“เด็กอ้วนเป็นเด็กน่ารัก” เชื่อว่าใครหลายคนคงจะเคยได้ยินคำกล่าวนี้กันมาบ้าง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กอ้วนเป็นเด็กน่ารักจริงหรือ “ศุกร์สุขภาพ” สัปดาห์นี้มีคำตอบ

สถานการณ์โรคอ้วนในเด็กในประเทศไทย

จากการศึกษาข้อมูลโรคอ้วนของ นายแพทย์วิชัย เอกพลากร อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะทำงาน ในปี พ.ศ.2552 พบว่าเด็กอายุ 2-5 ปี อ้วนร้อยละ 5.8 ในปี พ.ศ.2540 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7.9 ในปี พ.ศ.2544 และเด็กอายุ 6-12 ปี อ้วนร้อยละ 5.8 ในปี พ.ศ.2540 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6.7 ในปี พ.ศ.2544 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนเมืองจะพบเด็กอ้วนมากกว่าในชนบท

ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2560 พบว่าเด็กวัยเรียนมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 13 ซึ่งโรคอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งพบในเด็กอ้วน เพิ่มมากขึ้นจากร้อยละ 5 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ในปี พ.ศ.2529-2538 เป็นร้อยละ 18 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ในปี พ.ศ.2539-2542

มีการศึกษาในต่างประเทศพบว่า เด็กอ้วนตอนอายุ 3 ปี ร้อยละ 90 จะโตเป็นวัยรุ่นที่อ้วน และเด็กที่อ้วนและโตเป็นผู้ใหญ่อ้วนจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันเลือดสูง ไขมันสูงในเลือด และโรคหลอดเลือดหัวใจถึง 2-5 เท่า นอกจากนี้เด็กอ้วนมีโอกาสโตเป็นผู้ใหญ่อ้วน 1.3 เท่า ถ้าอ้วนในช่วงอายุ 1-2 ปี และเพิ่มเป็น 17.5 เท่า ถ้าอ้วนขณะอายุ 15-17 ปี ยิ่งถ้ามีพ่อหรือแม่อ้วน ก็มีโอกาสที่เด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่อ้วนมากขึ้น

ข้อมูลจากการศึกษาของ แพทย์หญิงเปรมฤดี ภูมิถาวร สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ.2560 พบว่าเด็กอ้วนช่วงวัยเรียน ร้อยละ 25 มีน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ (เกือบเป็นเบาหวานและเป็นเบาหวานแล้ว)

...

จากข้อมูลดังที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการเป็นโรคอ้วนในเด็กอาจนำไปสู่การเป็นผู้ใหญ่อ้วนต่อไปในอนาคต และทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ อีกมากมาย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรให้การใส่ใจดูแลเด็กตั้งแต่เล็ก ก่อนที่จะมีภาวะอ้วนจนสายเกินแก้

สาเหตุของโรคอ้วนในเด็ก

“โรคอ้วน” เกิดจากการมีภาวะโภชนาการเกิน ด้วยอิทธิพลของอาหารในปัจจุบันที่เด็กๆ สามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ ตลอดจนชนิดของอาหารที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มต่างๆ อาหารสำเร็จรูปที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมันและเกลือสูง อาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ ร่วมกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เด็กๆ มีกิจกรรมทางกายน้อยลง และใช้อุปกรณ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นกว่าในอดีต ส่งผลให้เกิดโรคอ้วนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ กรรมพันธุ์ก็มีส่วนทำให้เป็นโรคอ้วนได้เช่นกัน

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเด็กเป็น “โรคอ้วน”

การจะพิจารณาว่าเด็กหรือวัยรุ่นคนหนึ่งเป็น “โรคอ้วน” หรือมีภาวะโภชนาการเกินนั้น จะพิจารณาจากน้ำหนักและความสูง โดยถ้ามีน้ำหนักตัวมากกว่าค่ามัธยฐานของน้ำหนักตามเกณฑ์ความสูงของเด็กคนนั้นๆ ก็เป็นข้อบ่งชี้ว่าเป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน หรืออาจใช้ดัชนีมวลกายที่สูงกว่าค่ามัธยฐานของวัยและเพศนั้นๆ เป็นเกณฑ์ในการบ่งชี้ว่าเป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน แต่ในกรณีที่อ้วนมาก ก็สามารถทราบได้เลยจากการมองเห็น

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคอ้วน

“โรคอ้วน” เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เพราะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อเด็กคนนั้นได้ ซึ่งได้แก่

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคที่พบในเด็กที่เป็นโรคอ้วน ซึ่งในอดีตเข้าใจว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่พบเฉพาะในผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันพบว่าเด็กอ้วนก็เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้และพบมากขึ้น และเด็กเหล่านี้ต้องได้รับการรักษาด้วยการกินยา และหากรักษาด้วยยากินแล้วยังมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็ต้องได้รับการรักษาด้วยยาฉีดอินซูลิน ร่วมกับเจาะเลือดปลายนิ้วตรวจน้ำตาล เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และในบางรายก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ของเบาหวานตามมาด้วย เช่น ตาและไตผิดปกติ ความดันเลือดสูง เป็นต้น

โรคไขมันในเลือดสูง ทั้งคอเลสเทอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งในระยะยาวก็จะส่งผลให้เด็กเหล่านี้มีความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจและเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต

ความดันเลือดสูง การที่มีภาวะอ้วน จะส่งผลให้เด็กหรือวัยรุ่นเป็นโรคความดันเลือดสูงได้มากกว่าเด็กที่มีน้ำหนักตัวปกติ

...

โตเร็วหรือเป็นสาวเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกัน ในเด็กหญิงที่อ้วนบางรายจะมีการเติบโตเร็วกว่าเพื่อนๆ มีเต้านมก่อนอายุ 8 ปี ซึ่งเรียกว่าเป็นสาวก่อนวัย ส่งผลให้มีประจำเดือนเร็ว วัยรุ่นบางรายอาจมีประจำเดือนมาไม่ปกติ มีสิวและขนมาก

นอนกรน เนื่องจากการมีน้ำหนักที่มากเกินไป ส่งผลให้เด็กอ้วนมีปัญหาเรื่องการนอนกรน บางรายอาจมีหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งจะส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนขณะนอนหลับ ส่งผลต่อการเรียนรู้ สติปัญญา พฤติกรรม สมาธิ และการเติบโตของเด็ก

ไขมันพอกตับ ในระยะยาวก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับเรื้อรัง หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็อาจจะเป็นมะเร็งตับในวัยผู้ใหญ่

ปวดเข่า ปวดสะโพก เดินลำบาก เนื่องจากร่างกายต้องรับน้ำหนักตัวมาก

เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า วิตกกังวล ความเชื่อมั่นในตนเองน้อย ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง

บางรายมีอาการของโรคกรดไหลย้อน

บางรายมีอาการของโรคไมเกรน

สัปดาห์หน้ายังมีเรื่องราวความรู้ของการรักษาโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่น คำแนะนำและการป้องกัน รอติดตามกันนะคะ

...

-----------------------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

ศ.พญ.เปรมฤดี ภูมิถาวร สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล