เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ ของผู้สูงอายุก็เพิ่มขึ้นตามวัยไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมองเห็น การฟัง สมอง รวมถึงเรื่องของ “ข้อเข่า” ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญของผู้สูงอายุ เพราะเป็นความเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัย ซึ่งทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพและการใช้งานข้อเข่าของแต่ละคน คอลัมน์ “ศุกร์สุขภาพ” สัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักอีกหนึ่งโรคของผู้สูงวัย นั่นก็คือ “โรคข้อเข่าเสื่อม”
รู้จัก “โรคข้อเข่าเสื่อม”
“โรคข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนของผิวข้อ ที่อยู่ระหว่างข้อเข่า ซึ่งกระดูกอ่อนนี้มีหน้าที่รองรับแรงกระแทกของข้อเข่า ช่วยกระจายน้ำหนัก และทำให้ข้อเข่าลื่นไหลได้ดีขึ้น แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ประมาณ 50 ปีขึ้นไป กระดูกอ่อนส่วนนี้ก็จะเริ่มมีความเสื่อม ทำให้กระดูกแข็งเกิดการเสียดสีกัน และทำให้คนไข้เกิดอาการปวด
นอกจากนี้ความเสื่อมตามธรรมชาติยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เช่น อุบัติเหตุที่เข่า ทำให้เส้นเอ็นฉีกขาด คนไข้ที่เคยกระดูกหัก คนที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรครูมาตอยด์ โรคข้ออักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อของข้อเข่า เป็นต้น
อาการ
เมื่อไม่มีกระดูกอ่อนรองรับแรงกระแทกของเข่าเวลาที่เคลื่อนไหวร่างกาย กระดูกแข็งจึงเกิดการเสียดสีกัน คนไข้จึงมาพบแพทย์ด้วยอาการเหล่านี้
• มีเสียงในข้อเข่า
• มีอาการปวดเวลาเดิน
• การเหยียดงอของข้อเข่าลดลง หรือในบางรายที่มีการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อร่วมด้วย ทำให้ข้อเข่ามีอาการบวมด้วย
...
• ข้อเข่าผิดรูป ขาโก่งหรือขาฉิ่งมากกว่าผิดปกติ
• เข่าแอ่นหรือไม่สามารถเหยียดจนสุดได้
อาการปวดหลักๆ ของคนไข้ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกแข็งเสียดสีกัน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือ เยื่อหุ้มข้อรอบๆ เข่ามีการอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดได้เช่นกัน
ในคนไข้ที่มีอาการอักเสบไม่มาก จะมีอาการปวดเฉพาะเวลาที่ใช้งานเท่านั้น เช่น งอเหยียดเข่า เวลาลงน้ำหนักเข่า แต่ในคนไข้ที่มีการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อหรือเส้นเอ็นอักเสบ แม้ว่าไม่ได้ใช้งานเข่า ก็มีอาการปวดเกิดขึ้นได้
ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
• หากมีอาการปวดข้อเข่าเวลาใช้งาน เช่น เดิน นั่งงอเข่า นั่งสมาธิ งอเข่าแล้วปวด เดินมากๆ แล้วมีอาการปวด
• มีเสียงดังก๊อกแก๊กๆ ในข้อเข่า
• อาการดังที่กล่าวไปข้างต้น เป็นอาการที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ แต่หากมีอาการดังกล่าว ก็ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดเข่า จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที
การวินิจฉัยโรค
แพทย์จะทำการซักอาการและประวัติของคนไข้ ในรายที่อายุมากๆ หากพบว่ามีเสียงในข้อเข่า ก็สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม นอกจากนี้อาจทำการตรวจเพิ่มเติมโดยการเอกซเรย์ข้อเข่า หากพบว่าภาพถ่ายเอกซเรย์เข้าได้กับโรคข้อเข่าเสื่อม ก็สรุปได้ว่าเป็นโรคนี้
ระยะของโรคข้อเข่าเสื่อม แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 ในระยะแรกนี้ ภาพรังสีของคนไข้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อเข่ามากนัก มีเพียงแค่อาการปวดเข่า
ระยะที่ 2 คนไข้จะมีอาการปวดเข่า ร่วมกับภาพรังสีมีกระดูกงอก ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกอ่อนเดิมเสื่อมไป ร่างกายจึงมีการสร้างกระดูกเพิ่มขึ้นมา เพื่อให้มีพื้นที่ในการรับน้ำหนัก ทำให้มีกระดูกเพิ่มขึ้นมาบริเวณด้านในหรือด้านนอกของหัวเข่า ซึ่งกระดูกงอกนี้สามารถมองเห็นได้จากภาพรังสี
ระยะที่ 3 นอกจากอาการปวดเข่าแล้ว ภาพรังสีมีช่องระหว่างข้อเข่าเริ่มมีความตีบแคบลง
ระยะที่ 4 เป็นระยะที่กระดูกอ่อนเสื่อมไปจนหมดแล้วจนทำให้กระดูกแข็งด้านบนและด้านล่างชิดกัน เมื่อคนไข้เคลื่อนไหวร่างกาย ก็จะเกิดการเสียดสีกันของกระดูกแข็ง ในระยะนี้คนไข้ที่มีอาการค่อนข้างมาก จะมีอาการของขาโก่งร่วมด้วย
สัปดาห์หน้ายังมีความรู้เรื่องการรักษา การดูแลตนเอง และการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมกันต่อ รอติดตามกันนะครับ
---------------------------------------------
แหล่งข้อมูล
อ.นพ.ชวรัฐ จรุงวิทยากร ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล