ปีนี้ “ดวงเมือง” พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก...
ถูกฝุ่นจิ๋วเล่นงานแล้วยังตามด้วย “ไวรัสโควิด-19” จนไม่เป็นอันทำกิน เฉพาะสวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ คนจีนหายไปทันตาเห็น
ต้องหันมาขายคนไทยแทนให้ธุรกิจเดินไปได้ ยังดีที่เพิ่งทำพิธี “พุทธาภิเษก” พระพุทธรูปมงคล 9 องค์ เมื่อช่วงต้นปี วันที่ 18 มกราคม ดึงคนไทยไปกราบไหว้แก้วิกฤติช่วง 3 เดือนนี้
พิธี “ปลุกเสก” หรือ “พุทธาภิเษก” มีมาเมื่อใดไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่คนบันทึกไว้
รู้เพียงว่า...กำเนิดจากลัทธิพราหมณ์ผสมพุทธ กลายเป็นประเพณีเพิ่มพลังศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์ให้ปัจเจกชนเลื่อมใส เช่นที่สวนนงนุชฯแสดงปฏิปทา นำพระพุทธปฏิมากรจำลอง 9 องค์ มาประดิษฐานบนแท่นบุษบก “สวนลอยฟ้า” ให้คนมาเที่ยวกราบขอพร ประกอบด้วยพระแก้วมรกต, พระพุทธชินราช พิษณุโลก
หลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม, หลวงพ่อวัดไร่ขิง นครปฐม, หลวงพ่อโสธร ฉะเชิงเทรา, หลวงพ่อพระใส หนองคาย, พลวงพ่อโต พระนครศรีอยุธยา และพระมหาสุวรรณศากยมุนี ภายในองค์พระธาตุพนม
...
โดยส่วนหนึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูล “ตันสัจจา” ซึ่งล้วนมีอายุกว่า 60 ปี ที่เคยผ่านพิธีพุทธาภิเษกแล้วทั้งนั้น แต่เมื่ออัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ลานธรรมเดียวกัน ก็สมควรประกอบพิธีกรรมอีกครั้ง
เพื่อเสริมบารมีก่อนรับคลื่นสาธุชนมากราบสักการะ
โดยทั้งฝ่ายสงฆ์และฆราวาสเจ้าของพื้นที่ต่างเห็นดีเห็นงามกำหนดเวลาช่วงบ่ายวันดังกล่าวคือฤกษ์เปิดลานธรรมสวนลอยฟ้า ทำพิธี “พุทธาภิเษก 9 พระพุทธปฏิมากร” โดยมีพุทธศาสนิกชนกว่าพันคนแต่งขาวห่มขาวมานั่งรวมตัวยังมณฑลพิธี รัดสายสิญจน์เหนือศีรษะเชื่อมกระแสจิตจากองค์พระปฏิมากร 9 องค์ ก่อนพิธีเป็นคำรบที่สอง บรรยากาศยามนั้น...ดูสงบสำรวมจากทุกคนในมณฑล
พระอาจารย์ทอง สติมฺนโต จากสำนักสงฆ์ภูเทพนิมิต เปิดเวที ธรรมขอขมาทวยเทพยดา และองค์พระเหนือแท่นบุษบก...“หากผู้ใดเคยล่วงเกินต่อพระพุทธคุณ ณ ที่นี้ ทั้งด้วยกาย วาจา ใจ ขอได้แสดงเมตตาธรรมประทานอภัยให้ เพื่อจะได้ยึดมั่นบูชาเป็นมงคลแก่ชีวิตสืบไปถึงภายภาคหน้า”
@@@@
ขณะพิธีกำลังดำเนินไปแต่ละนาที แสงแดดที่เคยสาดส่องพลันถูกกลุ่มเมฆเคลื่อนบดบังให้เกิดร่มเงาอย่างน่าอัศจรรย์...ราวปาฏิหาริย์ จากนั้น...พราหมณ์ศุทธา (เซีย) เตียงหงษากุล ประจำ จ.ฉะเชิงเทรา ทำหน้าที่อ่านโองการบวงสรวงเทพยดา แก่ท้าวจตุรโลกบาลทั้ง 4 ที่หมายถึงเทพ 8 องค์
คือ...ท้าวธตรฐมหาราช หรือ “ท้าวทศรส” จากทิศตะวันออก เสด็จมาคุ้มครองภัยประจำลานธรรมตามพิธีพราหมณ์
ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นท้าวคัณทัพโพ, ทิศใต้ ท้าววิรุฬหก, ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ท้าวมหาราชมหาราชา, ทิศตะวันตก ท้าววิรุปักษ์, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ท้าวพญานาคา “พญานาค”, ทิศเหนือ ท้าวเวสสุวรรณ, ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ท้าวพญายักษ์มหาราช
ส่วนเบื้องบนนภากาศ อัญเชิญเหล่ามหาเทพทั้งหลายลงมาประจำเหนือพื้นพระธรณี มีแม่พระธรณีและท้าวอนันตนาคราชปกปักรักษา
รวมถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนารายณ์ พระพรหม เสด็จลงมาเพื่อความเป็นสิริมงคล
ต่อมา...จึงถึงเวลามหาฤกษ์ เมื่อพระสงฆ์ 15 รูป เริ่มสวดมนต์บทพระธรรมจัก และกัปปวัตนสูตร ขณะพระเกจิอาจารย์ 11 รูป ขึ้นปรากฏยังแท่นธรรมาสน์เตรียมนั่งปรกอธิษฐานจิต
...
โดยพระเทพชลธารมุณี เจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี และพระอาจารย์ทอง เจ้าสำนักสงฆ์ภูเงินเทพนิมิต ถูกจัดให้นั่งบริกรรมอยู่รอบนอกซุ้มบุษบกทั้ง 9
พระเกจิอาจารย์ 9 รูป รับอาราธนาให้นั่งแสดงสมาธิประจำพระปฏิมากรแต่ละซุ้ม
หลวงปู่ฟู วัดบางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ผู้มากพรรษาและวัยสังขาร นั่งเบื้องหน้าพระแก้วมรกต, พระปลัดชม อลีนจิตโต วัดโปรดสัตว์ อ.บางปะอิน พระนคร ศรีอยุธยา นั่งหน้าหลวงพ่อโสธร
หลวงปู่ประเสริฐ สิริคุตะโต วัดป่าเวฬุวันฯ อ.เขื่องใน อุบลราชธานี นั่งคู่พระพุทธชินราช, พระครูสันติพนารักษ์ วัดสาแพะพนาราม อ.แจ้ห่ม ลำปาง นั่งคู่พระพุทธมหาสุวรรณศากยมุนี วัดพระธาตุพนม
หลวงพ่อน้อย วัดระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี นั่งคู่พระพุทธไตรรัตนนายก, พระครูภาวนากิจจาทร วัดบ้านเก่าบ่อ อ.หัวตะพาน อำนาจเจริญ นั่งคู่หลวงพ่อพระใส, หลวงพ่อศรีธาตุ วัดสว่างแดนทะเล อ.แคนดง บุรีรัมย์ นั่งคู่หลวงพ่อวัดไร่ขิง
...
พระครูวิทิตวัชโรทัย (หลวงพ่อแก้ว กมโล) วัดมฤคทายวัน อ.ชะอำ เพชรบุรี นั่งคู่พระพุทธสิหิงค์ และพระอาจารย์แป้ วัดป่าหนองบก อ.หนองหิน ยโสธร นั่งคู่หลวงพ่อวัดบ้านแหลม
@@@@
เหมือนเทพหนุนนำ บรรยากาศยามนั้น...ช่างวิเวกท่ามกลางคนแต่งขาวห่มขาว ขณะพระเกจิอาจารย์เริ่มบริกรรมวิปัสสนาสมาธิ พร้อมเจริญพระพุทธมนต์ จนแล้วเสร็จจึงประพรมน้ำมนต์...
โปรยกลีบดอกดาวเรืองสีเหลืองสดใส อันหมายถึง....ความรุ่งเรืองที่จะเกิดตามมา
พระเทพชลธารมุนี เปิดเผยภายหลังพิธีว่า การอธิษฐานจิตของพระแต่ละองค์ ย่อมขึ้นอยู่กับ “ฌาน” หยั่งรู้ด้วยประสบการณ์ ความชำนาญ จากการฝึกปฏิบัติว่ามีมากน้อยเพียงใด
และจะต้องรู้ถึงบุญบารมีพระพุทธรูปองค์นั้น ขณะเพ่งส่งพลังจิตด้วยสติตั้งมั่น
“พระที่ฌานกล้าแกร่งจะสามารถมองเห็นแสงสว่างแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ขณะบริกรรมสมาธิ โดยสัมผัสได้ในธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เพ่งดินก็เห็นดิน น้ำเห็นน้ำ ลมเห็นลม ไฟเห็นไฟ”
...เป็น “โลกุตระธรรม” ที่เปิดโอกาสให้สาธุชนง่ายต่อการขอพรผ่านสิ่งปลุกเสกแล้ว โดยไม่จำกัดทั้งเรื่องเมตตาและโชคลาภ
...
แต่ถ้าเป็นพระมีวิชาอาคมสูงขึ้นไปอีกชั้น จะบันดาลให้วัตถุมงคลนั้น ศักดิ์สิทธิ์ดังกำแพงแก้วป้องกันภัยคงกระพัน เปี่ยมด้วยเมตตาหลังการปลุกเสกถึงนิรันดร์...ที่ไม่ใช่อุตริวิชา
ซึ่งบัดนี้...ได้เกิดขึ้นแล้วกับพระพุทธปฏิมากร 9 องค์ เหนือซุ้มบุษบก “สวนลอยฟ้า” สวนนงนุชฯ ที่รอสาธุชนไทยไปเยี่ยมเยือนกราบบูชายามนี้
“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.
รัก-ยม