อาการมะเร็งตับจากระยะแรกถึงระยะสุดท้าย พักผ่อนน้อยก็เป็นได้

ข่าว

    อาการมะเร็งตับจากระยะแรกถึงระยะสุดท้าย พักผ่อนน้อยก็เป็นได้

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 มิ.ย. 2563 08:00 น.

    เชื่อหรือไม่ว่า "โรคมะเร็งตับ" คร่าชีวิตผู้ป่วยได้อย่างกะทันหันในผู้ที่มีโรคแทรกซ้อน มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส และพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยมีอาการปวดหลัง อ่อนเพลียเป็นจุดเริ่มต้น และหากเจ้าก้อนมะเร็งมีขนาดโตเกิน 10 เซนติเมตรและลุกลามจะเข้าสู่ระยะสุดท้ายอย่างรวดเร็ว

    เว็บไซต์ศูนย์มะเร็งตรงเป้า โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งตับว่า ผู้ที่รับประทานผักผลไม้น้อย และพักผ่อนในช่วงกลางคืนน้อยก็มีโอกาสเป็นได้ รวมถึงผู้ที่กลั้นอุจจาระบ่อย ๆ โดยมีอาการเริ่มต้นคือท้องอืด ไม่สบายท้อง ใกล้เคียงกับโรคกระเพาะ ดังนั้นต้องผ่านการแยกแยะโรคจากผู้เชี่ยวชาญ จึงจะวินิจฉัยพบมะเร็งตับ

    10 ความเสี่ยงเป็นสาเหตุการเกิด “โรคมะเร็งตับ”

    1. ติดเชื้อจากไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี
    2. ดื่มสุราเป็นประจำ
    3. เป็นโรคเบาหวาน
    4. เป็นโรคอ้วน
    5. รับประทานอาหารที่มีเชื้อราปนเปื้อน เช่น แป้งสาลี ถั่วลิสง
    6. มีภาวะไขมันเกาะตับ, ไขมันพอกตับ
    7. พักผ่อนน้อย
    8. กลั้นอุจจาระ
    9. รับประทานผักและผลไม้น้อย
    10. ใช้ยาที่มีผลต่อตับ หรือสัมผัสสารเคมีเป็นประจำ


    อาการมะเร็งตับ

    อาการมะเร็งตับตามพยาธิสภาพ เมื่อตับผิดปกติจะมีอาการทางพยาธิสภาพ เริ่มจาก เซลล์ตับเป็นพังผืด ตับค่อยๆ เปลี่ยนรูป เหี่ยว หรือจับตัวเป็นก้อน เมื่อพบขนาดเกิน 10 เซนติเมตรขึ้นไป จะรักษายากขึ้น และยิ่งมะเร็งกระจายลุกลามทั่วตับ

    ทางการแพทย์แบ่งระยะโรคมะเร็งตับดังนี้

    • มะเร็งระยะเริ่มต้น พบเซลล์มะเร็งที่ยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อของผู้ป่วย
    • มะเร็งระยะที่ 1, ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 วัดตามขนาดของเซลล์และการแพร่กระจายเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง
    • มะเร็งตับระยะสุดท้าย หรือมะเร็งระยะที่ 4 คือเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

    อาการมะเร็งตับ มีตั้งแต่อาการเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่คันตามลำตัว ไปจนถึงปวดเมื่อยล้า ซึ่งคุณควรสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ หากพบก้อนมะเร็งแล้วต้องป้องกันการแพร่กระจาย โดยอาการมะเร็งตับมีดังนี้

    • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
    • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เมื่อยล้า
    • ปวดแน่นลิ้นปี่ แน่นท้องด้านขวา
    • คลำพบก้อนที่ใต้ชายโครงด้านขวา
    • ท้องโต ท้องบวมไม่ทราบสาเหตุ
    • คันตามผิวหนังร่างกาย
    • ตัวเหลือง ตาเหลือง มีภาวะดีซ่าน
    • เหม็นอาหาร เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างสังเกตเห็นได้ชัด

    การตรวจมะเร็งตับในปัจจุบัน

    หากคุณมีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้น แล้วเป็นกังวล วิธีที่จะทราบได้คือไปพบแพทย์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยี “ตรวจมะเร็งตับ” ให้ผลลัพธ์ได้ชัดเจนด้วย 3 วิธี คือ

    1) ตรวจเลือดดูค่า AFP (Alphafetoprotein)
    2) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
    3) ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)


    วิธีการรักษามะเร็งตับ

    ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็น “มะเร็งตับ” จะได้รับการรักษาตามระดับความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่เริ่มต้นให้ยา, รักษาด้วยเคมีบำบัด จนกระทั่งผ่าตัดเปลี่ยนตับ

    • ผ่าตัดเปลี่ยนตับ
    • ใช้ความร้อนฆ่าเซลล์มะเร็งตับ
    • ผ่าตัดนำส่วนที่เป็นเนื้องอกออก
    • ทำคีโมเฉพาะส่วน
    • รักษาด้วยแพทย์ทางเลือก

    วิธีป้องกันมะเร็งตับ

    ปัจจุบันวิธีป้องกัน “มะเร็งตับ” ที่ง่ายที่สุดและดีต่อสุขภาพ คือ การปรับพฤติกรรม ทั้งการกิน และพักผ่อน ให้เพียงพอต่อวัน และต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจดูค่าตับ ถ้าหากคุณมีอาการอ่อนเพลียบ่อย หรือมีอาการเสี่ยงเป็นมะเร็งตับตามที่กล่าวมา ยิ่งต้องสังเกตตัวเองให้ดี เพื่อลดการเกิดโรค จะได้มีเวลาอยู่กับคนที่คุณรักไปนาน ๆ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    มะเร็งตับอาการมะเร็งตับสาเหตุมะเร็งตับมะเร็งตับระยะสุดท้ายอาการมะเร็งตับก่อนเสียชีวิตตรวจมะเร็งตับอาการมะเร็งตับระยะแรก

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 00:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์