ถ้าใช้ค่านิยมแม่พิมพ์มาตรฐานวงการวันนี้...พระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูม มีสองพิมพ์ พิมพ์ฐานสิงห์แคบ และพิมพ์ฐานสิงห์กว้างเท่านั้น
ดูภาพสมเด็จองค์ในคอลัมน์ โดยสัดส่วนทั่วไป คล้ายพิมพ์ฐานสิงห์แคบ แต่เมื่อดูที่พระเกศที่ “ตูม” เป็นตุ้มชะลูดสูง ต่างเกศบัวตูมคุ้นตาที่ออกไปทางกว้าง...นักเล่นรุ่นใหม่มักตัดสินทันที “ผิดพิมพ์”
พระสมเด็จเนื้อเกสรดอกไม้ ขาวอมเหลือง เกลี้ยงเกลานุ่มนวล ดูได้ง่ายๆเป็นวัดระฆัง ก็คงถูกเมินมาเป็นเวลาเนิ่นนาน...จนกว่าจะมาถึงมือคนเป็นพระสมเด็จจริงๆ
ลองมาทบทวนวิชาครูกันดูอีกสักที พระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมนั้น ครู “ตรียัมปวาย” ท่านรวบรวมตีพิมพ์ไว้ใน “ปริอรรถาธิบายแห่งพระ-เครื่อง” เล่มพระสมเด็จฯว่ามีอยู่ 5 พิมพ์
1.พิมพ์เขื่อง 2.พิมพ์โปร่ง 3.พิมพ์สันทัด 4.พิมพ์ย่อม และ 5.พิมพ์เกศบัวเรียว
แต่ละพิมพ์มีขนาดและลีลาเส้นสายไม่เหมือนกัน แม้หนังสือของครูจะมีภาพขาวดำเล็กๆให้ดู ก็ยังพอเห็นเค้าโครงเป็นตัวอย่าง ให้เทียบเคียงได้ในระดับหนึ่ง
ในหัวข้อมูลสูตรสัญลักษณ์ทางพิมพ์ทรง ครูบอกว่า พิมพ์เกศบัวตูมเป็นอีกพิมพ์ทรงหนึ่ง ซึ่งบางแบบพิมพ์งดงามที่สุด และปรากฏน้อยมาก
ลักษณะโดยทั่วไป อยู่ในระหว่างพิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงฐานแซม และพิมพ์ทรงสังฆาฏิ
พุทธลักษณะพิเศษของแบบพิมพ์นี้ คือพระเกศตุ้ม
เรียกพิมพ์เกศบัวตูม เนื่องด้วยพระเกศตุ้ม และกอปรด้วยปางขัดสมาธิเพชร และพุทธลักษณะหนักแน่นขึงขัง จึงทำให้เห็นเค้าพุทธศิลป์ สกุลช่างเชียงแสนยุคต้น
ในหัวข้อมูลสูตรพุทธลักษณะ “ตรียัมป-วาย” บอกว่ามีลักษณะพระเกศอยู่ 3 แบบ
แบบตุ้มเป็นแบบพระเกศพิเศษที่แตกต่างจากพิมพ์ทรงใดๆ สัณฐานเขื่องเป็นต่อมตุ้ม ส่วนโคนเขื่องมาก ช่วงสั้นและทู่เช่นเดียวกับพระเกศพระพุทธรูปเชียงแสนยุคต้น
...
แบบจิ่มสัณฐานที่จิ่มสั้น และย่อมเยากว่าแบบแรก เป็นแบบที่ปรากฏเป็นมาตรฐานทั่วไป
แบบเรียวทรวดทรงสัณฐานทำนองเดียวกับแบบปลีของพิมพ์ทรงเจดีย์ แต่ช่วงสั้นกว่าเล็กน้อย และมักเป็นคดกริชด้วย เป็นพระเกศของพิมพ์เกศบัวเรียว
ครูอธิบายแบบพิมพ์หลังนี้ว่า ถ้าจะแยกออกไปต่างหาก ก็ควรจะเรียกพิมพ์ทรงเกศบัวเรียว แต่เห็นว่า มูลลักษณะโดยทั่วไปทำนองเดียวกับเกศบัวตูม จึงสงเคราะห์เข้าไปในจำพวกเดียวกัน
ดูจากจำนวน 6 องค์ในหนังสือครู พอเห็นเค้า พิมพ์เกศบัวเรียว ขนาดย่อมเยาพอๆกับ “พิมพ์ย่อม”
ดูภาพองค์ในคอลัมน์ประกอบคำอธิบายของครู...พระเกศแบบปลี ยาวเรียว ส่วนปลายมักขาดหายไม่ติดพิมพ์
พระอาสนะเป็นแบบโปร่ง ฐานทุกชั้นแสดงส่วนนูนหนา และความวาดเว้าคมเด่น ฐานชั้นกลางแสดงแนวคมขวาน และกาบเท้าสิงห์คมมากที่สุด ช่องไฟระหว่างฐานโปร่ง
ซุ้มประภามณฑลหวายผ่านูนหนา ทรงย้วยและสอบเข้าหากันน้อยๆ
ว่ากันโดยพิมพ์ทรงที่ไม่ค่อยพบในวงการ อาจถูกเมินจากเซียนรุ่นใหม่ แต่ก็กลายเป็นข้อดีคือ พิมพ์ทรงเกศบัวเรียวยังไม่ค่อยเห็นของปลอม โอกาสได้พระแท้จึงมีมากกว่า
ยิ่งเนื้อหาสมบูรณ์แบบเดิมๆ ละเอียดขาวอมเหลือง แบบนมข้น ยังไม่เปิดผิวให้เห็นเม็ดมวลสาร
แต่ฝ้ารักสีแดงอมน้ำตาล ทั้งหนาและบางก็ช่วยขับเน้นให้เห็นความเก่าถึงอายุ ด้านหลังริ้วร่อง รอยยุบแยกธรรมชาติคละเคล้ากับชิ้นรัก ฝ้ารักหนาและบาง เติมเต็มให้เป็นว่าเป็นพระสมเด็จวัดระฆังแท้ ดูง่าย
นี่ก็คือสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เกศบัวเรียว ที่จะถือเป็นองค์แรกในวงการวันนี้ ก็คงได้
ดูเอาไว้ให้คุ้นตา ถ้ามีศรัทธาศึกษาตามแนวครู โอกาสได้พระสมเด็จวัดระฆังแท้แบบองค์นี้ คงมีเข้าสักวัน.
พลายชุมพล