ข่าว
100 year

เหนือฟ้าใต้บาดาล : ไซดักทรัพย์..ดักความรวย ท้าวพันตา พญาพันวัง

รัก-ยม19 ม.ค. 2563 05:13 น.
SHARE

งานทอดกฐินกองสามัคคี...เมื่อช่วงปลายปี

ที่ผ่านมา ณ วัดหาดอาษา ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท นอกจากเป็นการรวมพลังบุญหนุนศรัทธาที่ยิ่งใหญ่แล้ว ยังมีพิธีอธิษฐานจิตไซรมหาลาภ “ร่วมเป็นเจ้าภาพกฐิน 1 กอง กองละ 999 บาท รับไซรมหาลาภ 1 ใบ”

ว่ากันด้วยเรื่อง “ไซดักทรัพย์” ดักความรวย ดักเงินทองไหลมาเทมานั้นถือว่าเป็นเคล็ดหนึ่งที่มีความเชื่อสื่อต่อเนื่องกันถึงความมีโชคดี “ไซ” เป็นเครื่องรางในการดักเรื่องดีๆ ดักทรัพย์สินเงินทอง โชคลาภต่างๆ

ผู้ศรัทธามักจะนำมาติดบ้านเรือน ร้านค้า นอกจากจะเป็นการบูชาเพื่อความร่ำรวย ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองแล้ว ยังมีความเชื่อเกี่ยวโยงกันไปถึงเรื่องการปรับฮวงจุ้ยอีกด้วยเช่นกัน

กล่าวกันว่า...การแขวนไซต้องแขวนไว้ในที่สูง หันปากไซออกไปทางหน้าร้าน หน้าบ้าน เพื่อหมายดึงดูดโชคลาภ เงินทอง ให้เข้ามาในร้าน ในบ้าน ที่สำคัญ...อย่าได้แขวนตามขวางหรือหันปากไซ เข้ามาในตัวบ้านเด็ดขาด เพราะถือว่าไม่ดี...เป็นการสวนทาง อาจดูดทรัพย์ โชคลาภออกไปจากตัว

เคล็ดบูชา คาถาหัวใจเศรษฐี “อุ อา กะ สะ” ให้ท่องวันละ 3-9 ครั้ง

ความเชื่อเกี่ยวกับ “ไซ แห อวน” เรียกทรัพย์ เครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นเครื่องราง สืบค้น บางตำราก็กล่าวถึงคำโบราณที่เรียกกันว่า “ท้าวพันตา พญาพันวัง” ที่ถูกยกให้เป็นของขลังคุ้มครองภัยพาล...คำว่า “พันตา” หมายถึงตาข่ายของแหที่มีมากมายนับไม่ถ้วนเป็นร้อยๆพันๆช่อง

ส่วน “พันวัง” ก็คือเครื่องมือนี้สามารถนำไปใช้ดักปลาได้เป็นพันวังน้ำ

นิทานโบร่ำโบราณเรื่องหนึ่งเล่าถึงชายหาปลาคนหนึ่งดั้นด้นเดินทางไปหาปลายังที่ห่างไกล ต่างถิ่นฐานบ้านเกิด ขณะพักค้างแรมก็บังเอิญไปได้ยินเสียงผีวิญญาณไม่ทราบได้โหยหวนชวนขวัญสยองมุ่งหมายเข้ามารายล้อม ด้วยตัวเองก็ไม่ได้มีวิชาอาคมติดตัวแต่อย่างใดสักอย่าง...ครั้นจะหันหนีไปทางใดก็ไม่ได้ด้วย

เขาก็เลยตัดสินใจ ใช้เบ็ดราว เครื่องมือหาปลาต่างๆมาวางล้อมรอบตัวเองเอาไว้ แล้วก็เอาแหขึ้นไปแขวนกางคลุมด้านบนเหมือนมุ้งปกป้องตัวเอง แล้วตั้งจิตอธิษฐานภาวนาขอพึ่งบารมีท้าวพันตา พญาพันวัง

ปรากฏว่า...ภูตผีที่รายล้อมเขาอยู่นั้นไม่สามารถเข้ามารบกวนได้เลย

@ @ @ @

ความเป็นจริงทางออกของคนค้าขายหากไม่หวังพึ่งสิ่งที่มองไม่เห็น ก็ต้องพยายามลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็นตัดออกไปก่อน เรื่องไหนเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยให้ตัดทิ้งได้เลยอย่างเด็ดขาด

กระนั้นในเรื่องของขลัง ศรัทธา...ไม่มีใครห้ามใครได้ เล่นหากันได้ตามกำลังศรัทธาและกำลังทุนทรัพย์ที่พึงมี จักได้ไม่ต้องมานั่งตรม ทุกข์ เพราะที่มาของศรัทธานั้นราคาแรง

หลายคนมีประสบการณ์เล่าสู่กันฟัง เครื่องรางของขลังมักจะนิยมอะไรกันเป็นพักๆ แล้วความนิยมนั้นก็จะค่อยๆจางหายไปเรื่อยๆ ยุคสมัยหนึ่งอาจนิยมเกจิท่านหนึ่งวัดหนึ่งอย่างมาก

แต่...ผ่านคล้อยหลังไม่กี่ปีก็กลับไปนิยมเกจิอีกท่านอีกวัดกันไปตามกระแส

เรียกว่า...ที่ไหนมีของดีในทางเมตตาค้าขาย ก็มีโอกาสที่จะเป็นที่นิยม กระแสศรัทธาพุ่งเข้ามาแบบไม่ขาดสายขึ้นมาได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

พลิกตำรา “อาณาจักรเครื่องรางของขลัง” เขียนโดย รองศาสตราจารย์นิพัทธ์ จิตรประสงค์...หน้า 284 “ปลัดขิก” ตัวอย่าง ปลัดขิกมหาเสน่ห์เมตตา หล่อจากเนื้อเงินท่านอาจารย์เฮง ไพรยวัล พระอาจารย์ผู้ทรงเวทมนตร์แห่งเมืองพระนครศรีอยุธยาผู้สร้าง เพื่อให้ลูกศิษย์พกติดตัวป้องกันภัยที่ไม่พึงปรารถนา

อีกทั้งเป็นเสน่ห์เมตตาแก่ผู้คน ค้าขายเงินทองคล่องดี เป็นเครื่องรางของขลังดีทางสร้างเสน่ห์นิยมต่อเพศตรงข้าม เล่นตลกโปกฮา กันเขี้ยวงาและใช้ในทางอยู่ยงคงกระพันมหาอุด

เหตุที่สร้างอย่างเครื่องเพศชายสืบเนื่องมาจากลัทธิบูชาศิวลึงค์ในศาสนาพราหมณ์และท่านโบราณาจารย์นำเอาหัวใจโจรและหัวใจพุทธมนต์บางอย่างลงไป...

ปลัดขิกมีการสร้างกันหลายอาจารย์ แต่ละท่านก็มีข้อพิจารณาที่แตกต่างกันออกไป

อาทิ แขวนเอวเป็นเมตตามหาเสน่ห์ กันภัย โชคลาภ...บูชาพกติดตัวแคล้วคลาด ค้าขายดี...เป็นเมตตามหานิยม อุดมลาภ เดินทางปลอดภัยแคล้วคลาด ป้องกันภูตผี...แคล้วคลาดศัตรู บูชาใส่พานหน้าร้านค้า ค้าขายคล่อง...เป็นเมตตามหาเสน่ห์ ค้าขายดี...ใช้เป็นเมตตา ค้าขาย แคล้วคลาดดุจพญาวานร

ถัดมา “พญาเต่าเลือน”...พกบูชาติดตัวเดินทางปลอดภัย เป็นมหาลาภ มหานิยม ค้าขายดี นำโชคนำลาภมาให้ ตั้งที่บ้านเรือน...ร้านค้าคุ้มภัย ค้าขายดี ส่วนมากจะทำเป็นรูปเต่ามีทั้งที่เป็นรูปเต่าด้วยทัพสัมภาระต่างๆ เขียนเป็นรูปยันต์...เป็นพญาเต่าเลือนด้วยลงหัวใจเต่าเลือน “นาสังสิโม”

ถอดกลับไปกลับมารวม 16 อักขระด้วยกันใช้ทางนะจังงังเป็นกำบังหายตัว...ก่อนจะทำให้อธิษฐานว่า “เดชะพระพุทธเจ้าเมื่อเสวยสุขเป็นพญาเต่าเลือน พระองค์ทรงช่วยมนุษย์ทั้งหลายให้รอดชีวิต ฉันใดก็ดี ขอบารมีของพญาเต่าเลือนได้ช่วยชีวิตให้ได้รอดทุกข์ฉันนั้น”

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อศรัทธาเกี่ยวกับปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง แต่โบราณนานมาแล้วจะใช้เป็นเครื่องรางบูชาเวลาเดินทางไปค้าขายทั้งทางบก...ทางน้ำ จักทำมาค้าง่ายขายคล่อง ลูกค้าติดต้องกลับมาอุดหนุนกันใหม่ และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ “นางกวัก” บูชาเป็นเมตตามหาอุดกวักเรียกลูกค้า

@ @ @ @

“ไซ”...ดักเงินดักทอง เป็นอีกเครื่องรางที่ร้านค้าต่างๆต่างมีไว้บูชา เชื่อกันว่าสำหรับคนทำมาค้าขายแล้วนั้นจะมีแต่เรื่องดีๆเข้ามา ส่งผลให้ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง

นับแต่โบร่ำโบราณ ไซ...เป็นอุปกรณ์เอาไว้ใช้ดักปลา แต่ได้มีการนำมาใช้เป็นเครื่องรางของขลัง...เรียกกันว่า “ไซดักทรัพย์” เอาไว้ดักเงินทองทรัพย์สิน นำพาโชคลาภเข้ามาสู่ผู้บูชา

อีกทั้งยังเชื่อกันว่าทำให้ที่อยู่อาศัย กิจการร้านรวงร่มเย็นเป็นสุขอีกด้วย จะเห็นว่า...หลายร้านหลายธุรกิจ แขวนไซเอาไว้ที่หน้าร้านติดเพดานอย่างโดดเด่น ไม่เฉพาะแต่แค่ไซขนาดเล็กๆไม่น้อย ยิ่งมีความเชื่อศรัทธามากเท่าไหร่ก็ยิ่งบูชาแขวนไซใหญ่แบบขนาดพิเศษ เรียกว่าใหญ่จริงๆ

อาจจะเป็นเพราะมีความเชื่อศรัทธาสำคัญว่า ยิ่งไซใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งดักทรัพย์ เก็บความร่มเย็นเป็นสุขเอาไว้ได้มากเท่านั้นก็เป็นได้ เรื่องทำนองอย่างนี้อย่าทำเป็นเล่นทีเดียว

“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

รัก-ยม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เหนือฟ้าใต้บาดาลไซดักทรัพย์รัก-ยมวัดหาดอาษาชัยนาท

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้