ชื่อเรียก “พระปิดตาวัดทอง” เป็นชื่อเรียกของเซียนรุ่นตำนาน อย่างอาจารย์ชื้น วัดมหรรณพ์ ท่านใช้นามปากกา ช.อิสรานนท์ เขียนไว้ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ อำมาตย์เอก พระยาชลปทานธนารักษ์ เมื่อ พ.ศ.2515 แต่เซียนรุ่นต่อๆมา เห็นว่า พระปิดตาวัดทอง ไม่ได้มีสองมือปิดหน้าปิดตาเท่านั้น
หลายองค์ ปิดหู ปิดท้อง ทั้งยังล้วงไปปิดก้น...แบบที่ชาวบ้านเรียก ปิดทวารทั้งเก้า ...จึงเรียกชื่อใหม่ เป็นพระมหาอุด เรียกๆกันไป คำ“มหาอุด” ดูไม่เป็นมงคล คนเก่งภาษาจึงลากไปใช้คำบาลี เป็น “มหาอุตม์”
อุตม์คำนี้ ก็คืออุดม แปลว่าสูงส่ง ดูจะสมยอมพร้อมใจเรียกพระมหาอุตม์วัดทอง จนถึงวันนี้
วิทยายุทธ์วิชาพระมหาอุตม์วัดทองแท้... อาจารย์ชื้น ท่านสอนไว้...ไม่น้อย ดังต่อไปนี้
พระครูเทพสิทธิเทพาธิบดี (ทับ) ท่านเสาะแสวงหาของสูงที่ควรบูชา โลหะจากยอดเจดีย์วัดราชบูรณะ โลหะจากยอดพระปรางค์ใหญ่ วัดพุทไธสวรรย์ ยอดปราสาทเก่าวังจันทน์เกษม อยุธยา โลหะเก่าจากมณฑปพระพุทธบาท สระบุรี นำมาผสมกับโลหะสูตร สัตโลหะ อาทิ ปรอท ทองแดง ดีบุก เงิน ชิน ฯลฯ
วิธีสร้างหุ่น...ท่านใช้ขี้ผึ้งผสม ปั้นคลึงตามขนาดขององค์พระใหญ่หรือเล็ก ปั้นสีผึ้ง ให้เรียวเล็กคล้ายเส้นขนมจีนสำหรับทำลวดลายเลขยันต์
ถึงขั้นการหล่อหลอม เบ้าที่เผาต้องร้อนจัด เนื้อทองหรือโลหะที่หลอมต้องร้อนจัด ละลายใสเหมือนแก้วที่กระทบแสงแดด เมื่อสองอย่างนี้พร้อมกันก็หล่อได้ ด้วยการรีบเทลงในหุ่นทันที
เนื้อทองจะวิ่งเข้าไปตามเส้นขี้ผึ้งทั่วถึงกันหมด ไม่ขาดวิ่นแหว่งเว้า
เนื้อโลหะที่หล่อสำเร็จ จะเห็นสีค่อนข้างขาวบ้าง ค่อนข้างดำบ้าง ค่อนข้างดำแกมเขียวบ้าง ค่อนข้างแดงเข้มบ้าง แต่ส่วนมากเป็นสีค่อนข้างดำ ที่เรียกเนื้อกลับ บางคราวท่านก็หล่อเป็นเนื้อเมฆพัตร
...
รูปลักษณะ เป็นไปตามองค์พระที่เล็กใหญ่ เป็นแบบชะลูดคล้ายกรวยที่เรียกพิมพ์บายศรี แบบป้อมๆพระเศียรค่อนข้างใหญ่ เรียกกันตามความเข้าใจ แบบหัวสิงโต (เซียนรุ่นหลัง เรียกพิมพ์เศียรบาตร)
ที่พระอุระระหว่างอก มีเลขหนึ่งไทย บางองค์เลขหนึ่งอยู่ที่สุดพระเพลา ข้างๆปลายหัวเข่า
ข้อที่ควรสังเกต เส้นลวดลาย (ยันต์) ทั่วองค์เล็กเรียว ทุกเส้นกลม เรียวเล็กสม่ำเสมอกันหมด เส้นไม่ขาด ช่องไฟหรือช่องระหว่างเส้น ต้องเป็นร่องลึก เมื่อทุกส่วนเป็นร่องลึก จะทำให้เห็นเด่นชัดสวยงามมาก
บอกข้อสังเกตของแท้เอาไว้ อาจารย์ชื้นสอนให้สังเกตของปลอม ดูได้ง่ายจากเนื้อประสมออกสีคล้ายทองแดง สัมผัสมือแล้วไม่กลับดำ แดงค่อนข้างสดแกมทองเหลือง ลวดลายไม่ห่างไป ก็ถี่ไป เส้นขาดบ้าง เส้นค่อนข้างใหญ่กว่าของจริง เส้นแบนมากกว่ากลม
ของปลอมบางฝีมือ ใช้ชุบเงิน แล้วถูเอา เงินที่ชุบออกบ้าง ไม่ออกบ้าง
สมัยที่อาจารย์ชื้นวัดมหรรณพฺ์ เขียนตำรา หนังสือภาพพระวัดทองแท้ ยังไม่แพร่ หลาย มาถึงสมัยนี้ หนังสือภาพพระวัดทองมีออกมาให้ศึกษาเทียบเคียงมาก แต่สำหรับคนเป็นพระ ก็ยังพอเห็นว่า ยังมีของปลอมบางฝีมือปะปนอยู่
ฝึกวิชาดูพระมหาอุตม์วัดทองเอาไว้แล้ว เหลือบสายตาดู ดูองค์ในคอลัมน์ ผิวไม่กลับดำสนิทนัก เกรนของเนื้อพระลงตัว ไม่หยาบหรือละเอียดจนผิดตา ลวดลายยันต์ลึก งดงาม ในพื้นผนังมีดินขี้วัว ที่ฉาบคลุมตอนเข้าหุ่น เทียน...แห้งสนิท...นี่ก็เป็นตัวช่วยที่สำคัญ
หาความรู้เป็นพื้นฐาน แล้วหาภาพพระ แท้ดูให้คุ้นตา หาพระแท้ดูไว้หลายๆองค์
พระมหาอุตม์วัดทองแต่ละองค์ แพงมาก หลักแสนแก่ไปถึงล้านนานแล้ว ของปลอมฝีมือระดับเซียนขายมีใบการันตี ถ้าไม่คิดว่าตาดีจริง ถ้ามีเงินพอซื้อผ่านเซียนที่เชื่อได้ มั่นใจกว่าซื้อตาเดียว.
O พลายชุมพล O