คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

ภาพถ่ายแสดงอารมณ์ นิทรรศการสะท้อนเรื่องราว

ไทยรัฐออนไลน์9 มิ.ย. 2562 17:36 น.
SHARE

"ภาพถ่ายกลายเป็นความทรงจำในช่วงจังหวะหนึ่ง ขณะที่ผมหยิบกล้องขึ้นมา บันทึกเรื่องราวตลอดจนเชื่อมโยงความเป็นมา และเป็นไปของสถานที่นั้นๆ ในชั่วขณะเวลาหนึ่ง" "แอ๊ด-พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์" หรือชื่อคุ้นหูอย่าง ADD CANDID ได้เกริ่นก่อนที่เราจะพูดคุยกันในฐานะ Leica Thailand Ambassador ผู้ริเริ่มการจัดนิทรรศการ SENSE OF PLACE นิทรรศการที่เขาอยากดึงอารมณ์ของทุกท่านให้ท่องไปกับบรรยากาศ และความรู้สึกของภาพที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

ศิลปินที่หลงใหลการท่องโลกไปกับความรู้สึก ปัจจุบันเป็นช่างภาพของสำนักเลขาธิการสภาอาเซียน (AIPA) โดยเขาเริ่มเล่าให้ฟังว่า...

เขาเริ่มรักการถ่ายภาพจากที่รู้สึกว่าอยากให้ตัวเองยิ้ม อยากให้ตัวเองมีความสุขกับการได้เดินถ่ายรูป เลยเลือกมาถ่ายรูป แทนที่จะเลือกทำงานสถาปัตย์ จริงๆ เป็นการทำงานควบคู่ไปด้วยกันในยุคแรกๆ ตอนเพิ่งจบใหม่ๆ ทำสถาปัตย์ไปด้วย ถ่ายรูปไปด้วย เราเลยรู้สึกตัวเองว่า เราไม่ใช่ไม่ชอบสถาปัตย์ แต่ไม่ชอบนั่งหน้าโต๊ะ เพื่อจะสเกตช์แบบ หรือว่าต้องทำแบบแก้แบบส่งลูกค้า แต่จริงๆ เราหนีไม่พ้นหรอก ตอนนี้ถ่ายรูปเสร็จกลับมา ก็ต้องมาทำงานอยู่หน้าคอมเหมือนกัน แต่มันยังมีโอกาสได้ไปเดินถ่ายรูป ได้ไปเดินเปลี่ยนบรรยากาศ ใช้คำว่าขอเปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยๆ บรรยากาศมันจะสร้างแรงบันดาลใจให้เราเอง ในแต่ละสถานที่ ในแต่ละครั้ง 

แรงบันดาลใจ

เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2016 ผมเก็บภาพถ่ายมาเรื่อยๆ หรือจะเรียกว่าช่วงคัดกรองก็ได้ เพราะระหว่างนั้นคือไม่ได้ทำแค่ Sense of place เพียงอย่างเดียว แต่ทำโปรเจกต์อื่นไปด้วย แต่เราเลือกที่จะหยิบจับคำว่า Sense of place มาจัดนิทรรศการ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลายส่วน หลายอย่างที่ผมชื่นชอบก่อน เริ่มต้นด้วยประวัติศาสตร์ มันเกิดขึ้นในที่ที่ผมไป ความรู้สึก ณ เวลานั้นๆ รวมถึงงานศิลปะ บทเพลง หนัง เข้ามาเป็นส่วนประกอบในชีวิต แล้วก็ขาดไม่ได้คือ วิชาที่เรียนมา สถาปัตยกรรม เลยมีผลทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะบันทึกภาพที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานที่ เชื่อมโยงไปกับสิ่งที่เรารู้สึก คือภาพบุคคลในสถานที่นั้นๆ ที่บ่งบอกเรื่องราว และสามารถตีความที่แตกต่างออกไปได้

จุดเริ่มต้นของนิทรรศการ

Sense of place เริ่มต้นด้วยมาจากภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผมจะเริ่มต้นจากการที่ถ่ายภาพ ภาพหนึ่งหน้าร้านแมคโดนัลด์ ก็คือจะมีลุงคนหนึ่ง อันนั้นมีถ่ายจากกล้องมือถือ จึงไม่ได้นำมาแสดง ผมรู้สึกว่าภาพการซ้อนทับระหว่างบุคคลมันมีเสน่ห์ ดูมีอะไร และผมโชคดีที่ว่าผมเจอบุคคลนั้นที่หน้าตาวัยประมาณ 60 กว่าๆ มันมีร่องรอยบางอย่างบนใบหน้าเขา และมันเกิดการซ้อนทับบนกระจก ตัวเขากับกระจกที่สะท้อนกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่พูดถึงเรื่องราวในอดีตเขา คนจะตีความยังไงก็ได้ ผมเลือกไปถ่ายช่วงเดือนตุลาคม ไปถ่ายเก็บเอง และเป็นภาพบนมือถือ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นจากตรงนั้น เรารู้สึกว่ารูปมันก็ยังสอดคล้องไปตอนที่เรียน ผมเลือกสถานที่ที่นั้นในการทำ Thesis และผมก็ชอบสถานที่นั้น ผมว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ผมไม่ได้อ้างอิงการเมืองนะ แค่รู้สึกว่า แค่ชื่อมันก็สวยแล้ว

เวลาสุข มักได้ภาพดี

ความสุขของผมเวลาถ่ายรูป มักจะเป็นโมเมนต์ตอนที่ผมแฮปปี้ ก็จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย ได้เดินไปในสถานที่ที่รู้สึกว่าผมชอบ แล้วรูปที่ผมเลือกมาแสดง ก็เป็นรูปที่ผมรู้สึกว่ามันมีเรื่องราวของผม ที่ผมอยากจะส่งต่อเรื่องราวนั้นไปให้กับบุคคลที่ 2-3-4-5 เขาจะได้รับแรงบันดาลใจ ที่แตกต่างกันไปแบบที่ตีความของเขา หรืออาจจะได้รับมุมมองบางอย่าง หรืออาจจะไม่ได้รับเลยก็ได้มันอยู่ที่บุคคลที่จะเปิดรับ ไม่เปิดรับนะครับ และในแต่ละภาพมุมมองก็จะแตกต่างออกไป จะมีเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ ณ เวลานั้น แล้วก็สถานการณ์ เหตุการณ์ข่าวของโลก เราจะถ่ายทอดเรื่องอะไร ณ เวลานั้นด้วย จะตีความในรูปแบบของเรา ถ่ายทอดออกมาเป็นงานภาพถ่าย หรืองานศิลปะ

มองผ่านเลนส์ แตกต่างที่น่าจดจำ

จริงๆ ผมเป็นคนเรียบง่ายนะ แต่การเรียบง่ายมันผ่านกระบวนการคิด กระบวนการทำมาแล้ว เหมือนผมทำแบบทดสอบไปเรื่อยๆ แล้วผมก็จะรู้ว่าผมชอบแบบไหน ผมจะเลือกถ่ายอะไร อย่างผมจะถ่ายคนก็คน จะถ่านสถานที่ก็คือสถานที่ หรืออะไรก็ตาม ผมจะมีการซ้อนทับบางอย่าง ให้มันแฝงเรื่องราวเข้าไป อาจจะเป็นลักษณะ ไม่ใช่เชิงว่าสตรีทจ๋า แต่ผมมองว่าผมบวกลายเข้าไป ผมชอบพูดถึงตัวเองว่าตัวเองเป็นช่างภาพที่เป็น แนว life ตอนนี้แปรผันมาเป็นเรื่อง Time แปรผันมาเป็นนิตยสารชื่อ Time สถานที่ เป็นการอ้างอิงเป็นเครื่องบอกว่า ณ จุดนั้น สถานที่ที่นั้น เป็นลักษณะนี้ เพราะว่าหลังจากนั้น หลังจากนี้ เราไม่รู้ว่าในอนาคต สถานที่นั้นจะยังคงอยู่หรือเปล่า เพราะสถาปัตยกรรมมันไม่ได้เป็นสิ่งที่อยู่ถาวร ถ้าปัจจุบันเราไม่ได้มีภาพมายืนยันในอดีต มันก็จะเลือนหายไป

เรียงร้อยเรื่องราว ทุกเหตุการณ์คือความสำคัญ

แต่ละภาพที่เลือกมา มันก็จะรันตามตัวอักษร ตามชื่อ และตำแหน่งวางที่มันใกล้กัน โดยเราใช้พื้นที่ของไลก้า ในการจัดแสดง เพื่อที่จะให้คนข้างนอกเห็นว่า ข้างในมีภาพ ถ้าเกิดว่าเราใช้ภาพใหญ่ หรือว่าใช้ภาพด้านหลังนำไปวางสะเปะสะปะ ผมว่ามันทำให้ความรู้สึกอึกอัด อันนี้ใช้ความเป็นสถาปัตยกรรมเข้ามาช่วย จริงๆ ใน Sense of place ผมชอบหลายรูป แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ รูป The Spine รูปที่เรามองว่ามันเป็นกระดูกสันหลัง แต่จริงๆ มันคือรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญกับกระดูกสันหลังมันคือ สิ่งๆ เดียวกัน คือถ้ามันเกิดความแข็งแรงความมั่นคง สุขภาพแข็งแรงทุกอย่างมันก็เดินหน้าต่อได้

มันเป็นจังหวะ หรือโชคกันแน่

ผมว่า...ภาพที่ถ่ายยากคือภาพที่มีบุคคลเข้ามา เพราะว่าผมไม่ได้เซต และการที่ผมไม่ได้เซต ก็ต้องรออาศัยจับจังหวะ เวลา ผมว่าสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการเลือกภาพ สำหรับผมภาพมันผสมโชค เช่น ภาพที่เป็นเครื่องบิน มันเป็นจังหวะที่ว่า ถ้าเรารีบในตอนนั้น ในการที่เราลงจากเครื่องเพื่อจะไปรับกระเป๋า แต่ผมรู้สึกว่า ผมเห็นภาพคนเนี้ยกำลังเดินอยู่ แล้วผมรออีกนิดได้ไหม รอจนผู้โดยสารเดินไปหมดแล้วตรงงวงช้าง แล้วผมก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า มันจะมีตัวรอยเท้า แล้วก็มีท่อน้ำมันที่เป็นวงแหวนอยู่บนหัว มันไม่ใช่แค่รอยเท้า ผมรอจังหวะที่มาเขาจะเดินไปตรงท่อน้ำมัน ท่อน้ำมันเนี่ย มันจะเกิดเอฟเฟกต์บางอย่าง ผมรู้สึกว่าภาพเนี้ยเหมือนอยู่บนสวรรค์ ผมเลยใช้ชื่อว่า A Walk in the Clouds ภาพเนี้ยจะมองว่าเขาเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์เลยก็ได้ เพราะว่าด้วยความขาวปกคลุมด้วยหิมะ แล้วก็มีเครื่องบินจอดอยู่ มีวงแหวนอยู่บนหัว แต่คือการรอจังหวะ คือกะจังหวะว่าเราจะแคปเจอร์รูปนี้ 1 2 3 มันมีจังหวะได้แค่นั้น แล้วเขาก็ไป ความยากอยู่ตรงนั้น และถ้าประสานกับว่า ถ้าเขาเดินกลับมาซ้ำที่เดิม รอยเท้ามันจะไม่สวยแล้ว ตอนนั้นถ่ายช่วงลงเครื่องเลย ถ่ายช่วงประมาณ 6-7 โมงเช้า ที่สนามบินจุบุ เซ็นแทร ที่นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

ความรู้สึกต่อภาพถ่าย

จริงๆ ยังมีอีกหลายภาพ แต่มันอยู่ในนิทรรศการ ที่บ่งบอกอารมณ์และบอกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิต ที่มีผลต่อมุมมอง ความรู้สึกในการถ่ายภาพต่างๆ ตลอดจนกระบวนการทำงานตั้งแต่เลือกภาพด้วย

นี่แหละหนา...ที่เรียกว่า ภาพถ่ายสะท้อนอารมณ์ ให้ชวนหลงใหล ใครชื่นชอบ ก็จงฝึกฝน แล้ววันหนึ่ง...ภาพก็จะเล่าเรื่องเองได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาพถ่ายนิทรรศการสถานที่ถ่ายภาพภาพถ่ายสะท้อนอารมณ์แอ๊ด พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED