จะดีแค่ไหนถ้าเรารู้ตั้งแต่เกิดว่าจะป่วยด้วยโรคอะไร สุขภาพของเรามีจุดเด่นจุดด้อยอยู่ตรงไหน และถ้าอยากมีสุขภาพดีไปตลอดชีวิตต้องทำอย่างไร ตามตำราแพทย์จีนโบราณ เราสามารถทำนายโรคจากดวงเกิดได้ แถมยังแม่นเหลือเชื่อซะด้วย ถือเป็นการถอดรหัสสุขภาพด้วยตนเอง ชนิดที่แทบไม่ต้องเสียเงินเสียทองเพื่อตรวจสุขภาพประจำปี
หลักการทำนายโรคจากดวงเกิด เป็นศาสตร์มหัศจรรย์ที่คิดค้นขึ้นโดย “นายแพทย์โหลวจงเลี่ยง” ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน ซึ่งทุ่มเทเวลาหลายสิบปีในการศึกษาค้นคว้าตำราการแพทย์เก่าแก่หลายแขนง โดยอ้างอิงศาสตร์การเคลื่อนไหวของพลังจักรวาลอี้จิง มาเชื่อมโยงกับทฤษฎีธาตุทั้งห้าและชี่ทั้งหก
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สุขภาพดีในมุมมองของแพทย์แผนจีนคืออะไร หัวใจสำคัญอยู่ที่การดูแลหยินและหยางในร่างกายให้สมดุล แต่จะดูแลสุขภาพอย่างไรให้สมดุล ก็ต้องรู้จักร่างกายของเราเองซะก่อน เพื่อเลือกวิธีการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักสภาพร่างกายตัวเอง จึงมักมีทัศนคติเรื่องการดูแลสุขภาพไม่ถูกต้อง เช่น เชื่อว่ากินผักผลไม้มากๆ และกินเนื้อสัตว์น้อยๆเพื่อเลี่ยงมะเร็ง หรือกินอาหารเสริมเพราะเชื่อว่ามีประโยชน์กับร่างกาย และเชื่อว่าดื่มนมวัวจะช่วยป้องกันกระดูกพรุน ซินแสยืนยันว่าร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีการดูแลสุขภาพจึงแตกต่างกันเป็นหนังคนละม้วน จงอย่าหลับหูหลับตาทำตามคำโฆษณาชวนเชื่อผิดๆ
...
ตามตำราแพทย์แผนจีนชี้ว่า ถ้าสภาพร่างกายเป็นแบบหนาวเย็น ระบบเผาผลาญจะทำงานค่อนข้างช้า ควรกินอาหารฤทธิ์ร้อนที่ช่วยเร่งการเผาผลาญ เช่น พริก,กระเทียม,ผงกะหรี่ และขิง เพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยรู้สภาพร่างกายแท้จริงของตัวเอง กลับตั้งหน้าตั้งตากินผักผลไม้ ซึ่งมีฤทธิ์เย็น เพราะคิดว่าดีต่อสุขภาพ ผลสุดท้ายกลายเป็นทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำให้เกิดพิษสะสมในร่างกายอย่างต่อเนื่องมากเกินไป จนในที่สุดก็เจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งๆที่ใช้ชีวิตถูกหลักอนามัยมาตลอด
หากอยากรู้ปัญหาสุขภาพของตัวเอง เพียงนำวันเดือนปีเกิดมาคำนวณตามสูตรของซินแส ที่ปรากฏอยู่ท้ายเล่มหนังสือ “ทำนายโรคจากดวงเกิด” ก็จะถอดรหัสชีวิตได้ล่วงหน้าเผยหมดไต๋ว่าเรามีสภาพร่างกายเป็นอย่างไรมาตั้งแต่เกิด มีสุขภาพจัดอยู่ในประเภทไหน เป็นคนหยินพร่อง, หยางเกิน, ชี่ไม่สมดุล หรืออวัยวะใดอ่อนแอเป็นพิเศษ ต้องเร่งบำรุง เช่น คนที่ไตไม่ดี ควรเลี่ยงงานหนัก, ห้ามมีเพศสัมพันธ์บ่อย และห้ามกลั้นปัสสาวะ เพราะอาจไตวาย ส่วนคนที่ปอดไม่ดี ควรงดกินน้ำแข็ง เครื่องดื่มเย็นๆ และไม่ควรอยู่ในห้องแอร์นานๆ ขณะที่คนม้ามไม่แข็งแรง ต้องระวังอาหารการกินและออกกำลังกายสม่ำเสมอ จึงจะไม่อ้วนและห่างไกลโรคเรื้อรัง เช่นเดียวกับคนที่หัวใจไม่ดี ห้ามเครียดเด็ดขาด เพราะมีจุดอ่อนอยู่ที่ระบบประสาท ส่วนคนที่ตับอ่อนแอ อย่านอนดึกและเคร่งเครียดเกินไปจะเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ
ซินแสโหลวแบ่งลักษณะสภาพร่างกายของคนเราไว้หลายประเภท มีตั้งแต่ “สภาพร่างกายแบบหนาวเย็น” มักมีอาการมือเท้าเย็น, อุณหภูมิร่างกายต่ำ, กินอาหารไม่รู้รสชาติ, เหงื่อออกน้อย, ปัสสาวะน้อย, การเผาผลาญช้า, เลือดไหลเวียนไม่ดี, ท้องผูก ระยะยาวจะกลายเป็น “สภาพร่างกายแบบหยางพร่อง” คือพลังงานความร้อนของร่างกายไม่เพียงพอ ทำให้สมรรถภาพร่างกายไม่ดี ร่างกายเสื่อมก่อนวัย คนที่หยางพร่องมักอ้วนง่าย, ระบบย่อยไม่ดี, ขี้หนาว, ผมร่วง, ปวดประจำเดือน และมีลูกยาก เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน, กระดูกพรุน, บวมน้ำ และโรคข้ออักเสบ ตรงข้ามกับ “หยางแกร่ง” ที่ร่างกายมีความร้อนมากเกินไป อวัยวะต่างๆนำไปใช้ไม่ทัน เมื่อหยางร้อนเกินถูกระบายออกมา ทำให้หงุดหงิดง่าย, นอนไม่หลับ, ร้อนในบ่อย, ท้องผูก, ปากเหม็น เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ, ความดันโลหิตสูง, เลือดออกในสมอง, โรคหัวใจ, โรคเกาต์, คอเลสเทอรอลสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ส่วนสภาพร่างกายแบบ “หยินพร่อง” ร่างกายจะแห้ง มีเลือด, สารอาหาร, น้ำในร่างกาย, เหงื่อ และสารคัดหลั่งไม่เพียงพอ หรือกระจายตัวไม่สมดุล อาการบ่งชี้จากร่างกายซูบผอม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แถมผิวพรรณขาดความชุ่มชื้น, ร้อนในง่าย, เป็นแผลในช่องปาก, ท้องผูกเป็นประจำ, ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน, เป็นฝ้า, วิงเวียนและเหนื่อยง่าย, ขี้กังวลและนอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพใหญ่ที่ต้องโฟกัสคือ ท้องผูก, ประจำเดือนมาน้อย, เนื้องอก, ภูมิคุ้มกันต่ำติดเชื้อง่าย, โรคเบาหวาน, ไขมันในเลือดและความดันโลหิตสูง ทั้งยังมีสภาพร่างกายแบบ “ร้อนชื้น” ร่างกายเหนียวข้น ระบายความชื้นไม่ได้ ความชื้นเป็นผลมาจากการเมตาบอลิซึมของน้ำ, เซลล์, สารอาหาร และเกลือ โดยแทรกอยู่ในช่องว่างของอวัยวะและเซลล์ เมื่อร่างกายอ่อนแอจะกระทบต่อการไหลเวียนเลือด ทำให้การขับของเสียและกระบวนการเผาผลาญทำงานช้าลง มีของเสียตกค้างอยู่ในอวัยวะ หากอวัยวะเสื่อมถอยจะทำให้มีความชื้นสะสมมากเกินไป ส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก และกระทบต่อการไหลเวียนชี่เลือด ยิ่งถ้ามีอาการร้อนในร่วมด้วยจะเกิดพิษร้อนสะสม ลักษณะบ่งชี้คือ ผิวมัน, เป็นฝ้าง่าย, กลิ่นปากและกลิ่นตัวแรง, อุจจาระเหนียว, ขับถ่ายไม่คล่อง, อารมณ์ฉุนเฉียว, มือเท้าชา, ง่วงนอน, เซื่องซึม ส่วนโรคประจำตัวพึงระวังได้แก่ โรคตับและถุงน้ำดี, โรคระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์
...
สภาพร่างกายของคนเรายังผสมผสานได้หลายแบบ อาจมีสภาพ “ชี่ติดขัดสะสม” ร่วมด้วย ทำให้ขาดสมดุลระหว่างหยินกับหยาง จุดอ่อนอยู่ที่ลำคอ, กระเพาะอาหาร และตับ มักอักเสบเรื้อรัง มีความเสี่ยงเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ น้ำหนักลดฮวบฮาบ, ใจร้อน, พูดเร็ว, วิตกกังวล และตื่นเต้นง่าย ชี่คือพลังชีวิตที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวเป็นปกติ ถ้าร่างกายเราเป็นเครื่องจักร ชี่ก็คือพลังงานไฟฟ้า ต้องมีไฟฟ้า เครื่องจักรจึงทำงานได้ คนที่ร่างกายอ่อนแอมากจึงมีสภาพร่างกายแบบ “ชี่พร่อง” คือมีพลังชีวิตไม่เพียงพอ, อวัยวะอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง, เหงื่อออกมากผิดปกติ, เป็นหวัดง่าย, ออกกำลังกายเบาๆก็เหนื่อยหอบ, หน้าซีดปากซีด, รูปร่างผอม, ม้ามและกระเพาะอาหารทำงานไม่ดี, ท้องอืดง่าย, เลือดลมไม่ดี มีผื่นคันตามผิวหนัง, เป็นฝ้า, มักปวดเมื่อยตามร่างกาย, ขับถ่ายไม่คล่อง แม้จะถ่ายบ่อยแต่ปริมาณอุจจาระน้อย เสี่ยงภาวะไขมันในเลือดสูง
...
ยาวิเศษสำหรับคนอื่นอาจเป็นยาพิษสำหรับเรา ซินแสโหลวย้ำเรื่องนี้มาก เมื่อเจาะลึกจนรู้สภาพร่างกายตามกำเนิดแล้ว จึงต้องวางแผนบำรุงร่างกายให้ถูกโฉลกกับสภาพความเป็นจริง แผนบำรุงร่างกายสำหรับ “คนหยางพร่อง” คือ ป้องกันความเย็นและเสริมความอุ่นด้วยอาหารฤทธิ์ร้อน เช่น กระเทียม, พริก, ผักชี, ขิงสด, เนื้อวัว, เนื้อไก่, กระเพาะหมู, กุ้ง, ปลาไหล, กุยช่าย, ฟักทอง, หอมหัวใหญ่, แครอท, ลิ้นจี่, ทุเรียน, ลำไย และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ส่วนพวก “หยางแกร่ง” ต้องหาทางระบายความร้อนส่วนเกิน ควรกินอาหารเสริมความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงอาหารฤทธิ์ร้อนและอาหารที่ให้พลังงานสูง กินดีเหมาะกับคนบ้าพลัง มีอาทิ รากบัว, ผักกาดขาว ปวยเล้ง, แตงกวา, มะระ, แห้ว, มะเขือเทศ, ปู, หอยนางรม, เนื้อเป็ด, กล้วยหอม, แตงโม, ส้ม, สาลี่ และสตรอว์เบอร์รี ส่วน “คนหยินพร่อง” ไม่ควรกินอาหารฤทธิ์ร้อนและแห้ง ขณะเดียวกันก็ต้องกินอาหารฤทธิ์เย็นด้วยความระมัดระวังกว่าคนประเภทอื่น ซินแสแนะนำให้กินผักผลไม้เป็นประจำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย พร้อมบำรุงเพิ่มด้วยธัญพืชอย่างลูกเดือย, งาดำ, ถั่วดำ, รากบัวสด, เม็ดมัว, ฟัก, บวบ, แตงกวา, ปวยเล้ง, เต้าหู้, ถั่วงอก, หัวไช้เท้า, มะเขือเทศ, แห้ว, สาหร่ายทะเล, เนื้อหมู, คากิ, เนื้อเป็ด, ปู, ปลาหมึก, ปลาไหล และหอยนางรม ห้ามกินเด็ดขาดคือ กุยช่าย, ต้นหอม, ขิง, กระเทียม, พริก, ยี่หร่า, ผักชี, กุ้ง, เนื้อแพะ, ทุเรียน, ลำไย และลิ้นจี่.
...
อาคีรา