ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ฉีดวัคซีนใจ สร้างภูมิคุ้มกัน สู้ทุกวิกฤติ

    ข้อมูลจากเว็บไซต์ สสส.19 ต.ค. 2563 06:01 น.
    SHARE

    ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปีในช่วงเวลาที่สังคมกำลังเผชิญกับบททดสอบใหม่จากโรคร้าย โควิด-19 ความคลุมเครือ ความไม่แน่นอน ความหวาดกลัวก่อขึ้นในใจของทุกคน ตัวเลขของผู้ติดเชื้อถูกควบคุมไว้ได้ด้วยการป้องกันที่แข็งขันของทุกคนที่ร่วมมือกัน แต่ “ความเครียด ปัญหาทางใจ” ของทุกคน เราจะช่วยดูแลเยียวยากันอย่างไร

    “ทุกปัญหาแก้ได้ถ้าใจสู้” นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “สสส. ใช้จุดแข็งในฐานะที่เป็นตัวขับเคลื่อนไว ทำงานเร็ว ทันทีที่เกิดวิกฤติโควิด-19 เรารู้ว่าสถานการณ์นั้นคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไง ความเครียดเกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว ทุกคนต้องอยู่บ้าน สสส. จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนอยู่ได้ อยู่รอด มีความหวัง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกคน จึงได้จับมือกับกรมสุขภาพจิต และไทยพีบีเอส สร้างช่องทางสื่อสารกับสังคม ชื่อว่ารายการ ‘บ้าน-พลัง-ใจ’ ขึ้นมา”

    นายชาติวุฒิ วังวล
    นายชาติวุฒิ วังวล

    ทำไมต้องเริ่มจากที่บ้าน?...

    “เดิมทีสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัวของคนไทยนั้นมีสูงอยู่แล้ว ถ้าเทียบกับประเทศฝั่งตะวันตก แต่มันเจือจางไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลก คนวัยทำงานต้องออกมาทำงาน แต่เพราะโควิด-19 ทำให้ทุกคนได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านด้วยกันอีกครั้ง ในฐานะของ ‘กรมสุขภาพใจ’ จึงอยากสร้างพลังใจให้แก่ทุกบ้าน เพราะสิ่งนี้จะทำให้ทุกคนสู้ได้ในทุกเรื่อง ถึงโควิดจะผ่านไป แต่พลังนี้จะยังอยู่เพื่อให้ทุกคนได้สู้กับปัญหาอื่นต่อไปได้อีก” พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ อีกหนึ่งภาคีผู้ก่อตั้ง “บ้าน-พลัง-ใจ” กล่าวถึงที่มาของการสร้างพลังใจจากที่บ้าน

    พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์
    พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์

    วัคซีนครอบครัว สร้าง 3 พลังจากในบ้าน

    “พลังบวก” – จะทำให้เห็นทางออกในปัญหา ล้มแล้วต้องรู้ตัวว่าล้ม จึงจะลุกได้

    “พลังยืดหยุ่น” – คนในครอบครัวสามารถปรับตัวกันได้ เพิ่มลดบทบาทหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือกัน

    นำไปสู่ “พลังร่วมมือ” – คนในบ้านทำงานกันเป็นทีม

    “ถ้าครอบครัวมี 3 พลังนี้ ไม่ว่าล้มกี่ครั้งก็ลุกได้” พญ.ดุษฎี กล่าวเพิ่มเติม

    สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ “บ้าน-พลัง-ใจ” ในวันนี้ก็คือ จากรายการที่เริ่มต้นด้วยการสร้างบ้านเป็นพลังของใจที่ผลิตโดย สสส. กรมสุขภาพจิต และไทยพีบีเอส อยากช่วยเหลือคนไทยให้มีจิตใจเข้มแข็ง มีสุขภาพจิตที่พร้อมสู้กับวิกฤติโควิด-19 ออนแอร์ครั้งแรกเมื่อ 18 เมษายนในช่วงที่บ้านเราประกาศล็อกดาวน์ ยกเลิกสงกรานต์ ทุกคนเก็บตัวอยู่แต่ที่บ้าน แต่วันนี้ผ่านไป 6 เดือน รายการได้นำเสนอไปกว่า 26 ตอน “บ้าน-พลัง-ใจ” นอกจากจะมอบพลังใจให้ผ่านช่วงล็อกดาวน์ไปได้แล้ว วันนี้เรื่องราวชีวิตจริงของแต่ละครอบครัว กลายเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายคน หลายครอบครัวได้ต่อสู้ รายการได้เติบโต และขยายคอนเทนต์ที่กว้างและลึกขึ้น พร้อมเป็นวัคซีนที่จะทำให้สังคมมีภูมิคุ้มกันทางใจให้แข็งแรง พร้อมรับมือทุกวิกฤติ

    “วันนี้ถือว่ารายการนี้เดินทางมาไกลมาก ไม่ได้พูดแค่เรื่องโควิด-19 ประเด็นทางสังคมอย่าง LGBT หรือลูกเป็นผู้ต้องหา ถูกหยิบยกมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ พลังความรักของครอบครัวจะทำให้ทุกปัญหาแก้ไปได้” นายสมยศ เกียรติอร่ามกุล ตัวแทนจากผู้ผลิตรายการ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวถึงรูปแบบรายการที่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

    ทุกวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้เป็นวันสุขภาพจิตโลก เพื่อให้ประชากรทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิต และร่วมมือกันใส่ใจผู้ที่เจ็บป่วยทางด้านจิตใจ ปีนี้กรมสุขภาพจิตนำโดย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน World Mental Health Day 2020 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ หอศิลป์ กรุงเทพฯ โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน

    ดร.สาธิต ปิตุเตชะ
    ดร.สาธิต ปิตุเตชะ
    พญ.พรรณพิมล วิปุลากร
    พญ.พรรณพิมล วิปุลากร

    ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการสร้างกำลังใจจากคนดังหลากหลายวงการ การลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมสุขภาพจิต และกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้การช่วยเหลือคนที่ส่งสัญญาณทางโลกออนไลน์ว่ากำลังจะฆ่าตัวตาย โดยใช้พลังประชาชนและเพจดังอย่าง หมอแล็บแพนด้า แหม่มโพธิ์ดำ และดราม่าแอดดิค ผ่านปฏิบัติการชื่อ Hope Task Force และเวทีเสวนา “บ้าน-พลัง-ใจ เพราะบ้านเป็นพลังของใจ”

    ครอบครัวศรีชัยญา คือหนึ่งครอบครัวที่มาร่วมพูดคุยในเวทีเสวนาในหัวข้อ “บ้าน-พลัง-ใจ เพราะบ้านเป็นพลังของใจ” เพื่อแสดงถึงผลลัพธ์จากความรักของคนในครอบครัวที่ช่วยกันในช่วงที่ลูกชายคนโตต้องประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในช่วงวัยรุ่น แม้ไม่ถึงชีวิต แต่ก็ต้องกลายเป็นผู้พิการสูญเสียความสามารถด้านการสื่อสาร

    “รอยยิ้มของลูกเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้เรามีแรงสู้ ด้วยความหวังเดียวที่ทุกคนในบ้านมีร่วมกันคือ อยากให้โฟล์คกลับมาเป็นคนเดิม ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักได้มากที่สุด” เสียงจากครอบครัวของโฟล์ค - นายถิรพุทธิ์ ศรีชัยญา ชายหนุ่มวัย 23 ปี ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์เมื่อ 5 ปีก่อน ดูภายนอกโฟล์คเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง แต่จริงๆ แล้ว เขายังเป็นเด็กที่กำลังเติบโตและเรียนรู้การใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด แต่ด้วยพลังใจของสมาชิกในบ้าน พ่อ แม่ น้องสาว และตัวของโฟล์คเอง ทำให้วันนี้เขาสามารถเริ่มพูดได้ และกลับมาทำในสิ่งที่รักได้อีกหลายๆ อย่าง ทั้งขับรถเอทีวี และถ่ายภาพ มันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่เป็นความรักของทุกคนในบ้านที่ช่วยกันทำให้วันนี้ทุกคนมีรอยยิ้มอีกครั้ง

    ครอบครัวศรีชัยญา
    ครอบครัวศรีชัยญา

    คลิกชมเรื่องราวที่จะสร้างกำลังใจจากบ้านโฟล์คได้ที่ https://program.thaipbs.or.th/BaanPaLungJai/episodes/72374 

    และติดตามชมรายการ "บ้าน-พลัง-ใจ" ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 21.10 - 22.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ดูรีรันได้ทาง https://program.thaipbs.or.th/BaanPaLungJai/ 

    นอกจากนี้ ‘บ้าน-พลัง-ใจ’ ยังได้เปิดแฟนเพจ https://www.facebook.com/Baanpalangjai เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่พร้อมมอบพลังบวก และเป็นที่ปรึกษาให้แก่ทุกคนแบบออนไลน์

    “สสส.หวังให้เฟซบุ๊ก บ้าน-พลัง-ใจ เป็นที่พึ่งพิงทางความรู้สึกของคนไทยทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น ผู้สูงวัย ผู้พิการ กลุ่ม LGBTQN หลังบ้านมีแอดมินที่กรมสุขภาพจิตจัดบุคลากรมาคอยตอบคำถามข้อสงสัยของประชาชนทุกวัน” นายชาติวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายถึงบทบาทหน้าที่ของ “บ้าน-พลัง-ใจ”

    เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า ช่วยกันดูแลสร้างภูมิทางใจให้พร้อมสู้ เพื่อรักษาทุกชีวิต

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สสส.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพบ้าน-พลัง-ใจโควิด-19กรมสุขภาพจิตไทยพีบีเอส

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 22:46 น.