ข่าว
100 year

ร้อยแปดพันเก้า : นักสู้แห่งแม่แจ่ม ลุยภัยแล้ง-ฝ่าโควิด-19

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 พ.ค. 2563 05:02 น.
SHARE

พ่อหลวงมนตรี ภาสกรวงศ์

อ.แม่แจ่ม เมืองเล็กๆใน จ.เชียงใหม่ ที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา จากพื้นที่เขาเขียวขจีกลับต้องเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เพราะแม่แจ่มเป็น 1 ใน 21 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่หนักสุดในรอบ 40 ปี

ทว่ามีเกษตรกรนักสู้อย่าง มนตรี ภาสกรวงศ์ เกษตรกรแห่งบ้านแม่ซา ที่อดีตเคยเป็นพ่อหลวง ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม ผู้นำชุมชนสู้ภัยแล้งต้นแบบในโครงการ “เอสซีจีร้อยใจ 108 ชุมชนรอดภัยแล้ง” ผู้สืบสานพระราชปณิธานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเชื่อในหลักการพึ่งพาตนเอง ด้วยการลุกขึ้นมาบริหารจัดการน้ำไม่รอพึ่งพาเพียงแหล่งน้ำธรรมชาติ และทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ช่วยสร้างทางเลือกในการทำเกษตรได้หลากหลาย

แท็งก์น้ำยามแล้ง

พ่อหลวงมนตรี มีที่ดินมรดกกว่า 27 ไร่ แต่กลับเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมบนภูเขาหัวโล้น เพราะบอบช้ำจากการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่สามารถขายทำกำไรแต่ละปีแล้วขาดการบำรุงแร่ธาตุ จนผืนดินค่อยๆเสื่อมโทรมลง และถูกปล่อยให้รกร้างในที่สุด

ด่านแรกของการเริ่มต้นคือ จัดสรรผืนดินแห้งแล้งให้มีแหล่งน้ำเพียงพอ สำหรับทำเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีพี่เลี้ยงที่ช่วยแนะนำความรู้เพื่อพลิกฟื้นผืนดินเสื่อมโทรม จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. รวมทั้งเครือข่ายแม่ละอุป และมูลนิธิรักษ์ไทย ด้วยการนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำมาใช้ในพื้นที่ และปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรไปเป็นรูปแบบของวนเกษตร

ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

พ่อหลวงมนตรีใช้เวลา 3 ปีในการพลิกฟื้นผืนดินมรดกเสื่อมโทรมถึงขั้นเป็นเขาหัวโล้น ให้เป็นพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้อย่างอุดมสมบูรณ์ด้วยการ “สร้างแหล่งน้ำ” ตั้งแต่ การสร้างฝายชะลอน้ำ ขุดสระน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เชื่อมต่อแหล่งน้ำด้วยท่อ เพื่อนำน้ำมาใช้หมุนเวียน พร้อม วางระบบน้ำแบบหยด เพื่อให้น้ำซึมไปตามร่องดินที่เก็บน้ำไม่อยู่ผ่านไปสู่พืช และให้มีน้ำหล่อเลี้ยงพืชได้ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็ สร้างถังเก็บน้ำสำรองไว้ที่สูง เพื่อเป็นระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ โดยใช้แรงดันน้ำดันให้น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เมื่อมีแหล่งน้ำไว้ใช้ก็มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยพี่เลี้ยงแนะนำให้ ทำระบบโซลาร์เซลล์ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า ในการใช้เครื่องสูบน้ำ

“แทบไม่น่าเชื่อว่าจากพื้นดินแห้งแล้งกลับมาเพาะปลูกได้ จึงเริ่มจากปลูกผักใบช่วยบำรุงแร่ธาตุในดิน ให้พืชเจริญเติบโต ตามด้วยการปลูกไม้ผลอีกหลายชนิดพร้อมกันกับเลี้ยงสัตว์ ตามสัดส่วนของพื้นที่” การขยายพื้นที่แต่ละครั้งของพ่อหลวงมนตรียึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “ประมาณตน มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน” จึงค่อยๆขยายพื้นที่ตามกำลัง เพราะไม่สามารถทำทีเดียวทั้งหมด 27 ไร่ โดย พ่อหลวงมนตรีมุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับฤดูกาลและปริมาณน้ำ พร้อมกับจัดทำวนเกษตร คือการสร้างป่าในพื้นที่แปลงเกษตร ด้วยการปลูกพืชที่หลากหลายทั้งไม้ยืนต้น ไม้ผล พืชผักสวนครัวและพืชผักหมุนเวียน ที่ใช้ระยะเวลาปลูกและเก็บเกี่ยวสั้น ระยะกลางเป็นไม้ผลจะมีรอบการผลิตปีต่อปี รายได้รายปีจึงเกิดจากไม้ผลเป็นส่วนใหญ่ และระยะยาวเป็นการปลูกไม้ยืนต้น เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้มะฮอกกานี หรือไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่ใช้ระยะเวลาการเจริญเติบโต

ขุดร่องน้ำในพื้นที่

“ผมเริ่มจากไปเรียนรู้การบริหารจัดการน้ำ สร้างแหล่งน้ำคู่กับการทำวนเกษตร ยามแล้งไม่ขาดน้ำ ในขณะที่ชุมชนโดยรอบยังคงทำการเกษตรปลูกพืชไร่ไม่สอดคล้องกับสภาพดิน แต่ผมปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ เป็นทุนต่อยอดปลูกพืชชนิดอื่น โดยทำทีละส่วน ทำเท่าที่มีเงินทุน ยัง ไม่สายหากชุมชนจะเริ่มมองการจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และสร้างแหล่งอาหารของตัวเอง แม้จะมีวิกฤติเกิดขึ้น ก็จะผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอน”

พ่อหลวงมนตรีย้ำว่า หัวใจสำคัญคือการหาแหล่งน้ำ เมื่อน้ำธรรมชาติขาดแคลน แต่ท้องไร่แห่งนี้ยังมีบ่อน้ำสำรองเพียงพอสำหรับปลูกพืชเป็นแหล่งอาหารได้อย่างมั่นคง หรือแม้กระทั่งวิกฤติโรคระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ชีวิตเกษตรกรนักสู้ยังดำเนินต่อในวิถีเดิม เป็นต้นน้ำผลิตอาหาร ฟันเฟืองหนึ่งซึ่งขับเคลื่อนสังคม ช่วยลดการขาดแคลนอาหาร สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศในภาวะที่ต้องเผชิญกับวิกฤติ

จัดสรรพื้นที่เพื่อเตรียมทำเกษตรผสมผสาน

“ไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่ว มีปัญหาการกักตุนสินค้าขยายวงกว้าง และเกษตรกรส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ผมกลับมั่นใจในการบริหารจัดการน้ำตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ว่าจะช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้ง สามารถปลูกพืชและมีผลผลิตที่ได้กินและใช้ในครัวเรือน เหลือก็จำหน่าย ไม่ต้องซื้อเพิ่มหรือกักตุนเหมือนคนอื่น ยังไม่สายไปหากชุมชนอื่นจะเริ่มหันมาบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อทำเกษตร สร้างแหล่งอาหารให้ตนเอง ซึ่งจะช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นไปได้อย่างแน่นอน”.

บ่อน้ำที่ขุดไว้

@เจ๊หม่า

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ร้อยแปดพันเก้าเจ๊หม่าเชียงใหม่รอดภัยแล้งเกษตรทฤษฎีใหม่ฝายชะลอน้ำจัดการน้ำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้