ตั้งแต่หลังปีใหม่ มีข่าวใหญ่ๆ ให้ตามกันไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องฝุ่นมากมาย ไหนจะโรคภัยที่สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน ไวรัสโคโรน่า ข่าวจับโจรชิงทองที่ยิงคนตาย ยิงเด็กตาย ทั้งที่ตัวเองเป็นครู หดหู่หัวใจจริงๆ “ไม่มีอะไรแน่นอน” โลกสอนเราในเรื่องนี้ทุกๆ วัน ได้แต่บอกกันว่า ใช้สติในทุกการใช้ชีวิตนะคะ ไม่มีอะไรเสมอไป รู้หน้าไม่รู้ใจ อาชีพที่ผู้คนกราบไหว้ ยังกลายเป็นฆาตกรได้เลย

คนที่รักกันมากในวันนี้ ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งข้างหน้า เขาจะกลายเป็นเหมือนคนที่เราไม่รู้จักกันเลยหรือเปล่า มีคำถามหนึ่งที่น้องส่งเข้ามา อ่านแล้วยังอุทานกับตัวเองว่า ได้เหรอ???

“น้องแต่งงานกับสามี มีลูกอายุเกือบ 2 ขวบแล้วค่ะ ใช้ชีวิตคู่กันมา 3 ปี ปกติสามีไม่ได้มีงานประจำทำ แต่เราทำงาน และไม่เคยเรียกร้องเงินจากสามีสักครั้ง อยู่ๆ สามีมาขอไปทำงานบาร์โฮสต์ และขอไม่ให้เล่าให้ทางครอบครัวฟัง เรารักเขามาก ก็ยอมให้เขาไป ทำได้ 2 วัน แต่ใน 2 วันนั้น นอนร้องไห้ทุกคืน ไม่เคยนอนหลับเลย เพราะด้วยลักษณะงาน มันทำให้คิดมากอยู่ตลอดเวลา เราขอร้องให้เปลี่ยนงาน เห็นแก่เราและลูกได้ไหม เขาไม่ยอม เราเลยขอเลิกค่ะ และบอกความจริงให้ญาติผู้ใหญ่ฟัง เผื่อเขาจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้เลิกทำงานนี้ กลายเป็นว่า สามีโกรธมาก มันเจ็บเหลือเกิน ที่สามีเลือกเงินและอาชีพนี้ มากกว่าครอบครัว เราเอาลูกมาเลี้ยงเองค่ะ โทษตัวเองทุกวันที่เราไม่สามารถอดทนเพื่อรักษาความเป็นครอบครัวได้”

ด้วยความเคารพในทุกอาชีพสุจริตนะคะ อาชีพที่หาเงินได้ แบบไม่ทำร้ายใครเยอะแยะมากมาย แค่บางอาชีพต้องยอมรับกันง่ายๆ ว่า คนใกล้ๆ ยากต่อการทำใจ สามีออกไปยั่วยวนให้ผู้คนลุ่มหลง ปรนนิบัติสารพัดวิธีเพื่อแลกเงิน ต่อให้เงินมูลค่าเท่ากัน แต่ความภาคภูมิใจของคนในครอบครัวต่างกันมาก ยิ่งมีลูก ความยากในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ต้องใช้สติให้มากเป็น 2 เท่า ลูกจะรู้สึกยังไง กับสิ่งที่พ่อทำ สามีภรรยา เราเคยเปิดใจคุยกันดีๆ ไหม ทำไมถึงอยากทำงานนี้ ยังไม่ต้องนับว่า บางอาชีพช่างล่อแหลมต่อการนอกใจ ภาวะเสี่ยงที่จะเพลี่ยงพล้ำถลำลึกไปกับความลุ่มหลง ต้องปลงเบอร์ไหน ถึงจะปล่อยวางได้ เมื่อรู้ว่า สามีไปกอดใครต่อใครแลกเงิน ที่สำคัญไม่ใช่แค่กอดด้วยสิ สามีไปซื้อบริการ ภรรยายังร้าวรานใจ นับประสาอะไรกับไปขายบริการ จะไม่ทรมานมากกว่า ตัวเขาเองยังรู้สึกอายเลย ถึงห้ามเราไม่ให้ไปบอกใครต่อใครว่าเขาทำงานอะไร ไหนจะโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะติดมา ยังมีอาชีพอีกมากมายที่สามารถทำเงินได้ สามีภรรยาต่างทำงานทั้งสองฝ่าย ดูแลครอบครัวไม่ได้ให้รู้กันไป

...

แต่นั่นแหละค่ะ บางครอบครัวเขายอมรับได้ก็สุดแท้แต่ใจ หากเรารับไม่ได้ ก็ไม่ได้ผิดอะไร แค่นิดเดียว เราเองอาจรีบร้อนไปหน่อยที่เอาเรื่องนี้ไปบอกญาติ ใจเขาใจเราค่ะ เรื่องในครอบครัวที่เราควรจะแก้ปัญหากันเองก่อน พอไปบอกคนนอก หลายปัญหาเลยใหญ่เกินกว่าที่คิด เขาเองคงทั้งอายและเสียหน้า ต่อให้เดินกลับมา คงไม่รู้จะทำหน้ายังไง อาจจะไม่ใช่แค่เห็นงานนั้นสำคัญกว่าคนในครอบครัว แต่ยังทำตัวไม่ถูก และโกรธเราที่บอกเรื่องที่เขาเคยขอไว้ ให้คนอื่นรู้

เมื่อมาถึงตรงนี้ คงต้องใช้เวลา ทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด ทำงานและดูแลลูกอย่างเต็มที่ ใช้เวลาตรงนี้ได้ทบทวนไม่ว่าจะทางเขาหรือเรา หากทนคิดถึงไม่ไหว ก็ลองส่งข้อความไปด้วยความใส่ใจ ไม่ต้องคาดหวังอะไรว่าเขาจะตอบกลับมา ถ้าเรายังรักกันมากพอ หากเขายังมีความเป็นพ่ออยู่เต็มหัวใจ เขาน่าจะเลือกได้ไม่ยากว่าระหว่างอาชีพที่เขายังไม่ภาคภูมิใจ กับครอบครัวที่เขาอยากรักษาไว้ สิ่งไหนน่าเลือกกว่ากัน แต่.... หากใช้เวลาก็แล้ว นิ่งก็แล้ว ไม่ยื้อ ไม่บังคับก็แล้ว เขายังเดินหน้ามีความสุขกับงานของเขา มากกว่ากลับมาหาครอบครัวเรา ก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเขา เราแค่ไม่รักกันมากพอจะเดินหน้าต่อเท่านั้นเอง ไม่ต้องโทษใคร เราเองไม่ได้ผิดที่ไม่อดทน แต่ละคนให้ความสำคัญกับแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน เป็นสามีภรรยากันไม่ได้ ก็เป็นพ่อของลูก แม่ของลูก ที่เราต้องผูกกับหน้าที่นี้ไปตลอดชีวิตค่ะ