ข่าว
100 year

วิจัยกะโหลกชี้การอพยพของมนุษย์สู่ออสเตรเลีย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2562 10:01 น.
SHARE

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียเผยว่า ซากศพของมนุษย์ที่ค้นพบบนเกาะอาโลร์ในอินโดนีเซีย ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆเกี่ยวกับการอพยพของมนุษย์ผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อหลายพันปีก่อน ดร.โซเฟีย แซมเปอร์ คาร์โร ระบุว่าซากกะโหลก 2 ชิ้นที่พบมีอายุตั้งแต่ 12,000– 17,000 ปี นับเป็นซากศพมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบในภูมิภาควอลเลเซีย (Wallacea region) ที่เป็นหมู่เกาะที่อยู่ระหว่างเกาะชวาปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย

แม้เราจะรู้ว่ามนุษย์สมัยใหม่อาศัยอยู่ในติมอร์และสุลาเวสีเมื่อ 40,000 ปีที่แล้ว แต่ซากมนุษย์ที่พบนี้เป็นหลักฐานแรกของการมีอยู่ของมนุษย์สมัยใหม่ในภูมิภาควอลเลเซีย และเป็นไปได้ว่าบริเวณรอบๆเกาะอาโลร์อาจเป็นเส้นทางสายใหญ่ที่คนยุคโบราณเดินทางผ่านหมู่เกาะเหล่านี้ จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงดินแดนออสเตรเลีย นักวิจัยเผยว่า สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ ก็คือขนาดที่เล็กของกะโหลก แม้ขนาดจะดูคล้ายกับซากอื่นที่พบในภูมิภาคนี้ซึ่งมีอายุ 7,000-10,000 ปี แต่นี่อาจเป็นผลมาจากการลดขนาดหลังจากมนุษย์สมัยใหม่คนแรกตั้งรกรากอยู่ในเกาะเหล่านี้

หลักฐานนี้แตกต่างจากหลักฐานที่พบในออสเตรเลียและส่วนอื่นๆ ของแผ่นดินใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้น โดยทั่วไปแล้วมนุษย์จะมีกะโหลกศีรษะที่ใหญ่กว่านี้ มีคำอธิบายที่เป็น ไปได้ ว่านี่เป็นผลกระทบของเกาะ แนวคิดที่ว่าเมื่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อื่นๆไปถึงเกาะที่มีทรัพยากร อาหารและสัตว์ที่ล่าไม่เพียงพอ พวกเขามีแนวโน้มจะขนาดเล็กลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับมนุษย์โฮโม ฟลอเรสสิเอนซิส (Homo floresiensis) หรือฮอบบิท และอาจส่งผลต่อมนุษย์โฮโม ลูโซเนนซิส (Homo luzonensis) ที่ค้นพบเมื่อเร็วๆนี้.

Credit : Sofia Samper Carro

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กะโหลกมนุษย์โบราณอินโดนีเซียออสเตรเลียปาปัวนิวกินีติมอร์สุลาเวสีโลกโศภินอื่นๆ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้