ธรรมะสนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เป็นของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ปยุตฺโต) “คนเราไม่ควรคิดอยู่แค่การทำเพื่อให้ตัวเองเป็นสุข แต่ว่า ทำยังไงจะให้ผู้อื่นเป็นสุขได้ คนที่คิดอย่างนี้ ก็จะกลายเป็นคนที่มีความสุขกว้างออกไปด้วย”.....
เปิดสนามกันด้วย พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ ไม่มีหู กรุวัดใหม่อมตรส ของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์.....
เป็นพระสภาพพอสวย พิมพ์พระลบเลือนจากการสัมผัสใช้ระดับหนึ่ง แต่ยังสมบูรณ์ มองรู้ดูได้ ว่าเป็นพระอะไร พิมพ์ไหน ด้วยตาเนื้อไม่ต้องใช้แว่นส่อง.....
ทั่วองค์ไม่มีตำหนิแตกหักเสียหาย ผิวเนื้อเปิดเห็นเนื้อใน ที่อัดแน่นด้วยมวลสารเข้มข้นซึ้งตา อย่างที่เรียกว่า เนื้อจัด บอกได้ถึงความเป็นพระกรุเก่า ที่มีผู้แสวงหามาก ตรงข้ามกับจำนวนพระที่มีน้อยกว่าน้อย เพราะใครได้ไว้ก็มักจะหวงแหน.....
องค์นี้เอาภาพมาลง ไม่นานก็ย้ายกุฏิ เพราะพระของรายนี้ ซื้อไว ขายไว จริงๆ.....
ตามมาด้วย พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร ของ พระคุณลุง ที่ส่งพระยอดนิยมราคาหลักแสนหลักล้านล้วนๆ มาให้ชมไม่ขาด สภาพสมบูรณ์สวยงามทุกองค์ สำคัญสุดเป็นพระหน้าใหม่ เห็นแล้วตื่นตา ได้ความรู้ ดูมัน.....
อย่างองค์นี้เป็นสุดยอดพระเครื่องเมืองกำแพงที่เป็นต้นตำรับนาม พระทุ่งเศรษฐี ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนทั่วแผ่นดิน มาก่อนพระอื่นใดในสกุล.....
เห็นได้จากความนิยมในการนำพิมพ์พระไปเป็นต้นแบบจัดสร้างอย่างเยอะ เพราะมีชื่อเป็นมงคลนาม กับอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ที่เด่นชัดด้านมหาโชค มหาลาภ หนุนนำความเจริญก้าวหน้าในชีวิตหน้าที่การงาน.....
จนมีคำพูดว่า ใช้พระลีลาเม็ดขนุน ชีวิตดี๊ดี ไม่มีตกต่ำ ปัจจุบันเป็นอีก ๑ ในพระยอดนิยมที่ยากจะได้พบเห็น โดยเฉพาะองค์งามๆ สภาพเยี่ยมๆแบบนี้ อนาคตยิ่งสูงค่า และยากจะได้เจอองค์จริง .....
...
ตามมาด้วย พระนางกำแพง พิมพ์ตื้น กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร พระพิมพ์เนื้อดินผสมว่าน รูปทรงสามเหลี่ยม ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางมารวิชัยเหนือฐานเขียงอย่างศิลปะพระสมัยสุโขทัย ฝีมือช่างเมืองกำแพงเพชร พบทั้งชนิดพิมพ์ลึกและพิมพ์ตื้นแบบองค์นี้ ของ เสี่ยแม็ก ช้างเผือก.....
เรียกชื่อตามรูปทรงสามเหลี่ยม อย่างพระนางพญา เมืองพิษณุโลก แต่ไม่ปรากฏนามผู้สร้างชัดเจน จึงเรียกเป็นเพียง พระนางกำแพง ไม่ใช่ นางพญา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการบัญญัตินามเรียกที่ถูกต้องเหมาะสม ความนิยมในการแสวงหานำมาใช้แทน พระนางพญา มีสูง แต่ด้วยจำนวนพระมีพบมาก เกือบทุกกรุในเขตลานทุ่งเศรษฐี ราคาจึงยังคงย่ำอยู่ที่หลักหมื่นกลางถึงแสนต้น ตามสภาพองค์พระ จึงน่าใช้มาก.....
ต่อด้วย พระปิดตา พิมพ์ชะลูด เนื้อผง จุ่มรัก หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี ซึ่งอยู่ลำดับที่ ๒ ในทำเนียบเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผง.....
องค์นี้ ของ เสี่ยสถิต ราชบุรี พิจารณาตามภาพเป็นพระแท้ดูง่าย เพราะพิมพ์พระถูกต้องชัดเจน มีความเข้มข้นของเนื้อมวลสาร และความเก่าของเนื้อยางรักที่แห้งสนิท ถึงอายุอย่างเป็นธรรมชาติ.....
มีตินิดนึง ตรงที่องค์พระอาจจะดูบอบบางไม่อวบอิ่มนัก เพราะเป็นพระแฮนด์เมดทำมือ ที่ต้องหยิบเนื้อปั้นก้อน กดพิมพ์ทีละองค์ น้ำหนักมือในการหยิบเนื้ออาจไม่เท่ากันทุกองค์ หนักมือ หยิบเนื้อมาก กดพิมพ์ออกมาองค์พระก็จะดูล่ำสันสมบูรณ์.....
องค์ไหนมือเบา หยิบเนื้อน้อย กดพิมพ์ออกมาก็จะได้องค์พระสะโอดสะองแบบนี้ ซึ่งมีให้พบเห็นเป็นปกติ เหมือนพระพิมพ์ทำมืออื่นๆ ที่มีเนื้อหนาบางไม่เท่ากัน.....
ปัจจุบันพระปิดตาสกุลนี้ หายาก เพราะมีผู้แสวงหามาก และล้วนเป็นพวกซื้อเก็บ ซื้อใช้จริง เพราะเชื่อในอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ที่มีประสบการณ์สูง ครบครอบรอบด้าน.....
...
ดังคำที่หลวงพ่อท่านกล่าวไว้ว่า ยามคับขัน ต้องการความช่วยเหลือหรือปรารถนาใดๆให้นึกถึงท่านเท่านั้นพอ ซึ่งก็มีผลสำเร็จเป็นที่เลื่องลือกับผู้ระลึกถึงท่าน โดยเฉพาะผู้มีวัตถุมงคลของท่านใช้บูชาทั้ง ตะกรุดโสฬสมหามงคล พระปิดตาพิมพ์ต่างๆ ทำให้มีผู้แสวงหากันมาก ราคาค่าความนิยมสูงหลักล้าน ยิ่งเป็นพระปิดตาพิมพ์นิยมสุดอย่างองค์นี้ ราคาน่าจะมากๆล้านเอาการอยู่.....
สำนักถัดไปเป็น พระพิมพ์แจกแม่ครัว เนื้อผงคลุกรัก ล.ป.ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท องค์นี้ค้นภาพมาให้ดูกันตามคำขอที่มีมานานว่าได้ยินแต่ชื่อพระ อยากเห็นภาพพร้อมข้อมูลสาระความรู้บ้างว่าเป็น พระเนื้อผงพุทธคุณผสมมวลสารว่านยา ตำรับหลวงปู่ศุขฯ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเนื้อพระผงยาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา .....
พระพิมพ์นี้ท่านเจตนาสร้างแจกสตรีและเด็กๆที่มาช่วยลงมือลงแรงในงานบุญของวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานครัว และแจกผู้บริจาคทรัพย์กับวัด พร้อม พระปิดตา เนื้อเดียวกันที่สร้างให้ผู้ชาย.....
รูปแบบพิมพ์พระ เป็นทรงสามเหลี่ยม มุมมนคล้ายกลีบบัว ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางสมาธิเหนือฐานบัว ด้านหลังอูมเรียบ บางองค์มีลายมือลงเหล็กจารอักขระเลขยันต์กำกับ.....
ราคาองค์งามๆสภาพเดิมๆแบบองค์นี้อยู่ที่หลักแสนต้นๆ ซึ่งต้องบอกกันว่า หาเงินง่ายกว่าหาพระ.....
...
ต่อไปเป็น รูปเหมือนหล่อลอยองค์ รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๐๘ หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช อ.เมือง อยุธยา พระเกจิอาจารย์ผู้สืบทอดวิชาพุทธาคมสำนักวัดประดู่โรงธรรม สาย “ก๋งจาบ” ฆราวาสจอมขมังเวท รุ่นเดียวกับ หลวงพ่อแทน หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง ที่แสดงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ในวิชาพุทธาคมพร้อมกันในงานพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดปราสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖.....
โดยแผ่นโลหะจารอักขระเลขยันต์ ของ ๓ พระเกจิฯ แสดงอัศจรรย์ ใส่เบ้าหลอมไม่ละลาย ต่างจากของพระเกจิอื่นๆ ที่ใส่ปุ๊บละลายปั๊บ สร้างความเชื่อถือศรัทธาให้กับ พระสมุห์อำพล ผู้ดูแลงานพิธี เห็นกับตา จึงเก็บแผ่นยันต์ทั้ง ๓ ไว้ ด้วยความเชื่อถือศรัทธาฝากตัวเป็นศิษย์สืบมา.....
และเป็นผู้สร้างรูปเหมือนลอยองค์ ล.ป.เทียมนี้ด้วยเนื้อโลหะผสม จำนวน ๑,๐๐๐ องค์ขึ้นให้หลวงพ่อ ลงจารนามใต้ฐานมอบผู้ร่วมงานบุญ คราวรับตำแหน่งเจ้าคณะตำบลภูเขาทอง เมื่อวันที่ ๑๘ ส.ค.๐๙.....
ด้วยรูปแบบที่งดงาม จำนวนที่มีน้อยกว่าจำนวนศิษย์ ทำให้มีการแสวงหาซื้อขายกันแต่นั้นมา จากราคาหลักร้อย มาถึงปัจจุบัน ราคาอยู่ที่หลักหมื่นต้นถึงกลาง สำหรับองค์ที่มีสภาพสมบูรณ์สวยเดิมๆลายมือจารใต้ฐานชัดเจน.....
...
รายการต่อไปเป็น พระเนื้อดินเจ็ดป่าช้า พิมพ์ใหญ่ หลวงพ่อยอด วัดบางโค ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ นนทบุรี ของ เสี่ยเบิ้ล ท่าพระจันทร์ .....
ท่านเป็นพระเกจิฯร่วมสมัย หลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อเพิ่ม วัดอุทยานฯ ท่านเป็นพระผู้ได้รับการชื่นชมจากพระเกจิฯร่วมสมัยว่าเป็นพระผู้มีสมาธิ ตบะเดชะวิชาอาคมแก่กล้า ฉันเอกา อยู่ป่าช้าเป็นนิตย์.....
และมีวิชาอาคม สามารถสะกดภูตผีปีศาจได้ทั้งป่าช้า เล่าลือกันสืบมาว่าท่านมี วิชาเมตตา เรียกนกกาบนฟ้าลงมาหาเกาะแขนเกาะไหล่ได้ทุกตัว เช่นเดียวกับ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ เวลาท่านพายเรือบิณฑบาต จะมีฝูงนกบินลงมาเกาะเต็มลำเรือ เห็นไกลๆก็รู้ได้ว่าเป็นเรือท่าน.....
ในงานพิธีล้างป่าช้าของวัดต่างๆ สมัยนั้นต้องมีชื่อท่านเป็นเจ้าพิธี เมื่อเสร็จพิธีท่านจะนำดินอาถรรพณ์จากป่าช้านั้นๆกลับมาเพื่อสร้างพระพิมพ์ รูปทรงคล้ายกลีบบัว ๒ ขนาด ใหญ่ เล็ก ด้านหน้าเป็นองค์พระพุทธนั่งห่มผ้าลดไหล่ ปางสมาธิ ด้านหลังเรียบ.....
สีเนื้อมี ๓ สีดำ แดง เทา โดยอุดผงใต้ฐานทุกองค์ จำนวนพระพิมพ์เล็กมีมากกว่าพิมพ์ใหญ่ จำนวนรวมไม่มากนัก หายากมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะพิมพ์ใหญ่ ซึ่งส่วนมากที่พบมีการทายางไม้รักษาองค์พระไว้.....
อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ปรากฏชัดด้านเมตตาค้าขาย คุ้มครองป้องกันภัย ตามอุปเท่ห์อาถรรพณ์ ในตำรับวิชาพุทธเวทว่าของดิน ๗ โป่ง ๗ ป่าช้า ที่เมื่อนำมาสร้างเป็นองค์พระ วัตถุมงคลจะมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์เป็นอัศจรรย์ ด้านคุ้มครองป้องกันภัยบันดาลโชคลาภ ราคา พิมพ์ใหญ่ อย่างองค์นี้ อยู่ที่หลักหมื่นกลาง.....
สุดท้ายขอแจ้งข่าวเรื่องใบรับประกันพระแท้ ชมรมพระเครื่อง เมืองลำพูน เพราะหลังจัดงานประกวดพระเมืองลำพูน เมื่อต้นปี ที่ประสบความสำเร็จได้รับความชื่นชมในการจัดงานที่ทำได้เรียบร้อย การตัดสินที่ซื่อตรง.....
แต่เพราะสถานที่ห่างไกล หลายรายตั้งใจไปแต่ไม่สะดวกเดินทาง แนะนำให้ชมรมรับตรวจสอบ ออกใบรับประกันพระแท้ เพื่อบริการนักนิยมพระเครื่องอย่างทั่วถึง ชมรมพระเครื่องเมืองลำพูน นำโดย พรรค คูวิบูลย์ศิลป์ โจ๊ก ลำพูน สถิต ราชบุรี ฯลฯ เห็นว่าชมรม มีศักยภาพ ผู้ชำนาญการ จึงตัดสินใจเปิดรับตรวจสอบออกใบรับรองพระแท้ ทุกชนิด ได้ทั้งตรวจสอบพระองค์จริงโดยตรง และตรวจสอบภาพถ่าย.....
โดยส่งภาพทางไปรษณีย์ ถึง บ. คุ้มเมืองเหนือ จำกัด ศูนย์พระเครื่องเมืองเหนือ ๒๘๙/๗ ถนนช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่๕๐๑๐๐ หรือสอบถามที่ ๐๘-๒๓๘๔-๔๔๓๕ ตั้งแต่ ๑ เมษายนนี้เป็นต้นไป.....
ปิดท้ายคลายร้อน ด้วยเรื่องของ เจ๊ประไพ เจ้าของร้านเสริมสวย ซึ่งเป็นแม่ม่ายผัวตายมา ๒-๓ ปี มีมรดกเป็นบ้านพร้อมที่ดิน และพระเครื่องพระบูชามากมาย ที่แกชอบคุยโม้กับลูกค้าคนสนิทใกล้ชิดว่ามีราคามากมายหลายๆล้าน .....
ถึงเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เลยเจอดี ถูกลูกน้องยกเค้าพระเครื่องไปเกลี้ยง แต่ไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะอาย กลัวเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ใช้วิธีให้ลูกน้องเพื่อนหัวขโมยไปบอกขโมยว่าถ้าพระยังอยู่ ขอไถ่พระคืน ๑ แสน แล้วจะให้อภัยไม่แจ้งความเอาเรื่อง.....
ลูกน้องเพื่อนขโมย รับปากดำเนินการให้ ลางานไปวันเดียว ก็นำพระกลับมาให้ครบทุกองค์ เจ๊ไพ ก็ดีใจจ่ายเงินให้ไปตามสัญญา พร้อมให้ไปบอกไอ้หัวขโมยอย่างซาบซึ้งว่า เจ๊เห็นใจที่เอาพระมาคืน ถือว่ายังเป็นคนดี ถ้าอยากกลับมาทำงานก็ได้ จะลืมให้หมด.....
ลูกน้องฟังแล้วส่ายหน้า บอกเจ๊ไม่ต้องให้มันกลับมาทำงานหรอก มันไม่ได้เป็นคนดีอะไร ที่มันยอมเอาพระมาคืนครบทุกองค์ เพราะมันเอาไปขายแล้วไม่มีคนซื้อซักองค์ เพราะเป็นพระเก๊ทุกองค์เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง