ภาพที่พบเห็นกันจนชินตา ในเวลาที่เจ็บป่วยและต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล ที่นับเป็นความยากลำบากของประชาชนคนไทยก็คือโรงพยาบาลอยู่ไกล พอไปถึงต้องเข้าคิวรอตรวจเป็นแถวยาวเหยียด บางคนต้องไปจับจองคิวกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แต่ต้องใช้เวลารอคอยทั้งวันกว่าจะได้รับบริการ ความแออัดของผู้ที่มารับบริการ ความเหลื่อมล้ำและการไม่สามารถเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาล ภาพสะท้อนเหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นถึงปัญหาของระบบสาธารณสุขไทย

ปัญหาของระบบสาธารณสุขไทย อะไรคือที่มา?

นายแพทย์โสภณ เมฆธน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขให้ความเห็นว่า การให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทยในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยโรงพยาบาลขนาดใหญ่และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ทำให้เกิดความแออัด ใช้เวลานานในการรอรับบริการ เกิดปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการและความเหลื่อมล้ำในการเข้ารับการรักษาพยาบาล มีความไม่พึงพอใจในการรับบริการของพี่น้องประชาชน การให้การดูแลรักษาจากผู้เชี่ยวชาญทำให้เกิดการดูแลเป็นรายโรค ไม่มีเจ้าภาพในการดูแลแบบองค์รวม เวลามีปัญหาไม่รู้จะปรึกษาแพทย์ท่านใด เปรียบได้กับสามเหลี่ยมกลับหัวที่ทำให้มีโอกาสล้มได้ตลอดเวลา โดยมองว่าระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขไทยควรเป็นระดับต่างๆ จากฐานสามเหลี่ยม ควรเป็นระดับปฐมภูมิที่ดูแลรักษาป้องกันโรคง่ายๆ ที่พบได้มากมายไม่ซับซ้อน พื้นที่ตรงกลางของสามเหลี่ยมเป็นการดูแลขั้นทุติยภูมิ ยอดปลายแหลมของสามเหลี่ยมเป็นพื้นที่การดูแลด้วยตติยภูมิคือโรงพยาบาลขนาดใหญ่และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ

ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข

นายแพทย์โสภณบอกว่า หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข โดยเน้นเรื่องการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินนโยบาย “คลินิกหมอครอบครัว (PCC : Primary Care Cluster)” เพื่อให้การดูแลสุขภาพประชาชนแบบครอบคลุมตั้งแต่การรักษาให้หายจากโรค การป้องกันโรคไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย การส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง และการฟื้นฟูสุขภาพไม่ให้เสื่อมถอย รวมถึงการคุ้มครองสุขภาพให้คำแนะนำประชาชนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เน้นให้สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ “คลินิกหมอครอบครัว” เป็นการการรวมกลุ่มของหน่วยบริการปฐมภูมิ ประกอบด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุขและทีมสหวิชาชีพ ให้การดูแลประชาชนที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบ ร่วมกันลงไปให้บริการถึงในพื้นที่ เปรียบเสมือนประชาชนมีแพทย์ประจำตัว ใกล้บ้านใกล้ใจ เมื่อเจ็บป่วยสามารถไปรับบริการที่คลินิกหมอครอบครัวใกล้บ้านโดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล เป็นการตอบประเด็นความท้าทายของประชาชนที่ให้ความเชื่อถือและไปรับบริการในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยใช้หลักการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้มีประสิทธิภาพรองรับสถานการณ์สุขภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2559 เรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุขกำหนดให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม ทีมหมอครอบครัวหนึ่งทีมดูแลประชาชน 10,000 คน ประชาชนจะมีหมอครอบครัวเป็นญาติให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเหมือนมีหมอส่วนตัว แบบใกล้บ้านใกล้ใจ 

เปิดบทบาท“คลินิกหมอครอบครัว” สู่...การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

นายแพทย์โกเมนทร์ ทิวทอง อนุกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขกล่าวว่า บทบาทของ “คลินิกหมอครอบครัว” ถือเป็นการสร้างรูปแบบการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนทั้งในเชิงป้องกัน รักษา ส่งเสริม และฟื้นฟู ไปพร้อมๆ กัน สิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากคลินิกหมอครอบครัว คือ บริการที่เป็นองค์รวมเพื่อช่วยให้ทุกคน ทุกกลุ่มวัย สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและครอบคลุม ในลักษณะ “บริการทุกคน ทุกอย่าง ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยเทคโนโลยี” โดยที่คลินิกหมอครอบครัวจะรับผิดชอบประชาชน “ทุกคน” ในเขตรับผิดชอบ โดยการดูแลและจัดบริการตามกลุ่มวัย ตั้งแต่ ก่อนป่วย ป่วย และระยะฟื้นฟูหลังการเจ็บป่วย โดยประสานตั้งแต่ที่บ้านจนไปถึงโรงพยาบาลที่ส่งต่อไปรักษา เช่น เด็ก 0-5 ปี คลินิกหมอครอบครัวจะดูแลเรื่องของพัฒนาการเติบโตสมวัยของเด็ก หรือการได้รับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคตามเกณฑ์ เป็นต้น หรือตัวอย่างกลุ่มวัยผู้สูงอายุก็จะได้รับการประเมินคัดกรองปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุทุกราย เพื่อที่จะส่งเสริมสุขภาพและจัดบริการให้เหมาะสมในแต่ละคน เป็นต้น สำหรับประเด็น “ทุกที่” คลินิกหมอครอบครัวจะมีลักษณะการจัดบริการและทำงานในชุมชน “ทุกเวลา” คลินิกหมอครอบครัวก็จะให้บริการที่สอดคล้องและสะดวกต่อผู้รับบริการทุกคน เช่น การให้คำปรึกษากับทีมหมอครอบครัว “ด้วยเทคโนโลยี” ร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กล่าวโดยสรุปคลินิกหมอครอบครัวจะมีข้อมูลเพื่อการดูแลทุกคนที่ลงทะเบียนกับคลินิกไว้ และให้การดูแลตั้งแต่ต้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพจนสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้

การดำเนินงาน “คลินิกหมอครอบครัว” ในวันนี้คืบหน้าแค่ไหน?

นายแพทย์โกเมนทร์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การดำเนินงาน “คลินิกหมอครอบครัว” มีความคืบหน้าตามลำดับ ผลการดำเนินงานในปี 2561 พบว่า สามารถจัดตั้งทีมหมอครอบครัวแล้ว 806 ทีม ส่วนปี 2562 จะจัดตั้งทีมหมอครอบครัวเพิ่มให้ได้ 1,170 ทีม และจะเปิดดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 

โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าผลลัพธ์จากการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขปฐมภูมิของประเทศไทยเอาไว้ว่า เมื่อพัฒนาระบบให้เข้มแข็งแล้ว เป้าหมายระยะสั้นจะสามารถช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลลง ลดการนอนในโรงพยาบาลลง ส่วนเป้าหมายระระยาวตั้งเป้าว่าจะช่วยลดค่าเดินทางของประชาชนไปโรงพยาบาล และลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพลง ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศลงได้

การปฏิรูประบบสาธารณสุข มีผลอย่างไรกับคนทำงานในทีม “หมอครอบครัว”

นายอนุรักษ์ ผิวผ่อง ผอ. รพ.สต.บางแม่นาง บางใหญ่ ในฐานะคนทำงานในทีมหมอครอบครัว บอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในการทำหน้าที่ดูแลและให้บริการประชาชนหลังจากมีการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขโดยกล่าวว่า ข้อดีของการทำงานของคลินิกหมอครอบครัวภายใต้การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขมีหลายๆ ประเด็นด้วยกัน เช่น ในเรื่องกำลังคนทำให้มีคนช่วยทำงานมากขึ้น ช่วยผ่อนภาระงานของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มในส่วนของภาคประชาชนเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะหัวใจหลักสำคัญของคลินิกหมอครอบครัวก็คือการส่งเสริมป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ

วันนี้คนไทยได้อะไร จากการปฏิรูประบบสาธารณสุข จาก “หมอครอบครัว” 

นางลัดดา บุญเปี่ยมศักดิ์ ชาวบ้านจากชุมชนบางแม่ อำเภอนางบางใหญ่ ซึ่งเป็นประชาชนที่ได้รับการดูแลสุขภาพจากทีมหมอครอบครัวเล่าว่า แต่ก่อนทำแต่งานไม่เคยดูแลตัวเอง แม้แต่เรื่องอาหารการกินก็ไม่เคยรู้ถึงประโยชน์ของผักชนิดต่างๆ แต่พอมีหมอครอบครัวเข้ามาดูแลทำให้มีโอกาสได้รู้จักการดูแลตัวเองมากขึ้น รู้จักการควบคุมอาหาร ลด หวาน มัน เค็ม และแนะนำให้ออกกำลังกายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรค พอรู้แล้วเราก็สามารถบอกต่อไปยังเพื่อนบ้านได้ด้วย หมอครอบครัวไม่ได้ใส่ใจแค่ตัวเรา แต่ใส่ใจไปถึงครอบครัวของเราด้วย เราก็จะมีข้อมูลดีๆ ไปแนะนำคนในครอบครัวของเราด้วย เช่น ลูกที่บ้านทำงานออฟฟิศ เมื่อทำงานก็ต้องรู้จักดูแลสุขภาพตนเองด้วย ทั้งอาหารการกินควรเลือกกินที่มีประโยชน์ ใส่ใจการออกกำลังกาย ทุกวันนี้รู้สึกดีใจเวลามีเพื่อนบ้านมาถามถึงวิธีการดูแลสุขภาพของเรา และเราก็ยินดีที่จะบอกต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับทุกคน 

ภาพที่ชัดเจนของการปฏิรูประบบสาธารณสุขไทย สู่บริการสุขภาพในรูปแบบ “คลินิกหมอครอบครัว” ในวันนี้คือภาพของการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคประชาชน สังคม ชุมชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ทั้งในยามปกติและยามเจ็บป่วย ทำให้เกิดการดูแลที่มีคุณค่า ผู้ให้บริการและผู้รับบริการมีความสัมพันธ์ดุจญาติมิตร เป็นการทำความดีสร้างความผูกพัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาต่อระบบสาธารณสุข และสามารถสร้างความรู้ ความเข้าใจในการดูแลตนเองของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย จนเกิดเป็นการสร้างสุขภาพจากภายในตัวเอง ภายในครอบครัว ไปสู่การร่วมกันสร้างสุขภาพให้กับชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน