ยังนั่งคุยกันหลังถ่ายรายการพี่อ้อยพี่ฉอดตัวต่อตัวว่า โลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ บางคนพร้อม แต่ไม่ท้อง ในขณะที่มีอีกมากมายท้องทั้งที่ไม่พร้อม หลายปัญหาแก้ยากขึ้นหลายเท่า เพราะไม่ใช่แค่เรากับเขา แต่ยังมีลูกเรา ที่บางทีเขาไม่ยอมรับว่าเป็นลูกเขาก็มี

“ปัญหาของหนูมันร้ายแรงมากสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่เคยเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนะคะ เพราะมันเกิดจากความรักที่เรามีให้เขา แต่เรากลับถูกหลอก ตอนนี้หนูตั้งท้องได้ 6 เดือนค่ะ หนูกับแฟนอายุต่างกัน 12 ปี หนูปิดเรื่องตั้งท้องกับทางบ้านมา 5 เดือน เพราะทางแฟนขอร้องให้อย่าเพิ่งบอกใคร ขอให้เขาไปคุยกับทางบ้านเขาก่อน แต่พอทางบ้านทั้งสองฝ่ายรู้ ทางฝ่ายชายมาคุยกับทางบ้านเราว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่พอนานๆ เข้ากลับพูดว่า ไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลานเขาหรือเปล่า? รอให้คลอดออกมาจะตรวจ DNA ตอนนี้แฟนหนูเขาไม่คุย ไม่ติดต่อ บล็อกเฟซฯ บล็อกทุกการติดต่อของเรา หนูควรทำยังไงต่อดีคะ ยังดีที่พอทางบ้านเรารู้เรื่องแล้วเขาเข้าใจให้กำลังใจเราค่ะ”

คำว่า “รอตรวจ DNA” มันเป็นคำที่ดูถูกหัวใจผู้หญิงคนหนึ่งจริงๆ น้องไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พ่อแม่เรา ท่านเสียใจค่ะรับรองได้ แต่ท่านยังให้อภัย เพราะเราคือหัวใจของท่าน ถ้าครอบครัวเราเข้าใจ และให้กำลังใจเรา เอาตัวออกมาจากครอบครัวผู้ชายคนนั้นเถอะ ผู้ชายที่ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไร หนูรักเขามากมาย แต่เขารักเราน้อยไป พอไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง ก็ใช้วิธีการบล็อกทุกการสื่อสารเพื่อหนีปัญหา ให้แม่เขามาปฏิเสธเรา เขาสะกดคำว่า “สุภาพบุรุษ” ไม่เป็นจริงๆ ลูกเรา เราเลี้ยงเองได้ ไม่ต้องรอความรับผิดชอบจากใคร เขาเกิดมาแล้ว เมื่อลูกเกิดก็กำเนิดแม่ แม้พ่อไม่คิดแม้แต่จะถามสักนิดว่า ลูกเป็นยังไงบ้าง แม่ของลูกล่ะแข็งแรงดีหรือเปล่า ยังขอให้เราช่วยปิด ไม่รับผิดชอบชีวิตลูก หรือแม้แต่หัวใจเรา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวนี้ จะเป็นพ่อที่ดีของลูกเราได้หรือ

...

น้องคนหนึ่งที่มานั่งคุยในรายการก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆ กับน้อง คบกัน มีอะไรกัน แต่ผู้ชายบอกว่าเป็นหมัน เมื่อรู้ว่าเราท้อง น้องไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง พอมีคนใหม่เข้ามาจีบ น้องเลยรีบมีอะไรกับเขา เผื่อจะได้คนที่เป็นพ่อของลูกเราสวมรอยแทนคนเก่า ไม่ต้องอายใครเขา เพราะยังไงลูกก็ยังมีพ่อ ช่างเป็นวิธีการที่เห็นแก่ตัว จนไม่แคร์หัวใจใครสักคนจริงๆ แม้แต่ลูกเรา

ตอนนี้เขาแต่งงานกันแล้วค่ะ ลูกคลอดออกมาหน้าตาน่ารักน่าชัง และพ่อตัวปลอมก็รักลูกเหลือเกิน ความรู้สึกผิดของคนเป็นแม่เกาะกินหัวใจ ยิ่งเห็นพ่อรักลูกมากเท่าไหร่ ยิ่งเจ็บหัวใจ ทำไมคนคนนั้นถึงไม่ใช่แฟนเก่าที่น้องรอแล้วรอเล่า น้องยังเฝ้าถามอยู่เรื่อยๆ ว่า หนูควรกลับไปหาคนเก่าดีไหม ไม่ได้กลับไปคบนะคะ แค่อยากจะไปยืนยันว่า เขาไม่ได้เป็นหมัน โอ๊ยยย!!! น้องคะ ข้ออ้างง่ายๆ สำหรับคนที่คิดไม่ทัน คำว่า “เป็นหมัน” อาจจะพูดได้ง่ายสุดเพื่อหยุดความรับผิดชอบ มันก็แค่นั้น

“พี่คะ หนูควรสารภาพกับคนใหม่ของหนูดีไหมว่า จริงๆ เขาไม่ใช่พ่อ หนูอยู่กับความรู้สึกผิดแบบนี้ไม่ไหวแล้ว” เอาแต่ใจตัวเองเหลือเกินน้องจ๋า สร้างปัญหาก็เพราะเราอยากได้พ่อให้ลูก ก็หลอกให้เขามีอะไรด้วย จะได้คนช่วยเป็นพ่อ พอเขาช่วยฟูมฟักจนรักลูกมากมาย วันนี้รู้สึกผิด เลยคิดจะสารภาพ ลองคิดไปให้ไกลกว่านั้นอีกนิด ชีวิตน้องจะเป็นยังไง เห็นภาพลูกที่เดินตามพ่อที่อาจจะไม่อยากกอดเขาเหมือนเดิม เพราะเพิ่งรู้ความจริงว่าไม่ใช่ลูก เห็นภาพผู้ชายคนหนึ่งที่หัวใจสลาย ภรรยาและลูกที่อยู่มาวันหนึ่งก็เหมือนไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน ดึงชีวิตเขามาปู้ยี่ปู้ยำขนาดนี้ได้ยังไง เราจะรับผิดชอบความรู้สึกของเขายังไง เราหนีปัญหา จนตอนนี้ปัญหามันใหญ่เกินกว่าจะแก้ปัญหาง่ายๆ ด้วยการสารภาพแล้วจบ จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด เอาจริงๆ น้องรู้สึกผิดทั้งชีวิตอยู่แล้ว แค่จะเปลี่ยนความรู้สึกผิดนั้นเป็นการกระทำเพื่อชดเชยความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งยังไง ที่ถูกดึงมารับผิดชอบความมักง่ายของผู้ชายอีกคน หรือแม้แต่ความมักง่ายของเรา ที่ไม่ได้ป้องกันอะไร ทั้งที่รู้ว่า ถ้าปล่อยตัวปล่อยใจ เราพร้อมแค่ไหนในการรับผิดชอบชีวิตบริสุทธิ์ที่เขาจะเกิดมา

ยอมเจ็บคนเดียว ดีกว่าทำให้ทุกคนเจ็บ ไม่ว่าจะหัวใจลูก หรือหัวใจผู้ชายคนนั้น เป็นภรรยาที่ดูแลสามีอย่างดี เป็นแม่ที่ให้เกียรติตัวเองได้ภูมิใจในความเป็นแม่อย่างเต็มที่ ดีกว่าไปรอความรักและความรับผิดชอบจากแฟนเก่าที่ไม่แคร์ด้วยซ้ำว่า ชีวิตเราและลูกจะเป็นยังไง

จะมีอะไรกับใครด้วยความรัก หรือมักง่าย ต้องคิดเอาไว้เสมอว่า สิ่งที่ตามมาคืออีก 1 ชีวิตที่เราต้องรับผิดชอบเขาได้ ถ้าไม่พร้อมจะเป็นพ่อแม่ใคร จงเป็นคนรัก ที่ไม่ได้ใช้แต่ความรู้สึกในใจ จนลืมความรับผิดชอบยิ่งใหญ่กับอีกหนึ่งชีวิตใหม่ที่เราร่วมกันสร้างเขาขึ้นมาไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ร้องหาความรับผิดชอบของเขา ก็ต้องไม่ลืมความรับผิดชอบของเราเช่นกัน