ดูภาพพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่หลังแบบองค์ในคอลัมน์ ถ้าจะให้ดี เปิดดูภาพสีทาง “ไทยรัฐออนไลน์” จะเห็นว่าองค์นี้ เป็นพระเนื้อจุ่มรัก เหลือทองเก่าบางๆไว้กลางหน้าท้อง ทองแผ่นเป็นปื้นในร่องหลังแบบ...กลมกลืนไปกับสีเนื้อเข้มค่อนดำ
จุดสังเกตพื้นผนังข้างแขนซ้าย...เนื้อรักกะเทาะเปิดเห็นเนื้อใน สีขาวอมเทาอ่อน ทั้งยังมีเม็ดผงขาวแยกตัวเด่น เม็ดผงขาวนี้ มีในหลวงพ่อแก้วพิมพ์ใหญ่หลังแบบ องค์ครูในหนังสือมาตรฐานกว่าสององค์
จนถึงวันนี้ หลวงพ่อแก้ว ทั้งเนื้อคลุกรัก จุ่มรัก พิมพ์หลังแบบหลายๆพิมพ์ รวมถึงพิมพ์ปั้น ต่างขนาดต่างฝีมือ มีให้ดูเป็นองค์ครูเพิ่มขึ้น
แต่ข้อเท็จจริงที่ยังถกเถียงกัน...พิมพ์ไหนทำที่วัดเครือวัลย์ ชลบุรี พิมพ์ไหน ทำที่เพชรบุรี ซึ่งก็มีข้อถกเถียง วัดปากทะเล วัดเขาบันไดอิฐ หรือที่วัดพระทรง
ชุดความรู้เรื่องหลวงพ่อแก้ว...ก็ดูจะแล้วแต่ผู้รู้ รู้มาอย่างไร แล้วก็เชื่อไปอย่างนั้น
ชุดความรู้เรื่องหลวงพ่อแก้ว ต่อไปนี้ผมขออนุญาตคัดย่อมาจากข้อเขียนของ ช.อิสรานนท์ วงการรู้จักว่า ท่านคือ อาจารย์ชื้น วัดมหรรณพาราม ตีพิมพ์ในหนังสือ งานพระราชทานเพลิงศพ อำมาตย์เอก พระยาชลปทานธนารักษ์ ที่วัดเทพศิรินทร์ 30 มี.ค. 2515
เป็นชุดความรู้ชุดแรกจากเซียนพระรุ่นตำนาน ที่คนรุ่นหลังสืบสานใช้เป็นหลักพิจารณากันถึงวันนี้
หลวงพ่อแก้ว เกิดที่เพชรบุรี เมื่อ พ.ศ.2396 อุปสมบทที่วัดปากทะเลไปจำพรรษา เจริญสมถกรรมฐานอยู่ในถ้ำเขาบันไดอิฐ เชี่ยวชาญในการก่อสร้าง หลายครั้งพาภิกษุสามเณร และชาวบ้านไปตัดโค่นไม้ในป่า มาปลูกสร้างกุฏิศาลาในวัด
การโค่นไม้ ชักไม้ เลื่อยไม้ เป็นงานเหนื่อยยาก จนบางครั้งถึงเจ็บป่วยไข้ เป็นเหตุให้ท่านสร้างพระปิดตา แจกให้ผู้ร่วมงานทั้งเป็นรางวัลทั้งเป็นขวัญกำลังใจ
...
รูปแบบพระปิดตา หลวงพ่อแก้วเอาพระปิดตาวัดท้ายย่านพิมพ์กลาง (พิมพ์กบ อึ่งอ่าง) มาแก้ไขบางส่วน บางองค์ทำเป็นหลังยันต์ เรียก อุเฑาะทม บางองค์ทำเป็นหลังอูม เรียกหลังเบี้ย มีหลายขนาดทั้งเล็ก กลางใหญ่
ที่เป็นสามหน้า (พิมพ์บายศรี) ก็มี เนื้อผงสีขาวก็มีแต่โดยมากเป็นองค์เล็ก บางองค์รูปยาวรีหลังอูม เรียกว่าพิมพ์ลากซุง หรือแลกซุง ท่านเป็นนักก่อสร้าง ใครช่วยชักลากซุงมาถึงวัด ท่านก็ให้พระเป็นรางวัล
ครั้งแรกท่านสร้างด้วยเนื้อปรอทปนดีบุกบ้าง ปนชินบ้าง ปนตะกั่วบ้าง เนื้อดีบุกล้วน เนื้อตะกั่วล้วนก็มี
ต่อๆมาท่านจึงสร้างเนื้อผง เมื่อท่านธุดงค์พักแรมในป่า ท่านเดินเข้าหาโป่งสัตว์ เก็บดอกเก็บเกสรดอกไม้ ที่มีตัวผึ้ง แมลงภู่เข้าไปตอม เอามาประสมเป็นผงสร้างพระ
เมื่อท่านอยู่ในถ้ำ ท่านก็เอาขันรองหยดน้ำ ที่หยาดจากหินย้อย ท่านเรียกหยดน้ำตาจากหยาดน้ำตก นำมาเป็นส่วนผสมปั้นผง เมื่ออยู่ในวัดท่านก็หาไม้ไก่กุก ซึ่งถือกันว่าเป็นมหานิยม มาเป็นส่วนผสมหนึ่ง
กระบวนการทำพระ เริ่มจากทำผงลงอักขระ ผสมเกสรดอกไม้ ไคลเสมา หรือตะไคร่น้ำหน้าโบสถ์ ขูดเอามาเป็นส่วนผสม เมื่อบดทุกอย่างละเอียด ใช้น้ำจากหยดน้ำในถ้ำผสมน้ำผึ้ง ใช้กล้วยเล็บมือนางเป็นส่วนช่วยให้เหนียว ใช้น้ำงาใสทาแม่พิมพ์
เสร็จแล้วเอาใส่ถาดผึ่งไว้จนแห้ง ลงรักปิดทองสีเนื้อพระจึงออกเหลืองแก่เข้มบ้าง เหลืองอ่อนบ้าง สีออกค่อนดำบ้าง
หลวงพ่อแก้วเคยคุยให้ผู้ใกล้ชิดฟัง...เนื้อผงพระของท่าน เอาไปให้ใครกิน ถ้าเป็นศัตรูขนาดถึงเอาชีวิต ก็จะกลับเป็นมิตร คนที่เกลียดก็เลิกเกลียด คนที่โกรธก็เลิกโกรธ มีแต่รักใคร่เพิ่มคุณความดีให้แก่กัน
ท่านว่า ใครคิดถึงท่านก็เอาพระมาบูชา ประสงค์สิ่งใดก็จะได้สมถวิลจินดา สมดังชื่อ “แก้ว” ของท่านนั่นเอง.
O พลายชุมพล O