ขอต้อนรับเข้าสู่ สนามพระวิภาวดี ปีที่ 24 เพราะ ไทยรัฐ เปิดเวทีนี้มาตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.2539 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มทำหน้าที่คอลัมนิสต์ครั้งแรก พร้อมราคาใหม่ นสพ.ไทยรัฐ ที่ปรับจาก 5 บาทเป็น 8 บาท จึงตอบแทนท่านผู้อ่านด้วยหน้าพระเครื่องแบบจัดเต็ม...
ยังจำได้ว่า ตอนต้องส่งต้นฉบับ คิดจนหัวแทบแตก ว่าจะเขียนอะไรให้ท่านผู้ชมชอบใจดี เพราะตอนนั้น สีกาอ่าง ก็มือใหม่ป้ายแดง แต่เมื่อ สนามพระวิภาวดี ปรากฏต่อสายตาท่านผู้ชมนักนิยมพระ ก็ได้รับการตอบรับถล่มทลาย ทำให้ข้าพเจ้าและทีมงานมีกำลังใจลุยมาจนวันนี้...
เปิดสนามกันด้วย พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์กลาง กรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง กำแพงเพชร พระยอดนิยมระดับเบญจภาคี ที่ได้ชื่อว่ามีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์โดดเด่น ด้านเมตตามหานิยม นำโชค โภคทรัพย์ ได้รับยกย่องเป็น เจ้าพ่อพระเครื่องแห่งลานทุ่งเศรษฐี...
เล่ากันอีกรอบ มีบันทึกว่าค้นพบ เมื่อราวปี พ.ศ.๒๓๙๒ ครั้ง ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เดินทางไปเยี่ยมญาติที่กำแพงเพชร ได้พบศิลาจารึก ที่วัดเสด็จ อ่านแปลความได้ว่า ในเมืองกำแพงเพชร ยังมีโบราณสถานและพระบรมธาตุ อยู่ทางทิศเหนือของเมืองนครชุม ตามลายแทง...
...
เมื่อท่านได้สำรวจตามจารึกลายแทง ก็ได้พบวัดบรมธาตุ และพระเจดีย์ ๓ องค์ ซึ่ง พระมหาธรรมราชาลิไท ทรงสร้างไว้ต่อมาเมื่อได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ ก็ได้พบวัดร้าง กรุพระ บรรจุพระพุทธรูป พระเครื่อง วัตถุโบราณ สมบัติล้ำค่า อยู่เต็มพื้นที่เป็นลานกว้าง ที่เรียกว่า ทุ่งเศรษฐี...
เฉพาะ พระพิมพ์ มีจำนวนมากมาย หลายแบบ หลายขนาด ทั้งชนิดเนื้อดิน เนื้อว่านหน้าเงิน หน้าทอง และเนื้อชิน ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ ๑ ของกรุ เป็น พระพิมพ์เนื้อดินเผา รูปทรงเล็บมือ พิมพ์พระเป็น พุทธศิลป์สุโขทัยแบบลังกาวงศ์ นั่งปางสมาธิ เหนือฐานบัวคว่ำ บัวหงาย รอบพระเศียรมีเส้นรัศมีลักษณะคล้ายอักษร ก.ไก่ ล้อมด้วยลวดลายกนก-- เป็นที่มาของชื่อ พระซุ้มกอ...
พบทั้งพิมพ์ใหญ่ลายกนก พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ขนมเปี๊ยะ พิมพ์จิ๋ว และพิมพ์ใหญ่ไม่มีลายกนก หรือซุ้มกอดำ--องค์นี้ของ เสี่ยก้อง พระสมเด็จ เป็น พระพิมพ์กลาง ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะเป็นพระพิมพ์เดียวกับพิมพ์ใหญ่ ต่างที่ขนาดองค์เล็กกว่าและเส้นสายลายศิลป์ตื้นกว่า ซึ่งเป็นพิมพ์ที่มีน้อย หาพบเห็นยากสุด ยากกว่าพระพิมพ์ใหญ่ลายกนก ซะอีก...
หลายคนยกนิ้วให้กับความงามของรูปทรง พิมพ์พระ ที่ติดชัดสม่ำเสมอ ผิวเนื้อ คราบกรุ ที่ไร้ริ้วรอยสัมผัส แม้มีรอยชำรุดที่ปีกเนื้อด้านบนเล็กน้อย ใครเห็นก็ถามราคาขอซื้อ แต่เจ้าของยังเห่อ ไม่อยากขาย...
องค์ที่สอง คือ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย อ่างทอง ที่ ดร.หมอ สตาร์ตการเช่าเป็นองค์แรกแห่งปี...
ตอกย้ำความเป็นนักนิยมพระที่มีวิสัยทัศน์ รู้ลึกถึงกระแสความนิยม ที่กูรูวงการคาดหมายว่า พระเนื้อผงพุทธคุณ ยุคเก่า ชุดที่ ๒ อย่าง พระสมเด็จ เกศไชโย พระวัดพลับ พระสมเด็จปิลันทน์ พระหลวงปู่ภู พระของขวัญวัดปากน้ำ พระวัดสามปลื้ม ฯลฯ จะกลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงในปีนี้ โดยเฉพาะองค์งามๆ ดูง่ายๆ แบบองค์นี้ ที่มีใบสั่งรอรับเต็มทุกสนาม...
ตามมาด้วย พระบาง กรุวัดดอนแก้ว อ.เมือง ลำพูน ๑ ในพระพิมพ์เนื้อดินเผายอดนิยมเมืองเหนือ ที่ในอดีตราว ๓๐ ปีก่อน จะพบเห็นพระองค์งามๆแบบนี้ในสนามพระได้ไม่ยาก ราคาก็ย่ำอยู่ที่หลักพันปลายๆถึงหมื่นต้นๆ สวยสุดเนื้อเขียวจึงจะได้หมื่นกลาง...
แต่เมื่อกาลเวลาเดินหน้ามาถึงปัจจุบัน จำนวนพระที่มีมาก กลับกลายเป็นของดีมีค่าหายาก เพราะผู้แสวงหามีมากขึ้นๆ สวนทางกับจำนวนพระ ที่มีน้อยลงๆ ราคาค่านิยมจึงสูงขึ้นๆ อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพระองค์งามๆ ดูง่ายๆสภาพสมบูรณ์เยี่ยมแบบองค์นี้ของ เสี่ยต้อม พระสิงห์ ปัจจุบันต้องจ่ายกันถึง หลักมากแสน แร้ว ขอบอก...
...
อีกสำนักก็ไม่น้อยหน้าค่านิยม คือ พระนางพญา พิมพ์เทวดา วัดนางพญา อ.เมือง พิษณุโลก ที่มีบันทึกว่า พระวิสุทธิกษัตรี พระมเหสี พระมหาธรรมราชาลิไท สร้างบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ วัดนางพญา จึงได้ชื่อเรียกว่า พระนางพญา ทำให้เป็นพระที่สุภาพสตรี ปรารถนาสูงสุด และสุภาพบุรุษก็นิยมหาใช้ ...
องค์นี้ของ เสี่ยอมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์ เป็นพิมพ์นิยมมาตรฐานอันดับท้ายสุด แต่เป็นพิมพ์ที่ซื้อง่ายขายคล่อง มีกำลังซื้อมาก เพราะราคายังย่อมเยาเบาสุดในตระกูล...
องค์งามสมบูรณ์เพียบพร้อมแบบนี้อยู่ที่ หลักแสนต้นๆ ขนาดองค์พระก็เล็ก ทำตลับทองที่กำลังแพงใส่ ก็ไม่ต้องจ่ายเยอะ ที่สำคัญคืออานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ที่มีครบเครื่องเหมือนทุกพิมพ์...
ต่อไปคือ พระผงของขวัญ รุ่นแรก วัดปากน้ำพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด) วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ อีกองค์ของดร.หมอ ที่ได้ชื่อว่าเป็น ๑ ในพระเนื้อผงพุทธคุณยอดนิยมชุดที่ ๒ ของวงการ...
ประวัติการสร้าง เล่าอีกทีว่า หลวงพ่อสด จันทสโร หรือหลวงพ่อวัดปากน้ำ สร้างมอบสมนาคุณเป็น “พระของขวัญ” สำหรับผู้ร่วมกุศลสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม “ภาวนานุสรณ์”เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๓ จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์...
...
มีทั้งชนิดเนื้อสีขาวนวล ไม่เคลือบเชลแล็ก ที่ทำออกมาระยะแรกๆมีจำนวนมาก กับชนิดเคลือบเชลแล็ก ที่ทำแก้ไขเพื่อไม่ให้พระชำรุดเสียหายง่ายในระยะหลัง...
มวลสารส่วนผสม มีดอกมะลิแห้งที่ใช้บูชาพระ เส้นเกศา ผงวิเศษของหลวงพ่อ ผงวิเศษของพระเกจิฯ ครูบาอาจารย์ โดยใช้แม่พิมพ์พระเป็นทองเหลือง ที่ทำขึ้นโดย หลวงภูมินาถสนิท (สืบ ตังคะรัตน์) มีรวม ๑๐ พิมพ์...
ลักษณะโดยรวมเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางปฐมศาสนา เหนือฐานบัวคว่ำบัวหงาย อยู่ในซุ้มเรือนแก้วยอดแหลม พระหัตถ์ขวายกสูงจีบนิ้วชี้นิ้วโป้งเป็นวงกลมอยู่เสมอพระอุระ พระหัตถ์ซ้ายวางเหนือพระเพลา ข้างเส้นซุ้มทั้งสองข้างมีเส้นม่านเป็นขีดแนวขวาง ด้านหลังประทับอักขระบาลีว่า ธรรมขันธ์...
ลักษณะองค์รวมทั้ง ๑๐ พิมพ์คล้ายกัน แตกต่างในเส้นสายลายศิลป์แต่ละพิมพ์ ซึ่งมีเอกลักษณ์ในการพิจารณาชัดเจน ทุกพิมพ์ได้รับความนิยมเหมือนกัน...
แต่ชนิดมีเคลือบอย่างองค์นี้ ได้รับความนิยมมาก มีราคาค่าสูงกว่า ยุครุ่งเรือง องค์แชมป์เคลือบเดิมๆ เต็มร้อย เคยมีราคาสูงเทียบชั้นพระสมเด็จบางขุนพรหม มาแล้ว อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ปรากฏด้านโภคทรัพย์ อธิษฐานแก้โรคร้ายได้ เห็นผลชะงัด...
...
ตามมาด้วย เหรียญเสมา เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง พ.ศ.๒๕๐๒ ล.พ.ปู่วัดโกรกกราก สมุทรสาคร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองสมุทรสาครเคารพศรัทธาบูชาเป็นพระคู่เมือง มีเรื่องทุกข์ร้อน จะมุ่งหน้าไปจุดธูปเทียนบูชาบนบานศาลกล่าวให้หลวงพ่อท่านช่วย ด้วยการถวายแว่นตาดำ เป็นการแก้บน เกิดเป็นภาพหลวงพ่อพระประธานสวมแว่นตาดำแพร่หลายถึงปัจจุบันและยืนยันได้ถึงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์...
จึงมีการจัดสร้าง เหรียญจำลององค์ท่าน รูปทรงเสมา ออกมาเป็น เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๐๒ มี เนื้อเงิน ได้รับความนิยมเป็นเหรียญราคา หลักแสนต้น กับ ทองแดง กะไหล่ทอง อย่างเหรียญนี้ของ เสี่ยเพชร มรดกไทย ปัจจุบัน เป็นเหรียญราคาหลักหมื่นปลายๆ...
รายการถัดไปขอเสนอ พระพุทธรูป พุทธศิลป์สมัยเชียงแสน สิงห์ ๓ พุทธศตวรรษ ๒๑–๒๓ หน้าตัก ๑๕” ของ เดอะโจ๊ก ลำพูน เป็นพระบูชาถึงยุค ถึงศิลป์ ขนาดใหญ่ สภาพสมบูรณ์งดงาม ด้วยฝีมือช่างชั้นสูง ที่มีจินตนาการจากลักษณะของ มหาบุรุษ มาสรรค์สร้างเป็นองค์พระปฏิมาได้อย่างลงตัว...
เป็นพระแห่งยุคสมัย ที่มีศิลป์คาบเกี่ยว เชียงแสน-สุโขทัย ทรงค่า หายาก เหมาะกับการประดิษฐานเป็นพระประธานบูชาประจำบ้าน บริษัท ร้าน เป็นจุดรวมใจ ตั้งเดี่ยวๆในที่เหมาะสม จะดูดี มีพลานุภาพมาก...
สุดท้ายเป็นพระใหม่ที่กำลังถามหาเกรียว คือ เหรียญพระราหู รุ่นสุริยัน จันทรา วัดศีรษะทองอ.นครชัยศรี นครปฐม ซึ่งเชื่อมั่นศรัทธากันว่ามีไว้ใช้บูชาติดตัวเพื่อคุ้มครองป้องกันภัยเสริมดวงชะตา เพื่อความเป็นสิริ-มงคล นำพาโชคลาภ...
รุ่นนี้จัดสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็น เหรียญปั๊ม ลอกลาย จากเหรียญพระราหูกะลาตา เดียว หลวงพ่อน้อย องค์แชมป์ ที่เป็นศิลปะฝีมือเชิงช่างยุคโบราณ ซึ่งเป็นพิมพ์ที่มีพระอาทิตย์พระจันทร์ในเหรียญเดียวกัน ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็น ๑ ใน ๕ เครื่องรางชุดเบญจภาคี ของวงการ เป็นที่มาของชื่อ เหรียญรุ่นสุริยันจันทรา...
ด้านหลัง คัดลอกอักขระขอมลงลาย มือหลวงพ่อน้อย มาลงไว้อย่าง ชัดเจน ครบสูตร เพื่อคงอานุภาพความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ไว้ให้เหมือนเดิม...
สร้างจำนวนจำกัด เนื้อเหรียญ มี ทองคำ เงิน นวโลหะ อัลปาก้า และ เนื้อฝาบาตร--กำหนดเปิดจอง ๑๒ ม.ค.๖๓ และจะประ-กอบพิธีปลุกเสกใหญ่ ณ ศาลาพระราหู ๘ เหลี่ยม ๔ มี.ค.--สอบถามที่ 08-2639-4082, 09-2592-4644, 08-5222-2252, 09-4862-9949...
ลากันด้วยเรื่องปิดท้ายสไตล์สนามพระวิภาวดี เกิดในงานกินเลี้ยงฉลองปีใหม่ ที่บ้านเสี่ยดนัย เจ้าของกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง มีเพื่อนร่วมรุ่นเรียนมหา’ลัย มาร่วมงานด้วย ๒ คน คือ นายสุชัย เจ้าของโรงพิมพ์ กับ นายสุริยะ เจ้าของร้านอาหาร...
ก็นั่งดื่มกินคุยเรื่องราวต่างๆอย่างออกรสได้พักใหญ่ เสี่ยดนัย ก็ถาม นายสุชัย ว่ามีเคล็ดลับการทำงานอย่างไร จึงทำให้กิจการโรงพิมพ์มีความเจริญก้าวหน้ามั่นคง นายสุชัย ตอบว่า ก็ใช้หลักวิชาบริหารที่เรียนมา และบูชาพระสมเด็จใช้ติดตัวเท่านั้น...
เสี่ยดนัย หันมาทาง นายสุริยะ ถามว่าเพื่อนล่ะ มีเคล็ดลับอะไรถึงทำร้านอาหารมีชื่อเสียงมาก นายสุริยะ ตอบว่า ก็ใช้วิชาบริหารที่เรียนเหมือนกันนั่นแหละ แต่ไม่มีพระ...
เสี่ยดนัย ถามว่า แล้วนายไม่มีพระดีเหมือน สุชัย หรือ นายสุริยะ ตอบว่า พระสมเด็จไม่มีหรอก แต่มี นางพญา เพื่อนถามว่าพิมพ์อะไรรุ่นอะไร นายสุริยะ บอกว่า นางพญารัตนา--คือเมีย ที่คุมร้าน เก็บรายได้ทุกบาททุกสตางค์ กิจการจึงมั่นคง เพราะเงินไม่มีกระเด็น เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง