คิดเสมอ ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกวัน เวลาของเราก็สั้นลงไปอีกวัน เลยใช้ทุกเวลาที่มีอย่างดีที่สุด วันนี้มีโอกาสไปพูดให้พี่ๆ น้องๆ คุณหมอและพยาบาลที่ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ฟังค่ะ มีน้องคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม “เวลาฟังปัญหาของใครๆ มีบ้างไหมที่รู้สึกจิตตกไปตามสิ่งที่ได้ฟัง” ก็ไม่ค่อยนะคะ ส่วนใหญ่ได้แต่ฟังไปคิดไป และรู้สึกขอบคุณความไว้วางใจที่หลายๆ คนยอมเล่ามุมอ่อนแอของตัวเองให้ฟัง และบอกกับใจตัวเองเสมอ เราไม่ได้เก่งกว่าใคร แค่พยายามหาวิธีคิดให้แต่ละชีวิตรอด ตอนที่เขาคนนั้นไปกอดคนอื่นแล้วเท่านั้น ปัญหาความรักบางเรื่องไม่มีอะไรต้องแก้ แค่ยอมรับและทำใจ ทุกทางเลือกที่เลือกไป ต้องไม่อดทนเพื่อใครจนใจร้ายกับตัวเอง ถ้าจะมีบ้างกับบางคำถามที่ชวนหดหู่ คือ การใช้ชีวิตคู่ที่มีการทำร้ายร่างกาย อย่างคำถามนี้

“พี่อ้อยคะ เรื่องที่เจอทรมานหัวใจเหลือเกิน คบกับแฟนมาหลายปี แต่ไม่มีงานแต่งซะทีจนเราขู่ฆ่าตัวตาย แฟนขอให้มีลูก พอท้อง แม่ฝ่ายเขาเลยต้องยอมให้แต่ง หลังแต่งงาน เริ่มรู้ว่าเขาอยากได้แค่ลูก เราก็ยอมทนเพราะกลัวไม่ได้อยู่กับลูก เขาเริ่มลงไม้ลงมือ ทั้งๆ ที่ท้องอยู่ ดึงผม บีบคอ กะแค่ให้แม่เจ็บไม่กระทบลูก ช่วงท้องยังคงถามเหมือนปกติ กินข้าว แพ้ไหมอยากกินอะไร ทุกอย่างเหมือนดีขึ้น พอคลอดน้องได้เดือนกว่า ถูกลงไม้ลงมืออีกครั้ง ตอนนั้นกอดลูกไว้แน่นกลัวถูกเขา พอหมดวันลาคลอดก็กลับไปบ้านตัวเอง พี่เขาจะคุยแค่เรื่องลูก จนไม่กี่วันนี้ตัดสินใจคุย พี่เขาก็หลุดพูดมาว่า เขาอยู่แบบนี้ได้ ทนอยู่กับเราได้ แต่อย่าบังคับให้เขารัก เขาไม่ได้รักเราแล้ว เราไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ ไม่อยากให้แม่เราทุกข์ใจ ได้แต่บอกตัวเองให้อดทน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทนได้นานแค่ไหนค่ะพี่”

ยื้อคนหมดใจไว้ใกล้ตัว หัวใจเรานั่นแหละค่ะ จะทรมานที่สุด น้องบอกว่าคบกับแฟนมาหลายปี แล้วเขาไม่มีท่าทีให้รู้ก่อนเลยหรือว่าเขาจะเป็นคนที่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้ ถ้าเป็นผู้ชายที่ตบตีผู้หญิงได้ ก็ไม่มีข้อดีข้อไหนมาชดเชยได้แล้ว ย้อนกลับไป การเอาตัวเองเป็นตัวประกัน ถ้าไม่แต่งงานกับฉัน ฉันจะตายให้ดู ก็น่าหดหู่ไม่น้อย ถ้าคนคนหนึ่งจะแต่งงานกับเรา ควรเป็นเพราะเขารัก ไม่ใช่บีบบังคับให้เขาเป็นฆาตกรหากยังไม่ยอมร่วมหอลงโรง ในที่สุด ขนาดเรายอมสละชีวิต เขายังไม่คิดจะมีชีวิตคู่กับเราเลย จนต้องยอมท้อง เอาชีวิตลูกเป็นตัวประกัน เพียงเพราะจะได้ผูกมัดเขา สุดท้ายคนที่เราดิ้นทุรนทุรายเพื่อให้ได้มา กลับไม่ควรค่าสักนิดกับความอดทน

...

รักไปตบไป จะให้เชื่อยังไงว่ารัก เขาไม่เห็นแคร์ลมหายใจของเราสักนิด จบชีวิตไป เขาจะเสียใจหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เอาลูก แต่ไม่เอาแม่ เด็กไม่ใช่ตุ๊กตา สร้างเขามาแต่ไม่ให้ความอบอุ่น ขนาดอยู่ในท้องแม่ ยังทำแย่ๆ ใส่แม่ของลูก จิกหัว บีบคอ คงไม่กระเทือนท้องมั้ง เอาอะไรคิดกันหนอ ต่อมตรรกะถึงได้ฝ่อขนาดนี้ เขาควรค่าจะเป็นสามี หรือเป็นพ่อที่ดีของเด็กสักคนหนึ่งไหม

ถามตัวเองเสียงดังๆ ค่ะ ความอดทน ทำให้เราเป็นคนที่มีค่าตรงไหน ปล่อยให้เขาทำร้ายร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่แค่เรา แต่ทำร้ายทั้งคนที่ให้กำเนิดเรา และคนที่เราให้กำเนิด อย่ามัวรักแต่เขา จนไม่เห็นเงาของตัวเรา แรกๆ อยากแต่งงานกับเขา ถึงขนาดพร้อมจะฆ่าตัวตาย ถ้าผู้ชายไม่สมยอม พอได้แต่ง ก็คล้ายๆ จะฆ่าตัวเองอีกแบบ ต่างกันที่ตอนนี้คือ ตายทั้งเป็น ซึ่งเลือดเย็นและทรมานกว่ามาก

เราคือหัวใจของพ่อแม่ อย่ายอมให้ใครมาทำอะไรแย่ๆ เพราะหัวใจแม่จะเจ็บที่สุด ไหนจะลูกซึ่งเป็นหัวใจของเรา อย่ายอมให้เขาย่ำยีหัวใจขนาดนี้ อยากมีลูก เขาเข้าใจคำว่า “ผูกพัน” และ “รับผิดชอบ” ขนาดไหน ถ้าอยากแค่อาศัยมดลูกเราผลิตเด็กคนหนึ่งให้เขา อย่าไปยอมให้ใครเอาเปรียบเราได้ขนาดนั้นเลย ลูกมีชีวิตและจิตใจ ไม่ได้แค่เกิดมาเป็นเครื่องประดับในชีวิตใคร แบบที่ไม่ได้ห่วงใยความรู้สึกของเขาเลยสักนิดเดียว ระหว่างลูกที่ทนอยู่กับพ่อใจร้าย กับ ลูกที่มีแม่คนเดียวแต่รักเขามากมาย คล้ายๆ อย่างหลังอาจอบอุ่นกว่า ไม่ได้อยากให้ครอบครัวใครแตกแยก แต่ถ้าเขามีความคิดแปลกๆ อย่ายอมเอาความสุขน้อยนิด แบบที่ต้องเอาทุกข์ทั้งชีวิตเข้าไปแลกนะคะ หากพ่อแม่ลูกอยู่กันครบ แต่พ่อตบแม่ทุกวัน ลูกจะเรียนรู้คำว่า "รักและผูกพัน" จากอะไร เรากำลังปลูกฝังความรุนแรงระดับไหนให้ลูก กับคนบางคน ยิ่งสิ้นสุดความอดทนไวเท่าไหร่ ความสุขยิ่งมาไวเท่านั้น ไม่มีเขาใช่ว่าเราไม่มีค่า ให้เกียรติและรักตัวเอง เรามีค่าเกินกว่าต้องรอขอความรักจากคนที่ไม่มีเราอยู่ในสายตา เขาบอกแล้วว่า "เขาทนอยู่กับเราได้ แต่อย่าบังคับให้เขารัก" ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ได้น่าสงสารขนาดนั้น ต่อให้รักเขาแค่ไหน เราจะไม่เอาความรักของเราไปรบกวนเขามากเกินไป ผู้หญิงอย่างเรา รักได้ เจ็บเป็น และต้องเห็นคุณค่าในตัวเองค่ะ