ข่าว
100 year

เหนือฟ้าใต้บาดาล : 3 ความต่างพลังศรัทธา เครื่องรางของขลังไทย-จีน

รัก-ยม24 พ.ค. 2563 05:05 น.
SHARE

“3 ความต่าง”...ในการใช้เครื่องรางของขลัง “ไทย–จีน”

“จากประสบการณ์ที่พบจริงคือ...ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ก็ล้วนมีบ้างที่แม้จะน้อยมากแต่ก็มีคนที่เหมือนมีพลังพิเศษที่คนทั่วไปไม่มี แต่น้อยยิ่งกว่าน้อยจะมีมากจนทำอะไรให้คนเห็นได้ชัดเจน หรือมีนิดๆหน่อยๆ ก็ไม่มีใครดูไม่ออก เช่น กรณีคุณสง่า กุลกอบเกียรติ ผู้สร้างวิหารเซียน”

จิตรา ก่อนันทเกียรติ ผู้ที่เก็บข้อมูลมายาวนานสายไทยและจีน พบการมีพลังของท่านด้วยตาตัวเอง เคยไปหาท่านที่บ้านแล้ว เห็นท่านนั่งสบายๆบนเก้าอี้โซฟา มือจับอยู่บนหัวผู้หญิงวัยสัก 50 ปี ร่างท้วมนั่งที่พื้นแบบหน้าแดงก่ำ ตัวสั่น พั่บๆๆๆ...มาเจออีกทีก็จากซินแสฮ่องกง บอกว่าท่านเป็นคนมีกำลังภายใน วิธีทดสอบคือให้เอานิ้วจิ้มเข้าไปที่ลิ้นปี่ท่านจะมีพลังกระแทกออกมา ทุกปี...ต้องไปจำศีลและฟื้นฟูพลังที่บู๊ตึ๊ง เพราะที่นี่ นอกจากจะมีศาลเจ้าที่ต้องไปไหว้ทำสมาธิ ยังต้องไปขึ้นเขาสูงจนถึงยอดเขาแล้วตะโกนไปที่ยอดเขาอีกลูก

...ให้เสียงสะท้อนกลับมาจึงจะถือว่าใช้ได้ ก็ว่าจะตามซินแสไปดูให้เห็นด้วยตาเมื่อเปิดประเทศได้ค่ะ ซินแสขู่ว่า ถ้าได้ไปไหว้ที่ศาลเจ้าบู๊ตึ๊ง อาจจะไม่อยากไปไหว้ที่ไหนอีกเลย

จึงนำไปสู่ความคิดว่า สมัยโบราณที่คนเล่นเครื่องรางของขลังสายไทย จะนิยมว่าให้อาจารย์ที่เก่งกล้าอาคม เช่น พระสงฆ์ที่พรรษาแก่กล้า การสวดของท่านจะมีพลัง อัดพลังลงของขลังได้ หรืออย่าง พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ก็มีประวัติที่เป็นที่ยอมรับในพลังพิเศษในตัวท่าน ตลอดจนกรณีร่างทรงที่อยู่ดีๆเหมือนมีองค์

@@@@

ทางไทย...จะเชื่อว่า งาช้าง เขี้ยวเสือ เขี้ยวหมูป่า ใช้ทำเป็นของขลังดีมาก ตรงนี้จะมีความแตกต่างจากองค์ความรู้ของทางซินแสฮ่องกงว่า “สายเต๋าสะอาดจะไม่เอาการเอาพลังวิญญาณใดมาทำเป็นของขลัง เพราะทำให้วิญญาณไม่ได้ไปใช้เวรกรรมและได้เกิดใหม่ตามวาระ เขาถือว่าบาปกรรม”

อย่างเขี้ยวหมูป่านั้น ซินแสฮ่องกงก็มี แต่กรรมวิธีให้ได้มาน่าสนใจว่า เมื่อเจอหมูแก่เขี้ยวได้ขนาดจะมีพลัง จะทำการล่อให้มันโกรธแล้ววิ่งไล่ จนมันโกรธสุดขีดพลังโกรธพุ่งสุด คนล่อจะเอาไม้มาขวางให้มันงับไม้จนเขี้ยวฝังไว้ เมื่อถอนปากออกมา เขี้ยวก็จะติดไม้นั้น ประมาณว่าเอาของแบบต้องไม่มีการฆ่าแกง

หรืออย่าง...“งาช้าง” เขาจะใช้เป็นลูกปาล์มงาช้างมาแกะสลักเป็นของมงคลสำหรับวิญญาณคน ซากร่างของคนที่ตายโหง โดยเฉพาะเด็กที่ตายทั้งกลม เด็กที่ถูกทำแท้งหรือแท้งไปเอง จะมีพลังวิญญาณที่ยังไม่ไปไหน อาจเพราะไม่ได้ถูกจัดการงานศพที่ถูกต้องและทำบุญไม่ครบถ้วน พลังที่ยังอยู่พร้อมให้โทษใหญ่ร้าย ที่ชัดเจนคือ...การล่มสลายของราชวงศ์จีน?

“มักจะไม่ได้คิดถึงประเด็นพระนางซูสีไทเฮาสั่งฆ่าคนมากมาย ฮองเฮาที่ตายทั้งกลมก็มี หรืออย่างมเหสีของกวงซู่ฮ่องเต้ถูกซูสีไทเฮาจับฆ่าด้วยการทิ้งลงบ่อ พิธีศพย่อมไม่ได้ทำ ต่อให้ พระนางซูสีไหว้เจ้ามากมาย พระราชวังปักกิ่งมีของมงคลมากมาย ก็มิอาจสู้พลังร้ายคนตายโหง”

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภูมิปัญญาไทยสายคุณไสยจะมีคนมีวิชาชอบทำพิธีเอาวิญญาณผีตายโหงมาใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ซึ่งซินแสฮ่องกงบอกว่า เขาถือเรื่องพวกนี้ เขาจะไม่มีการเอาพลังวิญญาณใดมาใช้ทำมาหากิน และวิญญาณพวกนี้มักทำให้คนที่ใช้สอยหรือคนใกล้ตัวไม่สบายเรื่อยๆ เล็กใหญ่แล้วแต่วาระ

ซึ่งคิดว่าทางไทยจะไม่ค่อยถือสาเรื่องพวกนี้ หรือไม่รู้ว่าไม่รู้ก็ไม่ทราบ แต่ซินแสฮ่องกง เชื่อว่าของพวกนี้วันหนึ่งก็จะเข้าตัวคนทำคุณไสยให้มีอันเป็นไป

@@@@

ต่างที่สอง...ของขลังเมื่อเบิกเนตรแล้วอย่าซี้ซั้วให้คนจับ นี่คือคำสอนจากซินแสฮ่องกง ที่มาคือในช่วงที่ถูกว่าจ้างให้ไปถ่ายรายการทีวีที่เกาะโพท้อซัว เซี่ยงไฮ้ ก่อนกลับลูกชายเจ้าของงาน เห็นจิตราใส่แหวนเครื่องรางดูสวยดีก็ขอดู ก็ถอดจากนิ้วให้เขาไปดู เช้าวันต่อมาเห็นความผิดปกติไปจากเดิมของแหวนเล็กน้อยแต่ไม่ได้คิดอะไรพอรุ่งขึ้นอีกวัน...เกิดเป็นงูสวัดที่หน้า ซินแสบอกว่า คนที่จับแหวนเราคงมีปัญหา พลังมันไหลใส่กันได้

ดังนั้น...ของขลังเบิกเนตรแล้ว อย่าให้ใครมาจับอีก ซึ่งในทางไทยคงทำไม่ได้เพราะวงการพระเครื่องต้องจับพระส่องกันไปมา แต่เซียนพระที่ ถูกยิงตายหรือฆ่าตัวตายจากปัญหาใหญ่ร้ายของชีวิต และที่ต้องติดคุก ก็หลายรายเช่นกัน ซึ่งจริงๆ แล้ว สมัยโบราณชายไทยที่ผ่านพิธีกรรมก็ไม่ให้ใครถูกตัวเช่นกัน

ข้อสุดท้าย...“ของธรรมชาติที่เหนือธรรมชาติ” เช่น หินที่ใช้ทำเครื่องรางของขลัง ของแท้ต้องเย็นจัด โดยเฉพาะหยก และต้องมีสีที่ใช่ มีขนาดความใหญ่ยาวหนาที่ถึง โดยไม่มีตำหนิหรือตำหนิน้อยมาก ซึ่งความรู้นี้คนไทยน่าจะรู้กันเยอะแล้ว แต่ในแง่ของไม้มงคลอาจยังมีความรู้ในเบื้องลึก คือ ไม้ที่จะทำเป็นเครื่องรางหรือวัตถุมงคลต้องหมดยางไม้แล้ว โดยเฉพาะลูกปัดไม้ที่นิยมใส่ข้อมือต้องเบาที่สุด ลูกปัดไม้ถ้าหนักจะดูดพลังจากตัวเรา อันนี้เคยเจอลูกปัดไม้ถูกๆที่สำเพ็ง 180 บาท ก็ซื้อมาใส่ ถูกซินแสดุเลยค่ะ แต่ก็ทำให้ได้ความรู้นี้มา

อย่างลูกปัดหิน ถ้าไม่เย็นจัดๆ ก็ไม่ใช่ของดี กับอีกความรู้คือไม้กฤษณาที่จะมีพลังมงคล ซินแสฮ่องกงบอกว่าต้องเป็นไม้ที่ถูกกรีดยางไปขายจนหมดยางและล้มเองไม่ใช่ถูกตัด จากนั้นต้องแช่อยู่ในน้ำแบบเป็นธรรมชาติ ถูกแดดถูกฝนนานจนไม้เปลี่ยนสี จึงจะเป็นไม้ที่มีพลัง

สรุปคือ...การใช้อวัยวะของสัตว์ใหญ่, การเอาพลังวิญญาณมาใช้ของทางไทย ซินแสฮ่องกงไม่เห็นด้วย และเชื่อว่าจะมีการถูกเอาคืนแบบหนักหน่วง ถือว่าแม้จะให้คุณแต่ก็มีโทษร้าย ทางจีนจึงนิยมเป็นการใช้คำมงคล เช่น ฮก หมายถึงบุญ, โชค วลีมงคล เช่น ชุกยิบเผ่งอัน แปลว่า เข้าออกให้ปลอดภัย บทสวด, การเขียนยันต์จะเขียนบนกระดาษ, ผ้า, โลหะ, ไม้, วัตถุมงคล, เครื่องรางได้ทั้งสิ้น เพื่อให้เป็นใจที่คิดบวกเมื่อเห็น

และ...ขอให้พลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันอาจเป็นเจ้าที่ เจ้าประตู เทวดาประจำตัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงให้มีพลังทุกครั้งที่เห็น ด้วยความเชื่อว่าคนดีผีคุ้ม สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตา ทุกตรุษจีนคนจีนจึงติดคำมงคลไว้สองข้างประตูกับที่เหนือประตู และทุกศาลเจ้าจึงมีคำกลอนคู่ที่ประตูจีน มีป้ายชื่อเจ้าและผ้าแขวนคำมงคลที่เหนือองค์เจ้าและเพดาน ที่ผ่านมาคำว่า...ชุกยิบ เผ่งอัน คือ เข้าออกปลอดภัย จะไม่มีใครเห็นความ สำคัญเท่าเงินทองโชคลาภการค้า

แต่...การเกิด “โควิด-19” ก็หวังว่าทุกศูนย์การค้าในไทยจะติดตัวฮกกลับหัวตัวใหญ่ๆเพื่อให้โชคกลับมาหาทั้งตัวห้างเองและลูกค้า ติดคำว่า...เข้าออกปลอดภัยไว้ตัวโตๆให้ทุกคนได้รับคำพรจากเจ้าประตูและเจ้าที่ของห้าง และหากใคร ถูกใจก็กรุณาอย่าแอบขโมย ซินแสบอกว่า...“ของดี ที่เราเห็นย่อมไม่ดีอีกแล้วสำหรับคนขี้ขโมย คนขี้ฉ้อทุจริตคดโกง แต่อาจทำให้มีอันเป็นไปถึงชั่วลูกหลาน”

“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อ โปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

รัก–ยม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เหนือฟ้าใต้บาดาลรัก-ยมงาช้างธรรมชาติหนือธรรมชาติเครื่องรางของขลังศรัทธา

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้