ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เปิดเคล็ดลับอภิมหาเศรษฐีโลก นอนหลับเต็มอิ่ม ยังทำเงินมหาศาล

    ไทยรัฐออนไลน์9 ส.ค. 2563 09:00 น.
    SHARE

    เราต้องนอนหลับอย่างเพียงพอ ไม่เว้นแม้แต่มหาเศรษฐีโลก อย่าง เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งอเมซอน, บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ และ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ผู้เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้คนมีความสุข มีกิจกรรมในโลกออนไลน์ตลอดเวลา ก็นอนเต็มที่ในแบบของตัวเอง

    ขณะที่หลายคนท่องโลกอินเทอร์เน็ต เล่นเกมกันจนลืมไปเลยว่าต้องนอน แต่มหาเศรษฐีโลก 3 คนนี้ บริหารจัดการตัวเองได้ดี ให้นอนเต็มที่ เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของเคล็ดลับที่ยังสามารถบริหารธุรกิจระดับโลก และทำเงินกันได้มหาศาล ติดทำเนียบมหาเศรษฐีโลกกันทุกปี

    ความร่ำรวยนี้ ยังยืนยันได้จากรายชื่อล่าสุดในทำเนียบมหาเศรษฐีโลกด้านเทคโนโลยีของ Forbes 3 อันดับแรก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 อันดับ 1 ยังคงเป็น เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งอเมซอน เจ้าของธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อันดับ 2 บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ เจ้าของธุรกิจซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และการทำงาน และอันดับ 3 มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ซึ่งต่างยังมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในช่วงโควิด-19

    เส้นทางความสำเร็จของ 3 บริษัทนี้ นอกจากถูกจังหวะเวลาแล้ว ยังมีการปรับตัวทางธุรกิจรับความเปลี่ยนแปลงโดยตลอด ซึ่งเคล็ดลับความสำเร็จที่สื่อต่างชาติเองได้พยายามล้วงความลับของซีอีโอทั้ง 3 คนนี้ สิ่งหนึ่งที่ค้นพบคือระยะเวลาหรือชั่วโมงการนอนในแต่ละคืน ที่ต่างมองเห็นความสำคัญของการนอนหลับอย่างเพียงพอในแบบของตัวเอง

    เจฟฟ์ เบซอส เริ่มเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม โดยเฉลี่ยนอนรวม 7 ชั่วโมง
    เจฟฟ์ เบซอส เริ่มเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม โดยเฉลี่ยนอนรวม 7 ชั่วโมง

    เริ่มจาก เจฟฟ์ เบซอส อายุ 56 ปี ผู้ก่อตั้งอเมซอน ที่เป็นมหาเศรษฐีโลกของทุกอุตสาหกรรม และด้านเทคโนโลยีอันดับ 1 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 189,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขานอนคืนละ 7 ชั่วโมง ในช่วง 22.00-05.00 น. ซึ่งเขาเคยบอกกับสื่อในสหรัฐอเมริกาว่า การนอนเต็มที่ทำให้มีพลังในการทำงาน สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ดี

    บิล เกตส์ อายุ 65 ปี ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ มหาเศรษฐีโลกอันดับ 2 ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สิน 113,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เคยเขียนใน Blog ของเขาว่า ช่วงต้นๆ ในการปั้นบริษัทไมโครซอฟท์ ถ้าต้องเร่งงานโปรเจกต์ซอฟต์แวร์สักโปรเจกต์หนึ่ง เขาก็พร้อมอดหลับอดนอนยาวไปเลย 2 คืน จนได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งได้พูดถึงความสำคัญของการนอนหลับที่ชื่อว่า Why We Sleep ของนักเขียน แมทธิว วอล์คเกอร์ ที่ลูกสาวแนะนำให้อ่าน ก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนทันที

    บิล เกตส์ ค้นพบว่าการนอนให้เต็มที่สำหรับเขาคือ 7 ชั่วโมง
    บิล เกตส์ ค้นพบว่าการนอนให้เต็มที่สำหรับเขาคือ 7 ชั่วโมง

    สิ่งที่ค้นพบคือถ้าอดนอน จะทำให้กระทบต่อความคิดสร้างสรรค์ มีผลกระทบต่อการคิดแก้ปัญหา การตัดสินใจ การเรียนรู้ และความจำ และยังมีผลต่อสุขภาพร่างกาย มีผลต่อหัวใจ สมอง สุขภาพจิต ภาวะอารมณ์ ระบบภูมิคุ้มกัน

    ทุกวันนี้ บิล เกตส์ จึงนอนไม่ต่ำกว่าคืนละ 7 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 24.00-07.00 น.

    เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก ในวัย 36 ปี ใช้เวลานอนเต็มที่ 5 ชั่วโมง
    เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก ในวัย 36 ปี ใช้เวลานอนเต็มที่ 5 ชั่วโมง

    มากันที่ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีโลกอันดับ 4 และด้านเทคโนโลยีอยู่อันดับ 3 เจ้าของทรัพย์สินมูลค่า 98,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วัย 36 ปี ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก นอนวันละ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ประมาณ ตี 3 จนถึง 8 โมงเช้า เพราะมาร์ค ต้องทำงานมากมาย โดยในแต่ละวัน พอทำงานเสร็จของวันนั้นๆ แล้ว เขาจะลิสต์ออกมาถึงสิ่งที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้นทันที

    นอนเต็มที่ส่งผลดีในการทำงานอย่างไร

    ตัวอย่างมหาเศรษฐีโลก 3 คน ที่เปิดเผยเกี่ยวกับการนอนของตัวเอง ทำให้เห็นว่าทุกคนต่างมีเวลานอนที่แน่นอนและเต็มที่ เป็นไปตามสูตรที่มีหลายสถาบันทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ออกมาเปิดเผยงานวิจัยการนอนอย่างมีคุณภาพที่ดีต่อร่างกาย และการทำงาน การเรียนรู้

    อย่างที่ ฮาร์ดวาร์ด เมดิคอล สคูล มีงานวิจัยส่วนหนึ่งที่ระบุว่า การนอนอย่างเต็มที่ มีความสำคัญต่อการเรียนรู้และระบบความจำ ซึ่งมีกระบวนการทำงาน 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรก เมื่อได้รับข้อมูลใหม่ๆ สมองสามารถรับรู้ข้อมูลใหม่นั้นได้

    ขั้นที่สองคือ มีการรวบรวมข้อมูลนั้นเก็บไว้เป็นความจำ เมื่อรับรู้ได้ครบถ้วน รวบรวมจำได้ ก็จะส่งต่อไปที่ขั้นสาม คือเมื่อถึงเวลาต้องใช้ข้อมูล ก็สามารถเรียกข้อมูลนั้นออกมาจากความทรงจำ เพื่อใช้งานได้ทันที ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงาน และการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

    แน่นอนว่าผลในทางตรงกันข้าม การนอนไม่เต็มที่ และการอดนอน ส่งผลลบต่ออารมณ์และการเรียนรู้ การรับรู้ข้อมูลความรู้ใหม่ๆ และการจดจำข้อมูล เมื่อถึงเวลาต้องดึงข้อมูลมาใช้จากสมองจึงทำได้ไม่ดี

    ไม่ใช่มหาเศรษฐีโลก ก็ต้องนอนให้เต็มที่

    การนอนอย่างเต็มที่อาจไม่ได้ส่งให้ทุกคนเป็นมหาเศรษฐีโลกได้ แต่อย่างน้อยส่งผลให้สุขภาพดี เพราะหากสุขภาพไม่ดีย่อมส่งผลต่อการทำงานในแต่ละวัน เช่น รู้สึกไม่สดชื่น มึนงง หงุดหงิด สมาธิไม่ดี 

    คำแนะนำเวลาในการนอนสำหรับวัยทำงานอายุ 26-64 ปี ควรอยู่ที่ 7-9 ชั่วโมง โดยขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน กิจกรรมที่ทำแต่ละวัน รวมทั้งการออกกำลังกาย และสภาพร่างกาย อาการเจ็บป่วยโรคประจำตัวของแต่ละคนด้วย

    ส่วนการเตรียมตัวก่อนนอนที่ดี เพื่อให้นอนได้อย่างเต็มอิ่ม ทำได้ง่ายๆ เช่น เข้านอน ตื่นนอน เป็นเวลาประจำ แม้ว่าจะเป็นช่วงวันหยุดก็ตาม เตรียมที่นอน หมอนที่ดีเหมาะกับการนอนจริงๆ ปรับแสง อุณหภูมิที่เหมาะกับการนอน และที่สำคัญสำหรับคนทำงานอย่างเรายุคปัจจุบัน คือหยุดเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ปิดมือถือ ปิดแล็ปท็อป อุปกรณ์สื่อสาร ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนนอน

    เรียกได้เมื่อถึงเวลานอน ก็ต้องนอน ต้องปิดสวิตช์ และบอก Good Night! กับมหาเศรษฐีโลกกันดีกว่า เพราะไม่เช่นนั้น นอกจากไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีแล้ว ร่างกายจะเสื่อมถอยพังกันได้อีกด้วย ที่สำคัญแม้จะมีเงินมหาศาล แต่ก็ซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้จริงๆ 

    ผู้เขียน : สุกรี แมนชัยนิมิต

    ที่มา : ศูนย์โรคการนอนหลับ โรงพยาบาลรามาธิบดี,Harvard Medical School,Linkedin,Forbes,sleepfoundation,Inc,GatesNotes

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิธีการนอนSpecial Contentการนอนกับความจำบิล เกตส์มหาเศรษฐีโลกเจฟฟ์ เบซอสนอนกี่ชั่วโมงดี

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 03:19 น.