พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่เหลือรัก-ทอง มากบ้างน้อยบ้าง ให้ดูเป็นองค์ครู...วันนี้ เท่าที่ดูภาพพระผ่านวงการฯ เหลืออยู่น้อยเต็มที ดูองค์ในคอลัมน์วันนี้ พิมพ์ใหญ่แม่พิมพ์คุ้นตา ริ้วรอยธรรมชาติ ขอบข้างด้าน หลัง เป็นตัวช่วยสำคัญ คนเป็นพระตัดสินได้ทันที พระแท้ดูง่าย
แต่กับคนพอเป็นบ้าง เจอพระปลอมฝีมือดี จนไม่แน่ใจ ก็พอจะหาองค์เทียบเคียงได้ ในหนังสือทำเนียบพระพันตา ของสีกาอ่าง (ตอนนี้ เป็นหนังสือหายาก ร้านหนังสือในพันธุ์ทิพย์ บอกราคาสี่ห้าพันบาท) องค์ที่ 90
เรื่อง ที่ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ ทั้งเส้น สายลายพิมพ์ สภาพของแผ่นทองที่ปิดเหนือรักแน่นหนา กระทั่งริ้วรอยด้านหลัง ไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็เหมือนกันมาก...ความลังเลว่า พระฝีมือหรือไม่ ก็หมดไป
พระสมเด็จวัดระฆังแท้...เป็นเช่นนี้...แม้จะผ่านกาลเวลายาวนาน ผ่านสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อเป็นพระที่ถูกพิมพ์ขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน...ลงรักปิดทองด้วยกัน ก็ยังเหลือสภาพที่คล้ายๆกันไว้ ให้ศึกษาเทียบเคียง
ผ่านเรื่องเนื้อ เรื่องพิมพ์ไป วันนี้อยากจะคุยในหัวข้อหลัก คือ “รัก-ทอง”
ผมจงใจ ไม่มีคำ “ชาด” ทั้งที่วงการเพิ่ง ฮือฮากับสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ซื้อไปในราคาถึง 60 ล้าน และเป็นองค์ที่เห็นกันชัดๆกับตาว่า ขอบข้างทั้งสี่ด้านลงชาดเอาไว้สีแดงร่า
(ขอใช้คำว่า “ลงชาด” เพราะในเชิงช่าง กระบวนการ “ล่องชาด” หมายถึง พื้นที่ว่างของลวดลายที่ปิดทอง เรียกกันว่า ลงทองล่องชาด)
องค์นี้ซุบซิบกันว่า ต้า บางแค เปลี่ยนมือให้กำนันมานะ 28 ล้าน “เช็ง สุพรรณ” ซื้อต่อไป 40 ล้าน
...
จะซื้อขายกันจริงหรือไม่...จุดความสนใจของ คนรักพระสมเด็จ กลับมุ่งไปสู่เรื่อง สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มีองค์ล่องชาดขึ้นแล้ว
ส่วนความเชื่อของวงการ ที่เชื่อตามครูตรียัมปวายว่า สมเด็จวัดระฆังล่องชาด เป็นของปลอม 99%
ในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จ ครูบอกว่า เท่าที่เจอมา มีพิมพ์ปรกโพธิ์ฐานแซมองค์เดียว ที่ลงชาดแล้วทารักติดแผ่นกระดาน คนอยากได้พระใช้วิธีเลื่อยกระดานเท่าขอบพระ แล้วฝนเนื้อกระดานออกจนถึงเนื้อพระ...ปรกโพธิ์ฐานแซมองค์นี้ เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
พระสมเด็จวัดระฆัง มีลงชาดเพียงองค์เดียว เท่านั้นหรือ? แล้วชาดสีแดงที่ขอบข้างพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่เพิ่งขายกัน 60 ล้าน จะเป็นองค์ที่สองหรืออย่างไร
ค่อยๆไล่เรียงเรียนรู้กันต่อไป ในข้อเขียนของตรียัมปวายเอง ก็อธิบายสภาพของเนื้อรักไว้สองอย่าง รักน้ำเกลี้ยง เนื้อรักบาง สีดำแกมเลือดหมู หรือสีดำแกมน้ำตาล หลุดล่อนง่าย และรักน้ำดำ เนื้อรักหนา หลุดล่อนยาก
คำอธิบายครู เมื่อเอามาใช้กับพระสมเด็จวัดระฆัง ที่ปรากฏในระยะหลังๆ เป็นภาพสีขยาย ใหญ่ คมชัด ก็จะพบว่าเนื้อรักที่ติดหนา และเห็นเป็นสีดำนั้น เมื่อหลุดลอกออกแล้ว เหลือชิ้นรักบางๆชั้นในเป็นสีแดง
ทั้งแดงเลือดหมู และแดงแกมน้ำตาล
ใครมีหนังสือภาพองค์เล่าปี่ใกล้มือ ลองเปิดดูใต้แผ่นทอง ถึงเนื้อรักสีดำนั้น มีบางส่วนที่ผิวรักลอก เห็นสีรักชั้นในเป็นสีแดง ก็แดงเหมือนชาด...นั่นแหละ
ความจริงข้อนี้ชี้ว่า ที่ว่ามีรักดำ รักแดงนั้น แท้จริง เป็นรักชนิดเดียวกัน สีที่เห็นต่าง อยู่ที่ความหนา ความบาง
เอาองค์ 60 ล้าน ที่มีในหนังสือภาพพระเครื่องของเช็ง สุพรรณ สองเล่มหลัง มาดู เนื้อรักด้านหน้าและหลัง ที่ยังติดอยู่เห็นเป็นสีดำชัดเจน ส่วนที่เหลือบางๆ จนไปถึงขอบข้าง จึงเห็นเป็นสีแดง
พยายามเพ่งหาจุดที่เห็นว่า หน้าหลังลงรัก ด้านข้างลงชาดก็ไม่เจอ ดูยังไงๆก็ยังเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน
การรู้ความจริงของเนื้อรัก หรือเนื้อชาด ที่ปิดทองทับบนผิวพระนั้น เป็นการเรียนรู้อีกข้อ ที่สำคัญ รู้แล้วรู้จักแยกแยะ ออกจากรักปลอม ชาดปลอม และทองปลอม ก็เป็นการเรียนรู้ข้อต่อมา
และอย่าได้โปรดลืม รักทองที่เห็นว่า เป็นตัวเสริมเสน่ห์ของพระแท้นั้น อีกด้าน เป็นตัวล่อให้หลงพระเก๊ได้พอๆกัน เพราะสมเด็จลงรักทองปลอมนั้น ฝีมือดีขึ้นมาก จนบางครั้ง ก็เป็นเหตุให้พระแท้ถูกเมิน.
พลายชุมพล