทำการบ้านเยอะขึ้นไม่ว่าจะพาร์ทเพลง เต้น หรืออื่นๆ คนก็จะเห็นเองว่าเราเต็มที่กับงานแค่ไหน เพราะการแต่งกาย แต่งหน้า ทำผม มันก็เป็นเหมือนอีกส่วนหนึ่ง แต่ทั้งหมดคนจะเห็นเองในโทโทลุคของเราเวลาไปไลฟ์

    มิลลิ : หนูไม่แน่ใจว่าคนอื่นๆ จะเป็นอย่างไร แต่กับพี่ๆ หนูไม่เคยมีปัญหาเลย อย่างที่บอกว่าพี่เขาเปิดใจมากๆ จริงๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่หนูจะยัดอะไรไป แม้กระทั่งภาษาของหนูที่มันค่อนข้างจะสมัยใหม่มากๆ ที่คนสมัยใหม่เองจะไม่เข้าใจก็ตาม พี่ๆ เขาก็เปิดใจรับ หนูเจอคำถามบ่อยมากว่าคำนี้แปลว่าอะไร (หัวเราะ) ซึ่งพอทุกรู้ว่าความหมายมันดี เขาก็ให้เอามาใส่ไว้ในเพลงนี้ได้เลย ทุกคนพร้อมและกล้าที่จะเสี่ยงไปกับภาษาที่หนูจะเลือกใช้ หรือว่าสิ่งใหม่ๆ ที่แม้กระทั่งหนูเองก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม

    โนสน โนแคร์ ในมุมของทุกคน

    จิ๋ว : เป็นในมุมการแบกรับภาษาของคนก็แล้วกันค่ะ บางทีในข้อความหรือสิ่งที่เราได้รับมา มันมีด้านไม่ดีเข้ามาอยู่แล้ว แต่เราต้องอย่าไปแคร์มันทั้งหมด เก็บมาแต่อะไรที่มันดีกับเรา ที่ไม่ดีอ่านแล้วเรียนรู้ไปกับมัน แต่ก็ต้องมีไม่แคร์บ้าง เพราะไม่งั้นคุณจะดาวน์กับชีวิต มีคนเคยบอกว่าบางอย่างถ้ามันไม่ดีอย่าแบกมัน เพราะมันไม่ช่วยเราแก้ไข ฉะนั้นเราเลยต้องวาง และรู้แค่ว่าเราต้องไปข้างหน้า เราอย่าไปแคร์ในสิ่งที่มันไม่ช่วยเรา

    นิว : จริงๆ เนื้อหาในเพลงมันพูดเกี่ยวกับความรัก ฉันเจอคนนี้ฉันปิ๊งเขา ฉันอยากจะเดินเข้าไปคุยกับเขา ฉันไม่สนใจอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วประเด็นที่เราอยากจะพูดถึงคนในยุค 2020 ก็คือ การกล้าแสดงออกแค่นั้นค่ะ แต่ต้องแสดงออกในทางที่ถูก แต่มันคือการตัดสินใจของคุณ โดยที่ไม่ต้องไปพะว้าพะวงว่าจะทำหรือไม่ทำ เอาหรือไม่เอา จนมันผ่านไปแล้วเกิดเป็นความเสียดายที่ หว่า ทำไมไม่ทำนะ หรือ รู้งี้คว้าเอาไว้ดีกว่า

    หวาย : โนสน โนแคร์สำหรับหนูมันมีความหมายมาก สำหรับหวายมันโดนมากเพลงนี้ อยากให้ทุกคนรู้สึกว่านี่มัน 2020 แล้ว ไม่ว่าจะผู้หญิง ผู้ชาย หรือใครก็ตาม เราสามารถที่จะออกความคิดเห็นได้ เราสามารถพูดเกี่ยวกับความรู้สึกของเราได้โดยที่ไม่ต้องกลัวใครมาว่าเรา ก็คือโนสน โนแคร์ไปเลย ฉันจะเป็นตัวของฉัน จะเป็นตัวของตัวเองประมาณนี้ค่ะ

    มิลลิ : จริงๆ สำหรับหนู หนูรู้สึกชอบประโยคหนึ่งในเพลงมากว่า It’s 2020 มันคือย้ำเตือนอีกรอบว่า 2020 แล้ว ซึ่งปีนี้จะสังเกตเห็นได้เลยว่าเราผ่านอะไรมาเยอะมากๆ มันมีเหตุการณ์หรือสถานการณ์หลายๆ อย่างที่เรารู้สึกว่ามันเหนื่อยจังเลย ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่หลายๆ คนรู้สึกว่าทำไมมกราคมมันนานจังเลย มันมีหลายเรื่องราวที่ผ่านมาในปีนี้ที่หนูรู้สึกว่ามันเป็นปีที่หนักสำหรับทุกคน แล้วเพลงนี้มันปล่อยมาในช่วงปลายปีพอดี มันกำลังจะเข้าสู่ปี 2021 เลยทำให้รู้สึกว่าอะไรที่มันแย่ในปีนี้เราต้องปล่อยไป โนสน โนแคร์ไปกับมัน แล้วก็เริ่มชีวิตใหม่ เริ่มทุกอย่างใหม่ในปีต่อไป เราต้องปลง มันต้องเปลี่ยนตัวเองค่ะ

    เปรียบแฟนเพลงเหมือนอะไร เพราะอะไร

    ก่อนจบการสัมภาษณ์เรามักจะถามคำถามเกี่ยวกับแฟนคลับและแฟนเพลงของศิลปินเสมอ เพราะในมุมของแฟนคลับ การได้ติดตามไปหาศิลปินที่ตนชื่นชอบ ไปให้กำลังใจยังสถานที่ต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นการชาร์จพลังให้กับตัวเอง ซึ่งมันคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่น้อยที่แฟนคลับของพวกเธอจะได้รับรู้ว่า "แฟนคลับ" เองก็เป็นพลังที่ดีให้กับศิลปินเช่นเดียวกัน แอบบอกว่าคำถามนี้เราทำหวายน้ำตาไหลด้วยนะคะ 

    หวาย : เมียร์แคตค่ะ หนูโดนบูลลี่กับ hate speech ค่อนข้างที่จะเยอะมากๆ ตั้งแต่หนูเข้าวงการมา มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด คนไม่ชอบก็ต้องมีคนชอบ คนที่แอบชอบ ก็ต้องมีคนที่แอบเกลียด หนูอยากจะบอกแฟนคลับหนูทุกคนที่ยังอยู่จนถึงวันนี้ว่าเขามีความหมายกับหนูมากๆ คือหนูมีกลุ่มแฟนคลับอยู่ประมาณหนึ่ง เราไปไหนเขาจะตามไปตลอด ถึงแม้ว่ามันจะแค่ไม่กี่คน แต่มันมีความสุขมาก เลยรู้สึกว่าพวกเขาเหมือนเมียร์แคต เพราะว่าเมียร์แคตมันเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์และตามคนที่รักไปตลอด เหมือนพวกเขาที่ไม่เคยหายไปไหนเลย

    จิ๋ว : หัวใจค่ะ เราคิดว่าเขาเป็นหัวใจหลักของเรา และเราก็เป็นหัวใจของเขาเหมือนกัน ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ เศร้าความรู้สึกไหนๆ ก็ใช้หัวใจนี่แหละ เรารู้สึกดีที่มีพวกเขา เพราะแฟนคลับคือหัวใจหลักในการขับเคลื่อนการทำงานของเรา

    มิลลิ : เขาเป็นแหล่งรายได้ของเรา สำหรับหนูถ้าเปรียบเทียบกับเงินมันอาจจะดูแปลกๆ ใช่มั้ยคะ แต่หนูคิดว่าตอนนี้เงินมันคือปัจจัยหลักของหนูมากๆ แล้วมันเป็นปัจจัยหลักของทุกคน หนูเลยรู้สึกว่าหนูขาดเงินไม่ได้ เหมือนกับที่หนูขาดเขาไม่ได้เหมือนกัน

    นิว : แฟนเพลงของนิวเปรียบเสมือนห้างพารากอนค่ะ แบ่งเป็นหลายๆ ชั้น แต่ละชั้นก็มีความสนุกสนานแตกต่างกันออกไป ก็คือคนที่หลากหลายแบบ เพศ วัย แล้วก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยที่เราเป็นประตูเปิดรับให้ทุกคนเข้ามาเอ็นจอยกัน

    คำขอบคุณจากทั้ง 4 สาว

    มิลลิ : ต้องขอบคุณมากๆ เลยที่ให้โอกาสและเปิดใจที่จะรับฟัง ต้องยอมรับตอนแรกไม่รู้ว่าเพลงนี้มันจะได้รับความสนใจแค่ไหน เพราะว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่ และก็มันค่อนข้างที่จะย่อยยากถ้าพูดถึงในมุมของผู้บริโภค เลยต้องขอบคุณทุกๆ ท่านมากๆ ที่พร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ๆ สุดท้ายหนูพูดเสมอว่าเพลงมันจะโตตามหนู ก่อนหน้านี้หนูอาจจะมีอะไรที่มันผิดพลาด แต่หนูเชื่อว่าหนูรับฟังและพัฒนาได้เสมอ หนูไม่ใช่เด็กที่เป็นน้ำเต็มแก้ว เพราะฉะนั้นเรามีอะไรเราคุยกันได้ และก็ขอบคุณที่ยังเชื่อใจกันและก็เฝ้ารอดูหนูโตไปพร้อมๆ กับเพลงที่หนูทำต่อๆ ไป

    หวาย : อยากจะบอกแฟนคลับทุกคนว่า ขอบคุณมากๆ จริงๆ มันมีความหมายกับหวายมาก อย่างที่บอกว่าหวายไม่ได้มีกลุ่มแฟนคลับที่ใหญ่ขนาดนั้น ที่คอยตามหวายอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าการที่เขามาให้กำลังใจหวาย หรืออยู่ตั้งแต่ตอนนั้น มันทำให้หวายรู้เลยว่ามันมีคนที่รักเราจริงๆ เพราะไม่ว่าหนูจะเปลี่ยนคาแรกเตอร์ขนาดไหน หรือว่าเปลี่ยนแนวเพลง หรือเปลี่ยนการทำงานขนาดไหน เขาก็ยังอยู่ ขอบคุณมากๆ นะคะ

    นิว : ต้องขอบคุณแฟนคลับที่เห็นเรามาตั้งแต่วันเริ่มต้น พลังของเรามันเกิดจากการที่ 1+1 แล้วกลายมาเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเราจะไม่มีวันนี้ ถ้าเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับตั้งแต่วันนั้นเมื่อ 10 ปีก่อนที่เป็นนิวกับจิ๋วที่มาจากเชียงใหม่มาประกวดร้องเพลง มาหาความฝัน จนกลายเป็นตัวอย่างของคนที่ไม่หยุดที่จะฝันแล้วก็พัฒนาตัวเอง แฟนคลับหลายๆ คนติดตามเราตั้งแต่ประถม จนทุกวันนี้เขายังอยู่กับเรา ซึ่งมันดีมาก

    จิ๋ว : จริงๆ ต้องขอบคุณความเชื่อมั่นในสิ่งที่เขามองเห็น ดีใจจริงๆ เรารู้สึกทุกครั้งที่ได้ทำหน้าที่ของเรา แล้วมีคนเฝ้ามองอยู่ เราก็ทำให้ดีที่สุด เรียกว่าเป็นส่วนสำคัญในชีวิตเลย จิ๋วไม่รู้ว่าจะสั้นจะยาวยังไงที่ได้ทำ แต่รู้ว่าเราทำออกไปแล้วมีหอบหิ้วของๆ เราอยู่ แค่นี้มันก็คุ้มค่ากับการที่ได้ออกไปขายอะไรสักอย่างแล้ว

    ซึ่งการเปลี่ยนคาแรกเตอร์ใหม่ของนิว-จิ๋วในครั้งนี้ บอกเลยว่าไม่ธรรมดาค่ะ เพราะอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ที่กำลังจะวางขายในวันที่ 3 ธันวาคม (วันเกิดของจิ๋ว) มีสิ่งเซอร์ไพรส์รอแฟนๆ อยู่อีกเพียบ อัดแน่นชนิดที่ว่า สองสาวร่วมโปรเจกต์อย่างหวายและมิลลิก็ยังสปอยล์ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเลยทีเดียว 


    จิ๋ว : ฝากเพลงโนสน โนแคร์ด้วยนะคะ จิ๋วว่ามันช่วยได้ในทุกๆ สถานการณ์ตอนนี้เลยแหละ และหวังว่ามันจะเป็นเอ็นเนอร์จี้ที่ดีส่งให้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะหญิง ชาย เอาเป็นว่าทุกเรื่องราวคุ้มค่าที่เราจะก้าวผ่านมันไปค่ะ

    นิว : ก็เป็นเพลงแรกของอัลบั้มนะคะ เปิดเพลงแรกมาก็รู้สึกสนุกแล้ว เลยอยากจะให้ติดตามเพลงต่อๆ ไปสำหรับในอัลบั้มด้วย และก็ในฐานะศิลปินโอกาสที่จะทำอัลบั้มในยุคนี้มันค่อนข้างที่จะยาก ไหนๆ มันยากแล้ว เราก็จะทำงานที่มันละเอียดมากขึ้น นั่นคือหน้าที่ของพวกเราค่ะ

    เราเชื่อว่าการกลับมาทำอัลบั้มของนิว-จิ๋ว การร้องเพลงอีกครั้งของหวาย และการโชว์สกิลแต่งเพลงและร้องแร็ปของมิลลิในครั้งนี้เป็นอะไรที่คุ้มค่าและแปลกใหม่มากๆ เลยนะคะ ซึ่งผลงานต่อๆ ไปของพวกเธอจะเป็นไปในทิศทางไหน คุยเล่นพร้อมจะอัปเดตข่าวสารมาให้แฟนคลับพวกเธอแน่นอนค่ะ. 

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    นิวจิ๋วหวายมินนี่ ดนุภาคุยเล่นโนสน โนแคร์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 04:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์