สนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือน พ.ค. มีธรรมะจากพระฝรั่ง พระอาจารย์ชยสาโร มาฝากว่า หิริ คือ ความละอายต่อบาป โอตตัปปะคือความเกรงกลัวต่อบาป ทั้งหิริและโอตตัปปะ เกิดจากปัญญา
เปิดเวทีพระเครื่องกันด้วย พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่นิยม ฐาน ๗ ชั้น (แคบ) วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง สกุลพระสมเด็จ เนื้อผงพุทธคุณ บรรจุกรุ ที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของเมืองอ่างทอง
ประวัติอีกตำนานมีว่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ตั้งใจสร้างขึ้นที่วัดระฆังฯเพื่อถวายในหลวง ร.๔ แต่พระองค์ เสด็จสวรรคตก่อน จึงเก็บรักษาไว้ก่อนนำมาบรรจุไว้ในองค์พระประธาน ที่ท่านเดินทางมาสร้างไว้ที่วัดไชโย เมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๐๔
...
เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคุณตา เจ้าของที่ดินวัด กับแทนคุณมารดา และเป็นการระลึกถึงสถานถิ่นกำเนิด ซึ่งมีความสำคัญกับประวัติชีวิตท่านในช่วงเวลาสำคัญ
อย่างการสร้างพระประธาน เพื่อเป็นการรำลึกที่มารดาท่านพามาหัดคลานหัดนั่งที่นี่ พอไปอุปสมบทที่วัดอินทร์ บางขุนพรหม ท่านก็ได้สร้าง องค์หลวงพ่อโต ปางอุ้มบาตร (พระศรีอริยเมตตรัย) ไว้ และวาระสุดท้าย ซึ่งจำวัดและมรณภาพที่วัดระฆังฯ แม้ไม่ได้สร้างพระองค์ใหญ่ไว้ แต่ท่านก็ได้สร้าง พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ พิมพ์พระสมเด็จ ไว้--จึงมีคำกลอนกล่าวว่า เกิดเกศไชโย โตวัดอินทร์ สิ้นวัดระฆังฯ
กลับมาเล่าต่อถึงวัดไชโย ว่าถึงปี พ.ศ.๒๓๔๐ รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดฯให้บูรณะ จัดสร้างหลังคา คลุมองค์พระประธาน ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนถึงองค์พระประธาน จนพังทลาย ทำให้ได้พบ พระพิมพ์เนื้อผงรูปทรงสี่เหลี่ยม หลายแบบพิมพ์ นับหมื่นองค์
ที่จำนวนมากพอแยกพิมพ์เป็นมาตรฐานได้ ๓ รูปแบบคือ พิมพ์ ๗ ชั้น พิมพ์ ๖ ชั้นอกตัน พิมพ์ ๖ ชั้นอกตลอดเนื้อพระเป็น ปูนเปลือกหอยผสมมวลสารเข้มข้น อย่าง เนื้อพระสมเด็จ วัดระฆังฯ แยกได้เป็น ๒ แบบ คือ เนื้อผงขาวแห้งแกร่ง (เนื้อกระดูก) กับ เนื้อผงน้ำมันขาวอมเหลือง อย่างองค์นี้ ของเสี่ยก้อง พระสมเด็จ ที่สภาพสมบูรณ์ กำลังงาม มีตำหนิเนื้อบิ่นหายไปนิดหนึ่ง ที่มุมล่างด้านขวามือ แต่ไม่เสียหายเพราะเป็นจุดที่อยู่นอกกรอบพิมพ์พระ
องค์ที่สอง คือ พระนางพญา พิมพ์ไม่มีหู กรุวัดโพธิ์ (โรงทอ) อ.เมือง พิษณุโลก ซึ่งด้วยรูปทรง พิมพ์พระ เนื้อมวลสาร สภาพคราบกรุ อายุความเก่า ที่มีความละม้ายเหมือน พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดนางพญา พิษณุโลก จึงเชื่อกันว่าเป็นพระที่มีอายุการสร้างยุคเดียวกัน
ต่างกันเพียงการค้นพบ ที่ได้ภายหลัง กับขนาดองค์พระที่เขื่องกว่าเล็กน้อย พิมพ์พระมี ๒ แบบ มีหู กับ ไม่มีหู ซึ่งในอดีตแยกเล่นเป็น พิมพ์ใหญ่ มีหู ราคาค่าความนิยมสูงกว่า กับ พิมพ์เล็ก ราคาค่าความนิยมถูก กว่า
ปัจจุบันซึ่งเป็นยุคพระแท้หายาก ความนิยมในการแสวงหา ให้ความสำคัญกับ พระแท้ พระสวย มากกว่าเรื่อง พิมพ์พระ เห็นได้จาก พระพิมพ์รอง ที่มีความสมบูรณ์งดงามมากๆ อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยรัณ ศรัณยักษ์ จะมีผู้สนใจมากกว่า พระพิมพ์นิยม ที่ความงามเป็นรอง และยังมีราคาใกล้เคียงกันมาก
...
อีกรายการเป็น พระนางกำแพง พิมพ์ตื้น กรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง กำแพงเพชร ๑ ในพระสกุลนาง ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้บูชาแทน พระนางพญา กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ที่หายากกว่า ราคาแพงกว่า
แต่มีคนมากมายยืนยันด้วยประสบการณ์ ว่าอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์มีครบเครื่องไม่แพ้กัน องค์นี้ของ เสี่ยสถิต ราชบุรี ที่ส่งมาให้ชมกันตั้งแต่ต้นปี ทุกองค์เป็นพระแท้ดูง่ายๆ สบายตา สวยสภาพเดิมๆ บอกได้ถึงความเป็นนักนิยมพระเครื่องมืออาชีพเชิงอนุรักษ์ ที่รู้ลึกรู้จริง เรื่องพระกรุ พระเก่า และเล่นพระอย่างรู้คุณค่า
...
ลำดับต่อไป คือ เหรียญหล่อพระพุทธ พิมพ์ตัดชิด เนื้อทองแดง หลวงปู่ศุข วัดปาก-คลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ ชัยนาท เห็นปุ๊บ รู้ปั๊บ บอกได้ทันทีว่าเป็น เหรียญหล่อพระพุทธ หลวงปู่ศุข ด้วยลักษณะที่เป็น เหรียญหล่อเนื้อโลหะ คือ ตะกั่ว โลหะผสมทอง แดง
พระรูปทรงสี่เหลี่ยม ขนาดเล็ก ด้านหน้าเป็นองค์พระปฏิมาประทับนั่งเหนือฐานสูง ภาย ในซุ้ม ที่มีเส้นศิลป์หลายแบบ
แยกเล่น เป็นพิมพ์ต่างๆ เช่น พิมพ์ข้างรัศมี พิมพ์ข้างยันต์--และพิมพ์ตัดชิด ที่ได้ชื่อพิมพ์มาจากเอกลักษณ์การตัดขอบข้างองค์พระ ที่ตัดชิดติดเส้นซุ้มทั้งสองข้าง ทำให้องค์พระดูสอบแคบกว่าพิมพ์อื่นๆ
ซึ่งความจริงน่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการตัดขอบข้าง เพราะจำนวนพระมีน้อยมาก แต่กลับกลายเป็นของดีมีน้อย ที่ทำให้มีผู้แสวงหากันมาก โดยเฉพาะ เนื้อทองแดง แบบองค์นี้ของ เสี่ยวชิรพงษ์ วีรารักษ์ ที่ปัจจุบันมีราคานิยมสูงถึงหลักแสน และนับวันจะสูงขึ้น
...
ต่อด้วย เหรียญเสมา รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๕ บล็อกนิยม หน้าใหญ่ พ.ศ. โค้ง หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็น ๑ ในทำเนียบเหรียญพระเกจิอาจารย์ ยอดนิยมราคาหลักแสน ของเมืองกรุงเก่า ที่ความนิยมไม่เคยถดถอย
หลวงพ่อจง เป็นพระเกจิฯที่มีชื่อเสียงเคียงคู่มากับ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จนมีคำกล่าวเล่าขานกันสืบมาว่า เจ็บป่วยทุกโรคภัยให้ไปหาหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เมตตาค้าขาย คุ้มครองป้องกันภัย ให้ไปหาหลวงพ่อจง
มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งขณะหลวงพ่อลงสรงน้ำที่ท่าน้ำหน้าวัด มีชาวเรือว่ายน้ำมาขอของดี ช่วยให้แคล้ว คลาดภัย ท่านเลยเอาหลอดยาสีฟันมาเขียนอักขระด้วยเล็บมือให้ไป ปรากฏชาวเรือนั้นรอดตายจากการรุมทำร้ายของอันธพาล ทำให้เกิด ตำนาน ตะกรุดหลอดยาสีฟัน ที่ทำให้ท่านมีชื่อเสียง
หลอดยาสีฟันท่าน ไม่เคยมีเหลือทิ้ง ทั้งยังทำให้ท่านต้องสร้างเหรียญ รูปเหมือน พระเครื่อง ตะกรุด ของขลัง ออกให้สาธุชนทำบุญบูชา
ซึ่งปรากฏว่าวัตถุมงคลที่ท่านสร้างทุกชนิดทุกรุ่น ไม่เคยมีเหลือติดวัด ถึงปัจจุบัน วัตถุมงคลทุกรุ่น กลายเป็นของมีค่าราคาทวีคูณ ถึงหลักหมื่นหลักแสน อย่าง เหรียญเสมา รุ่นแรก สภาพสวยเยี่ยม เหรียญนี้ ของ เสี่ยรัก สุพรรณ
รายการต่อไป ขอเสนอ พระพุทธรูป พุทธศิลป์สมัยเชียงแสน สิงห์ ๑ สามถอด ยุคต้น หน้าตัก ๑๑ นิ้ว พุทธศตวรรษ ๑๘-๑๙ องค์นี้ต้องบอกว่า เป็นพระพุทธรูปทรงค่าระดับพรีเมียมที่ยากจะได้พบเห็น
เฉพาะพระพุทธรูปพุทธศิลป์สมัยเชียงแสน สิงห์ ๑ แบบ ถึงยุคถึงศิลป์ ขนาดหน้าตัก ๑๑ นิ้ว ที่ถือว่าเป็นพระขนาดใหญ่ ก็หาพบเห็นได้ยากกว่ายากแล้วในยุคนี้
แต่องค์นี้ของ เสี่ยโต้ง บางแค ยังเป็นพระที่สร้างขึ้นด้วยพุทธศิลป์ ที่มีความอลังการพิเศษสุด แบบ ๓ ถอด ที่มีภาพส่งมาครบทุกถอด จึงเป็นพระพุทธรูปล้ำค่า เป็นบุญตาที่ได้เห็น
ปิดสนามกันด้วย หนุมาน เนื้อนวโลหะ ก้นอุดผงพรายกุมาร พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงปู่ทิม อสิรโก วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย ระยอง เครื่องรางรูปหนุมาน เนื้อโลหะ ที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมสูงสุดแห่งยุค จึงเชื่อได้ว่าจะทวีค่าสูงขึ้น เพราะมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ทั้งด้านเมตตา มหาอำนาจ แคล้วคลาดภัย
เล่าต่อกันมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเพชรบุรี ซึ่งมีลิงแสมจำนวนมากมาคอยรอรับอาหารจากนักท่องเที่ยว วันหนึ่ง นักท่องเที่ยวก็ชุลมุนอยู่กับการให้อาหารลิง มีลิงตัวหนึ่งประมาณหัวโจก มาฉกกระเป๋าถือวิ่งหนีไป ตามไม่ทัน เจ้าหน้าที่ก็ติดตามให้ไม่ได้ เพราะมันหายไปในถ้ำ
สามีเจ้าของกระเป๋า นึกขึ้นได้ว่าตนมี หนุมาน หลวงปู่ทิม คล้องคออยู่ จึงเอามาใส่มือพนมเหนือหัวนึกถึงบารมีหลวงปู่ทิม ให้ช่วยให้ลิงนำกระเป๋ามาคืน แล้วนั่งรออยู่พักใหญ่ ก็ยังเงียบ เลยชวนกันกลับบ้าน แต่เกิดเหตุอัศจรรย์ ว่าขณะกำลังจะขับรถออกจากเขตวัด เห็นเจ้าลิงตัวแสบวิ่งมานั่งขวาง พร้อมกระเป๋าของภรรยา เมื่อเปิดประตูลงรถ ลิงก็วิ่งหนีไปวางแต่กระเป๋าทิ้งไว้ ตรวจสอบทรัพย์สินอยู่ครบ จึงมั่นใจว่าเป็นเพราะอานุภาพของ หนุมาน หลวงปู่ทิม รุ่นแรก ซึ่งสร้างรุ่นเดียวแบบตัวนี้ของ หมีพูห์ ปู่ทิม
สุดท้ายขอแจ้งข่าว การกุศล โครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๑๐ รุ่น ๓ จำนวน ๑๒๑ รูป ณ วัดทับไทร ในอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์--ตอนนี้ วัดทับไทร กำลังดัง เพราะมีการจัดสร้าง พระกริ่งชินบัญชร
พิธีอุปสมบทจะมีระหว่าง ๒๑ มิถุนายน-๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ซึ่ง สมเด็จพระมหาสังฆราชา (เทพวงศ์) แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา จะเสด็จปฏิบัติศาสนกิจ ร่วมพิธี ในวันที่ ๒๕ มิ.ย.๖๒
ผู้สนใจร่วมกุศลอุปสมบท ติดต่อสอบถามได้ที่ กุฏิเจ้าอาวาส พระครูสถิตธรรมานุวัตร วัดทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โทร.๐๙-๑๙๐๕-๕๙๙๙
สวัสดีลากันด้วยเรื่องฮาๆ ตอนสงกรานต์ ที่วัดย่านชานเมือง กทม. ซึ่งมีคนไปร่วมทำบุญกันมาก เพราะทางวัดจัดให้มีทำบุญตักบาตร สรงน้ำ หลวงพ่อเจ้าอาวาส ที่มีชื่อเสียงเป็นพระเกจิฯ มีผู้เคารพศรัทธามาก ด้วยเอกลักษณ์ การนั่งสมาธิ ที่ก่อนจะสงบนิ่ง ตัวท่านจะสั่นเหมือนเจ้าเข้า
จึงสร้างศรัทธาให้สาธุชนมาก แต่ลูกศิษย์ก็นึกห่วงถึงสุขภาพ เพราะท่านมีอายุย่าง ๗๐ ปีแล้ว จึงถามว่าหลวงพ่อไหวไหม ท่านก็ตอบมั่นใจว่า เมื่อมีคนศรัทธา ข้าก็ไหว แต่ให้ลูกศิษย์เตรียมผ้าจีวรไว้เปลี่ยนใกล้ๆ ไวๆ เผื่อฉุกเฉินแล้วกัน
เมื่อถึงเวลาสรงน้ำ ก็มีคนเข้าแถวต่อคิวรดน้ำขอพรท่านยาวเหยียด แรกๆเป็นผู้ใหญ่ก็รดกันที่มือ ท่านก็ยิ้ม ให้พร ไปถึงกลางแถวเป็นวัยรุ่น ท่านก็เริ่มมีอาการตัวสั่น คนที่เคยเห็นท่านนั่งสมาธิ ก็กระซิบบอกกันว่า หลวงพ่อกำลังจะของขึ้น
ลูกศิษย์ที่เตรียมตัวอยู่ใกล้ได้ยิน ก็รีบเข้าไปกระซิบบอกหลวงพ่อว่าแข็งใจหน่อยครับ อย่าเพิ่งของขึ้น เหลือคนรอรดน้ำอยู่ไม่ถึง ๑๐ คนแล้ว
แต่หลวงพ่อบอกเสียงสั่นว่า เอาผ้ามาให้ข้าห่ม ข้าไม่ได้ของขึ้น แต่ข้าหนาว--เพราะวัยรุ่น ๓-๔ คน ดันเอาน้ำแช่น้ำแข็ง ไปรดตัวท่าน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง